วิเคราะห์ข่าว
HRW มอง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
หลังจากที่สังหาร อาจารย์นอง บุญยศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสะนอพิทยาคม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อย่างโหดเหี้ยมและทารุณเพียงสองสามวัน กลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนได้ยิง อาจารย์เกศินี ทิมเทพ ครูโรงเรียนศาสนศึกษา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เสียชีวิต ขณะกำลังเดินเข้าโรงเรียนพร้อมนักเรียนในตอนเช้า เสียชีวิตต่อหน้านักเรียนและครูในโรงเรียน ขณะเดียวกันผู้ก่อการร้ายยังเผาโรงเรียนอีกหลายแห่งและวางระเบิดหน้าโรงเรียนที่ อ.รามัน จ.ยะลา คนไทยรู้สึกสลดหดหู่ใจทุกครั้งที่มีข่าวครูถูกยิงตายและบาดเจ็บ โรงเรียนถูกเผา เด็กนักเรียนไปคุ้ยเขี่ยซากโรงเรียนเพื่อหาหนังสือเรียนหรือเครื่องคอมพิวเตอร์หากเหลือพอจะทำงานได้
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก และจะยังเกิดขึ้นอีกต่อไป ชีวิตครูถูกปลิดลงทีละคนเหมือนใบไม้ร่วง ครูทั้งหลายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างไม่รู้อนาคตของตนว่าออกจากบ้านไปสอนแล้วจะได้กลับบ้านโดยที่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามให้ความคุ้มครองเต็มที่ก็ตาม สภาพที่เกิดขึ้นเหมือนคุณครูทั้งหลายเป็นเป้ามีชีวิตที่ให้พวกวัยรุ่นก่อการร้ายใช้เป็นเหยื่อในการที่พวกมันแสดงฝีมือเพื่อถีบตัวเองขึ้นขั้นสูงต่อไป
สำนักงานผู้ตรวจราชการเขต 12 (ยะลา) กระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 4 มกราคม 2547 - 15 กรกฎาคม 2550 ครูตายไปแล้ว 80 ราย โดยอาจารย์เกศินี ทิมเทพ เป็นรายที่ 80 และบาดเจ็บอีก 73 ราย
ทางการไทยใช้ประโยชน์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวทีสงครามข่าวสารน้อยไปหน่อย ทั้งที่ควรกระจายข่าวให้โลกได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันเหี้ยมโหดที่ไม่ใช่เป็นเพียงการก่อความรุนแรง (Violence) ที่รัฐบาลและทางการไทยพูดถึงอย่างเกรงใจเท่านั้น แต่มันเป็นการสังหารอย่างเหี้ยมโหด (Atrocity) และป่าเถื่อน (Brutality) ต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ หลายครั้งเป็นการทรมานต่อเหยื่อ (Torture) ซึ่งขัดต่อกฎของสหประชาชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่เป็นเรื่องทางศาสนา ซึ่งประเทศมุสลิมและโอไอซียอมรับในเรื่องนี้ ที่สำคัญคือการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่ทางการไทยไม่เคยคิดจะขยายผลในเรื่องนี้เลย
นานๆ ทีที่เอ็นจีโอ กลุ่มเฝ้าดูสิทธิมนุษยชนหรือ ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ (Human Right Watch-HRW) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา และมีสำนักงานสาขาเอเซีย-แปซิฟิกอยู่ที่ประเทศไทย จะออกรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียที แต่เมื่อมีรายงานทีไรก็มักจะโจมตีรัฐบาลไทยอยู่เสมอ และยังติดใจอยู่กับกรณีกรือเซะและตากใบ รวมทั้งที่ตำรวจใช้วิธี “อุ้ม“ ผู้ต้องสงสัยบางรายที่เกิดขึ้นในอดีต จริงอยู่เราต้องยอมรับการใช้อำนาจในทางที่ผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจในอดีต แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้พยายามแก้ไขตลอดมา โดยห้ามเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดอีก จนสถานการณ์ดีขึ้นมาก
