|
|
|
พฤติกรรมบ่อนทำลายชาติ |
|
|
|
เห็นภาพของคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ไปยื่นหนังสือที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เรียกร้องให้ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ลาออก และแกนนำม็อบรักทักษิณที่สนามหลวงไปแจ้งความตำรวจให้จับ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว พวกเรารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามดึงประธานองคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง เพราะก่อนหน้านี้ได้มีหมอการเมืองบางคนไปยื่นหนังสือเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ลาออก ซ้ำยังขู่ว่าจะถวายฎีกาอีกด้วย ซึ่งเป็นการกระทำอย่างเป็นกระบวนการโดยคนกลุ่มเดียวกัน
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 12 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 คน ประกอบเป็นคณะองคมนตรี และมาตรา 13 บัญญัติว่า การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย เราเชื่อว่าในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากนี้
ไม่ต้องอธิบายกันมาก เพราะข้อความในมาตรา 12 และ 13 มีความหมายในตัวเองอย่างชัดเจนอยู่แล้ว
วันที่กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการไปยื่นหนังสือ โดยจัดให้มีคนแต่งตัวแต่งหน้าล้อเลียน ฯพณฯ พล.อ.เปรม เช่นเดียวกับวันที่แกนนำม็อบคนรักทักษิณไปแจ้งความจับ ฯพณฯ พล.อ.เปรม ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฯ เป็นเพียง หนังแผ่น เท่านั้น ถ้าอยากจะดู หนังเรื่อง ต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่สมัยที่คุณทักษิณยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และพูดกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาล เอ่ยถึง ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ที่ยอมทำตามนโยบายของ คนบางคน เป็นครั้งแรก จนเป็นที่ฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมทั่วไปตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 กระแสโจมตี พล.อ.เปรม จากกลุ่มคนที่นิยมทักษิณมีมากขึ้นและต่อเนื่อง ในรูปของการปล่อยข่าวลือ ใบปลิว โพสต์ผ่านเน็ต กล่าวหา พล.อ.เปรม ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติดังกล่าว แม้ว่าผู้นำ คมช.ได้ออกมาชี้แจงหลายครั้งแล้วว่าท่านไม่มีส่วนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่อย่างใด พวกนี้ก็ยังไม่หยุด
พฤติกรรมการแสดงออกอย่างน่า รังเกียจ เช่น การแต่งตัวแต่งหน้าล้อเลียน ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองของคนกลุ่มวันเสาร์ เป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ เพราะสังคมไทยได้รับการสั่งสอนมาไม่ให้จาบจ้วงผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป
การนำเทปที่อ้างว่า ลับที่สุด มาเปิดให้ม็อบฟัง โดยที่คนฟังฟังไม่รู้เรื่อง แต่มีความพยายามอธิบายเพิ่มเติมในความเข้าใจของตัวเอง เพื่อให้คนฟังเข้าใจตาม ที่ต้องการให้เข้าใจนั้นไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นม้วนเดียวกับที่อดีตประธาน กกต.เคย แพลม ออกมาว่ามีเทปลับ ที่หากเปิดเผยออกมาแล้วจะทำให้พังกันไปหมดนั่นเอง แต่เมื่อเปิดเผยออกมา แทนที่คนไทยจะตื่นเต้นหรือทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง พัง ปรากฏว่าไม่เป็นที่สนใจของสังคมเลยแม้แต่น้อย การเอาเทปมาเปิดก็เพื่อนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีต่อ พล.อ.เปรม และอดีตผู้พิพากษาซึ่งเป็นคู่สนทนาในเทป โชคดีที่ตำรวจไม่ได้บ้าจี้ไปด้วย โดยรักษาการ ผบ.ตร.ได้ออกมายืนยันว่า ไม่มีข้อความที่เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด
