วิเคราะห์ข่าว
ไม่ใช่เรื่องง่าย
เพื่อนชาวอังกฤษที่เคยอยู่เมืองไทยมาหลายปีเล่าว่า เขาสงสารอนาคตของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่คุณทักษิณ ไปกว้านซื้อหุ้นไว้ เพื่อให้ได้อำนาจเด็ดขาดในการบริหาร จนถึงขณะนี้ผู้บริหารทีมฟุตบอลเลือกที่จะให้คุณทักษิณมาร่วมลงทุน ขณะที่คุณทักษิณก็พร้อมที่จะซื้อทีมนี้ จึงเป็นความต้องการที่สอดคล้องกันของทั้งสองฝ่าย
แต่เพื่อนชาวอังกฤษบอกว่า เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะยังมีกระบวนการอีกหลายขั้นตอน ทั้งด้านกฎหมายและความรู้สึกของคนอังกฤษ
เพื่อนชาวอังกฤษเล่าต่อไปว่า มีคนอังกฤษจำนวนไม่น้อยที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับเมืองไทย ไม่สงสัยว่าคุณทักษิณเอาเงินจากไหนมาซื้อ เพราะเชื่อว่าคุณทักษิณมีเงินมากพอที่จะซื้อทีมฟุตบอลอังกฤษได้หลายทีมพร้อมกัน แต่พวกเขาสงสัยว่าเงินที่คุณทักษิณจะนำมาซื้อนั้นเป็นเงินบริสุทธิ์หรือไม่ และถ้าคุณทักษิณถูกศาลไทยพิพากษาว่ามีความผิดในเรื่องคอรัปชั่น ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะว่าอย่างไร
นักการเมืองอังกฤษบางคน รวมทั้งผู้บริหารฟุตบอลลีกอังกฤษส่งคำเตือนไปยังสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่า อย่าเห็นแก่เงินจนลืมมองแหล่งที่มาของเงินด้วย มิฉะนั้น ภาพลักษณ์ของฟุตบอลลีกอังกฤษจะเสียหาย เกาะอังกฤษจะกลายเป็น "แหล่งฟอกเงิน" ให้ผู้นำต่างชาติที่คอรัปชั่น เหมือนกับเกาะบริติชเวอร์จิ้น และเกาะเคย์แมน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการฟอกเงิน
สังคมอังกฤษค่อนข้างละเอียดอ่อนอย่างยิ่งกับคำว่า "การฟอกเงิน" อีกทั้งคนอังกฤษเกลียดเรื่องคอรัปชั่นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่ว่าทำไม ปปง.อังกฤษจึงสอบถามมายัง ปปง.ไทย ซึ่งมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ว่าจะเอาอย่างไรกับเงินที่คุณทักษิณนำมาฝากธนาคารอังกฤษซึ่งมีจำนวนไม่น้อย เพราะปรัชญาของ ปปง.ทั่วโลกที่ตกลงกันไว้ คือ "คนที่คอรัปชั่นไม่ว่าเชื้อชาติใด สัญชาติใด ต้องไม่มีที่ยืนบนโลกนี้"
เป็นของธรรมดาที่เศรษฐีเมืองไทยนิยมฝากเงินไว้เมืองนอก ดังนั้น การที่คุณทักษิณมีเงินอยู่เมืองนอก ที่จะนำไปซื้อทีมฟุตบอล ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ คำถามอยู่ที่ว่าเงินนั้นออกไปได้อย่างไร ขออนุญาตจากธนาคารชาติหรือไม่ หรือมีไว้นานแล้ว ที่สำคัญคือแจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องแสดงต่อ ป.ป.ช.หรือไม่
คนอังกฤษและทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะคิดอย่างไร ถ้าคุณทักษิณถูกศาลไทยออกหมายจับ และรัฐบาลไทยขอให้ทางการอังกฤษส่งตัวคุณทักษิณกลับประเทศในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน อีกทั้งรัฐบาลอังกฤษจะว่าอย่างไรถ้าคุณทักษิณขอลี้ภัยทางการเมือง (อังคาร 3 ก.ค. 50)