วิเคราะห์ข่าว
เสรีภาพด้านศาสนาในประเทศไทย

ไทยเป็นประเทศที่ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนามากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ใครที่มาอยู่ในประเทศไทยย่อมตระหนักถึงความจริงในข้อนี้ เพราะไทยไม่มีข้อจำกัดด้านการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแต่อย่างใด วันนี้ เราจะมาดูว่า สหรัฐอเมริกาซึ่งสถาปนาตัวเองว่าเป็นผู้พิทักษ์เสรีภาพโลก ซึ่งเพิ่งออกรายงานประจำปี 2550 ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในประเทศต่าง ๆ มองประเทศไทยในประเด็นเสรีภาพทางศาสนาซึ่งป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน อย่างไร

ขณะนี้ มีการเคลื่อนไหวของพระและพุทธศาสนิกชนกลุ่มหนึ่งที่เรียกร้องให้บรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีกลุ่มหัวรุนแรงมุสลิมพยายามอ้างศาสนาเป็นประเด็นความเคลื่อนไหว กระทรวงต่างประเทศสหรัฐมองปัญหานี้อย่างไร ที่เราสามารถทราบผ่านรายงานประจำปีว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนาระห่างประเทศ ที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกมาทุกปี สำหรับปี 2550 ยังไม่ออกมา แต่เราสามารถวิเคราะห์ผ่านรายงานประจำปี 2549 ซึ่งเป็นรายงานฉบับล่าสุดได้ซึ่งคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักกับปี 2550

สหรัฐชมว่า โดยทั่วไป ไทยมีกฎหมายที่ให้และเคารพเสรีภาพของประชาชนในการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างกว้างขวาง แต่ก็กระแนะกระแหนว่า ทางการไทยยังไม่ยอมให้มีการจดทะเบียนองค์กรศาสนาใหม่ ๆ และจำกัดจำนวนคณะมิชชั่นนารีต่างชาติเข้ามาเผยแพร่ศาสนามากเกินไป อย่างไรก็ดี รายงานมองว่า แม้ว่าจะไม่ได้รับการจดทะเบียนหรือรับรองจากรัฐบาลไทย แต่องค์กรเหล่านี้ก็สามารถเผยแพร่ศาสนาได้โดยเสรี โดยที่รัฐบาลไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด สหรัฐยอมรับว่า ในเมืองไทยไม่มีการนักโทษด้านศาสนาแต่อย่างใด ไม่มีการบังคับข่มขืนให้คนนับถือศาสนาหนึ่งใดในประเทศ กลุ่มศาสนาต่าง ๆ อยู่ร่วมกันโดยสันติ

สหรัฐเคยวุ่นวายกับรัฐบาลไทยระยะหนึ่งในเรื่องคณะมิชชันนารีนิกายมอร์มอนที่มาเผยแพร่ศาสนาในเมืองไทย โดยต้องการให้รัฐบาลไทยยอมรับว่านิกายนี้เป็นนิกายที่ถูกต้องในประเทศ เบื้องหลังของเรื่องนี้คือ รัฐบาลสหรัฐถูกกดดันจาก ส.ส.อเมริกันในรัฐที่นิกายนี้มีอิทธิพลอยู่เพื่อผลทางการเลือกตั้ง จึงมากดดันสถานทูตสหรัฐในไทยให้บีบบังคับรัฐบาลไทยอีกทอดหนึ่ง แต่ปรากฎว่าองค์กรคริสต์ศาสนาหลัก 4 องค์กรในไทยไม่ยอมรับมอร์มอน ทางการไทยจึงต้องให้กลุ่มศาสนาคริสต์ว่ากันเอง อย่างไรก็ดี คณะมิชชันนารีนิยกายเมอร์มอนก็ยังมีเสรีในการเผยแพร่ศาสนาได้ตามปกติ

ประเทศไทยซึ่งมีประชากรประมาณ 64 ล้านคน จากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า คนไทยร้อยละ 94 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 5 เป็นมุสลิม แต่ เอ็นจีโอ.บอกว่า ร้อยละ 85-90 เป็นพุทธศาสนิกชน และร้อยละ 10 เป็นมุสลิม ที่เหลือเป็นคริสต์ ขงจื้อ ฮินดู ยิว ซิกห์ เต๋า ศาสนาพุทธในไทยส่วนใหญเป็นเถรวาท พระสงฆ์ประกอบด้วยมหานิกายซึ่งเป็นส่วนใหญ่ และธรรมยุติซึ่งเป็นส่วนน้อย รัฐบาลสนับสนุนการส่งพระธรรมทูตไปเผยแพร่ศาสนาพุทธใน 27 ประเทศ

