วิเคราะห์ข่าว
ตัวแทนความหายนะ
เงินเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน โดยตัวของมันเองไม่มีอะไรเสียหาย ขึ้นอยู่กับคนหาและคนใช้ว่าจะหาเงินมาด้วยวิธีสุจริตหรือทุจริต และใช้เงินนั้นในทางทุจริตหรือไม่
เงินถูกมองได้จากหลายแง่มุม มุมมองหนึ่งถูกเปรียบเหมือนกับเป็น "ตัวแทนของความหายนะ" หลายคนอาจสงสัยเพราะใครๆ ก็ต้องการเงินทั้งนั้น แล้วทำไมจึงเป็นตัวแทนของความหายนะ ในขณะที่หลายภาคส่วนของสังคมไทยวัดความดีชั่วของคนด้วยเงิน
ที่เรียกว่าเงินเป็นตัวแทนของความหายนะ คือ ความโลภก่อให้เกิดการคอรัปชั่น โกงกินบ้านเมือง ใช้ตำแหน่งหน้าที่และอิทธิพลที่จะนำไปสู่เป้าหมายของความโลภ นักการเมืองขายตัว ประชาชนขายสิทธิ เพราะต่างคนต่างคิดถึงต้นทุนและกำไรในรูปตัวเงิน
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง นักการเมืองที่มองการเมืองเป็น "ธุรกิจ" หรือ "ธุรกิจการเมือง" เก่งคำนวณ "ต้นทุน" และ "กำไร" คนเหล่านี้จะคิดถึงเงินที่ต้องลงทุนในการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ใช้ เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วเป็น ส.ส.ก็หวังเข้าไปเป็นรัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี เพราะเป็นช่องทางที่จะถอนทุนได้ง่ายที่สุด นอกจากถอนทุนคืนแล้ว นักธุรกิจการเมืองจะต้องคิดถึงกำไรและดอกเบี้ย รวมทั้งสะสมทุนไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย นักการเมืองประเภทนี้จะหาเงินทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะถูกหรือผิด จะโดยตรงหรืออ้อม หาให้ได้มากที่สุด โดยนำธุรกิจมาบวกเข้ากับความโลภ
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนักการเมืองไทยจำนวนไม่น้อยในอดีต จึงมีข่าวพัวพันกับการทุจริตคอรัปชั่น เชื่อว่าในอนาคตการทุจริตคอรัปชั่นก็คงไม่ลดน้อยลง ถ้าประชาชนกะพริบตาเมื่อใร นักการเมืองประเภทนี้จะโกงกินชาติทันทีอย่างเห็นแก่ตัว โดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติและประชาชน หลายคนถูกจับได้ยังออกมาแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ และยังหน้าด้านเสนอตัวมา "รับใช้" ประชาชนอีก นับตั้งแต่นี้ไป ประชาชนจะอยู่ภายใต้พายุลมปากและทัศนวิสัยเลวร้าย ที่ถูกพ่นออกมาจากปากอันเหม็นเน่าของนักเลือกตั้งหลายคน ที่พยายามหลอกลวงประชาชนอย่างโหดร้าย มองประชาชนเป็นเหยื่ออันโอชะของการแข่งขัน แต่เป็นการแข่งขันกันทำชั่ว เพื่อเข้าสู่อำนาจ และนำอำนาจนั้นไปแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบและการทุจริตคอรัปชั่น
ถ้าเมืองไทยยังหนีวังวนน้ำเน่าอันเกิดจากนักธุรกิจการเมือง ที่มุ่งหาเงินโดยวิธีไม่ถูกต้อง และประชาชนบางกลุ่มยังขายเสียงเพราะความโลภ บ้านเมืองจะหนีไม่พ้น "วังวนของความหายนะ" ประเทศก็จะประสบอุบัติเหตุอีกด้วยการยึดอำนาจ ตราบใดที่นักการเมืองชั่วๆ เหล่านี้ยังเวียนว่ายตายเกิดในการเมืองไทย ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการทำรัฐประหารอีก เพราะฉะนั้นถ้าคนไทยไม่ต้องการการปฏิวัติรัฐประหาร คนไทยทุกภาคส่วนในสังคมต้องช่วยกันปฏิเสธนักธุรกิจการเมือง ไม่ให้เข้าไปสู่ศูนย์กลางอำนาจ ด้วยการไม่เลือกคนที่มีประวัติโกงกิน และคนที่แจกเงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 นี้ (อังคาร 4 ธันวาคม 2550)