ตรงกันข้าม นอกจาก รรก.ผบ.ตร.เห็นว่าข้อกล่าวดังกล่าวไม่มีมูลแล้ว ยังขู่กลับที่จะดำเนินคดีคนแจ้งความในข้อหาดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของบุคคลอื่นโดยไม่มีอำนาจ ซึ่งมีโทษถึงติดคุก แม้ว่าผู้นำเทปมาเปิดอ้างว่าเป็นเทปลับที่ผู้หวังดีส่งมาให้เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะถูกฟ้องกลับก็ตาม แต่เป็นที่ทราบกันดีในบรรดาสื่อมวลชนว่า ช่วงรัฐบาลทักษิณมีข่าวการลักลอบดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลทักษิณมากมาย แม้แต่บุคคลสำคัญของประเทศก็โดน จนไม่มีใครกล้าที่จะใช้โทรศัพท์มือถือขณะนั้น
มีข่าวเพิ่มเติมในภายหลังว่า หลังการยึดอำนาจ ทหารได้เข้าบุกค้นสถานที่แห่งหนึ่ง และสามารถยึดเทปดักฟังทางโทรศัพท์ของบุคคลสำคัญของชาติได้หลายม้วน ชนิดที่หัวหน้าคณะปฏิวัติได้ฟังแล้วยังสะอึก เพราะนึกไม่ถึงว่าคนทำจะอุกอาจ เหิมเกริม ทำกันได้ถึงเพียงนี้ ถ้าข่าวนี้เป็นจริงและหากเปิดเผยออกมา รับรองได้ว่าฮือฮากันไปทั้งเมือง
ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเช่น พล.อ.เปรม ซึ่งโดนกลุ่มคนรักทักษิณเล่นงานมาโดยตลอด ไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบโต้ได้ทั้งในความเป็นผู้ใหญ่ และในความเป็นประธานองคมนตรี ถ้าถามว่าท่านรู้สึกอย่างไร เราเดาว่าท่านคงเสียใจไม่มากก็น้อย
คำถามที่หลายคนมีอยู่ในใจ คือ กลุ่มม็อบรักทักษิณต้องการโจมตีเพียง พล.อ.เปรม เท่านั้น หรือว่าต้องการให้กระทบไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องสูงกว่านี้ คนส่วนใหญ่เชื่อว่า ผู้กระทำการมีเจตนามุ่งให้เกิดผลกระทบสูงกว่า พล.อ.เปรม โดยมีเหตุผลที่ว่า หลังเกิดรัฐประหาร มีเอกสารเถื่อน ใบปลิว การโพสต์ในอินเทอร์เน็ต และข่าวลือมุ่งบ่อนทำลายต่อสถาบันสูงสุดของประเทศบ่อยครั้งอย่างผิดปกติ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา
แกนนำบางคนได้พูดอย่างเปิดเผยเป็นนัยว่า ตนเองไม่พอใจ ระบบศักดินา และต้องหาทางโค่นล้มให้ได้ พวกคอมมิวนิสต์อารมณ์ค้าง บอกว่าต้องหนุน กลุ่มทุนนิยมสามานย์ ให้ไปทำลาย ศักดินาล้าหลัง และต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉับไว ผ่าน สงครามประชาชน สอดคล้องกับคำพูดของใครบางคนที่เคยเรียกร้องให้พรรคพวกมา ร่วมมือกันเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของประเทศ
คำว่า เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของประเทศ มีความหมายว่าอย่างไร? อาจตีความได้ในหลายนัย ถ้าหากเราย้อนกลับไปลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันในลักษณะของดู หนังเรื่อง แล้วจะเข้าใจได้ไม่ยาก โดยเฉพาะความพยายามปลุกระดมให้ประชาชนลุกฮือขึ้นในรูปแบบของ สงครามประชาชน เพื่อ เปลี่ยนประวัติศาสตร์
พล.อ.เปรม ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดด้านการทหารและการเมืองมาแล้ว โดยเป็นนายกรัฐมนตรีมาหลายสมัยนับ 10 ปี ก่อนที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษในที่สุด ได้อุทิศตัวเพื่อรักษาชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด ท่านไม่เคยทำเรื่องที่เสียหายแก่ชาติบ้านเมือง ตำแหน่งประธานองคมนตรีเปรียบเสมือนกับตัวแทนของสถาบันสูงสุด
ดังนั้น เมื่อมีความพยายามของคนบางกลุ่ม ก่อกวน พล.อ.เปรม เพื่อจะ ป่วนเบื้องบน คนไทยจะไม่ร่วมมือร่วมใจกับคนสงขลาปกป้องคนดีของบ้านเมือง บ้างหรือ? (อาทิตย์ 1 กรกฎาคม 2550)
|
|
|
|