ประชากรส่วนใหญ่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีเชื้อสายมลายู ทั่วประเทศ มีมัสยิดที่จดทะเบียนแล้ว 3,524 แห่ง ในจำนวนนี้ 2,255 แห่งอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 99 ของมัสยิดเหล่านี้เป็นนิกายสุหนี่ ส่วนมัสยิดนิกายชีอะมีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ด้านการศึกษา มีโรงเรียนตาดีกาที่จดทะเบียน 1,612 แห่ง นักเรียน 173,000 คน ครู 4,000 คน มีโรงเรียนสอนศาสนา 92 แห่งทั่วประเทศ นักเรียน 5,684 คน ครู 423 คน และมีโรงเรียนที่สอนทั้งศาสนาและสามัญ 132 แห่ง นักเรียน 100,684 คน ทั่วประเทศ มีโรงเรียนปอเนาะจดทะเบียน 372 แห่งในปัตตานี ยะลาและนราธิวาส

ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์มีประมาณ 438,600 คน คิดเป็นร้อยละ 0.7 ของจำนวนประชากรทั่วประเทศ มีทั้งนิกายคาธอลิก โปรเตสแตนท์ รวมทั้งเซเวนเดย์ แอดเวนติสต์ โดยมีองค์กรคริสต์ศาสนา 4 องค์กรหลัก ส่วนชาวเขา 9 เผ่าซี่งมีประมาณ 920,000 คนนับถือศาสนาแตกต่างกันไป รวมทั้งนับถือผี ส่วนชาวซิกซ์มีประมาณ 70,000 คน ส่วนใหญ่อาศัยใน กทม. เชียงใหม่ นครราชสีมา พัทยาและภูเก็ต มีโบสถ์ซิกซ์ 19 แห่งทั่วประเทศ มีฮินดูประมาณ 1 หมื่นคน แต่สถิติทางการบอกว่ามีเพียง 2,900 คนเท่านั้น สำหรับคนจีนนั้น จำนวนไม่น้อยยังนับถือลัทธิเต๋าตามบรรพบุรุษ ส่วนที่นับถือศาสนาพุทธนั้นจะเป็นมหายาน โดยมีวัดจีนและญวนลัทธิมหายานทั่วประเทศ 675 แห่ง

สหรัฐยอมรับว่า ทางการไทยและกฎหมายไทยให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้อย่างเสรี รัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์เป็นพุทธศาสนิกชนแต่ทางอุปถัมภ์ทุกศาสนาในประเทศ โดยมีกรมการศาสนาเป็นผู้ดูแล แต่สหรัฐก็ติงไทยเรื่องไม่ยอมให้กลุ่มฝ่าหลุนกงเคลื่อนไหวในไทย อย่างไรก็ดี ฝ่ายความมั่นคงไทยมองว่า กลุ่มนี่เป็นกลุ่มศาสนาการเมืองที่สหรัฐให้การสนับสนุนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือโจมตีรัฐบาลปักกิ่ง ดังนั้น ทางการไทยจึงไม่ยอมให้มาเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทยเพราะจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับจีน

ในสถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สหรัฐมองว่า มีการใช้เสรีภาพทางศาสนาในทางที่ผิดจากกลุ่มหัวรุนแรงอิสลาม โดยบิดเบือนหลักศาสนามาใช้สร้างความแตกแยกระหว่างคนไทยและกลุ่มศาสนาหัวรุนแรงเที่ยวไล่ฆ่าฟันคนในศาสนาอื่น โดยเฉพาะมุ่งฆ่าและขับไล่พระสงฆ์และคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ อีกทั้งพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างคนไทยพุทธและไทยมุสลิมในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

ยังดีที่สหรัฐมองสถานการณ์ด้านเสรีภาพทางศาสนาอย่างเป็นจริง เพราะถ้ามีประเทศใดมาตำหนิเมืองไทยด้านเสรีภาพในการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่แท้จริง ประเทศนั้นก็บ้าแล้ว ส่วนคนไทยที่คิดว่าไม่มีเสรีภาพในการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ต้องส่งให้ไปอยู่ประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง แล้วจะรู้สึก