เมื่อเร็วๆ นี้กลุ่ม HRW ได้ออกรายงานมาฉบับหนึ่ง แม้จะพูดถึงการใช้อำนาจในทางที่ผิดเช่นที่ทำมาเป็นปกติเหมือนกับเป็น “สูตร“ ของกลุ่ม แต่ครั้งนี้รายงานงานได้ยอมรับความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยได้กล่าวถึงการที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนละเมิดสิทธิมนุษยชนสร้างความรุนแรงและความหวาดกลัว (Fear) สังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์ตายและบาดเจ็บมากมายระหว่างที่เหยื่อเดินทางไปทำงาน ไปรับลูกกลับจากโรงเรียน นำฝูงสัตว์ไปเลี้ยง ไปกรีดยาง ไปซื้ออาหารที่ตลาด หรือกำลังรับประทานอาหารตามร้าน กลุ่มมองว่าแม้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนจะอ้างเหตุผลเพื่อหาความชอบธรรม แต่การกระทำดังกล่าวทำลายความชอบธรรมของตนโดยสิ้นเชิง เพราะการที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนสังหารคนตายไปกว่า 2,400 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 4,000 คน ตั้งแต่มกราคม 2547 - กรกฎาคม 2550 นั้น โดยร้อยละ 90 เป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้
รายงานระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการตั้งใจกระทำต่อพลเรือนโดยตรง หรือไม่พยายามลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุดหากมีพลเรือนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย เช่น การสังหารเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ครู วางระเบิดที่ตลาด ซึ่งเป็นแหล่งชุมนุมชน ธนาคาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม เป็นเรื่องที่สังคมรับกันไม่ได้ โดยที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนไม่ได้แยกระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจกับพลเรือน เช่น เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2550 ผู้ปกครองชาวไทยมุสลิม 15 คน กำลังรอรับลูกหลานที่กลับจากโรงเรียน ขณะนั้นผู้ก่อการร้ายก็จุดชนวนระเบิดที่ซ่อนอยู่ในรถจักรยานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์โจมตีเจ้าหน้าที่ทหารสองสามคนที่ผ่านมาแถวนั้น แต่ปรากฏว่าคนได้รับเคราะห์ส่วนใหญ่กลายเป็นพลเรือนผู้บริสุทธิ์
หลายกรณีการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุ่งที่จะสร้างความหวาดกลัว (Terror) ต่อประชาชนเป็นสำคัญ เช่น การฆ่าตัดศีรษะเหยื่อไปแล้ว 29 ราย และใช้มีดฟันชาวไทยพุทธและมุสลิมกว่า 40 คน เสียชีวิตในรอบ 43 เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ทหารเพียงคนเดียว ที่เหลือเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนที่ไม่ได้ทำงานด้านความมั่นคงและชาวบ้านธรรมดา
นานๆ ทีที่องค์การ HRW จะเขียนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กระทำต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ คอลัมน์ “คิดทันโลก“ ได้เรียกร้องตลอดมาให้ HRW มองประเด็นนี้บ้างไม่ใช่โจมตีแต่เจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเดียว เราเห็นด้วยเต็มที่ถ้า HRW จะตำหนิรัฐบาลไทยหากเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชน แต่การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ใช่มีแต่เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ปัจจุบันกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง กลุ่มแบ่งแยกดินแดน และกลุ่มก่อการร้ายทั่วโลก ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างมากมาย ที่เห็นได้ชัดและใกล้ตัวคนไทยมากที่สุดคือสถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
การกระทำของ HRW ครั้งนี้ถือว่าซื่อสัตย์ต่อหน้าที่อย่างแท้จริง ใครผิดก็ว่าไปตามผิด พรุ่งนี้ผมจะเขียนเรื่องนี้ต่ออีกวัน โดยเฉพาะข้อเสนอแนะของ HRW ในการแก้ปัญหาดังกล่าว ส่วนคำภาษาอังกฤษในวงเล็บนั้นต้องการให้ท่านผู้อ่านเอาไปใช้เวลาพูดกับชาวต่างประเทศ เพราะเมื่อใช้คำนี้เขาจะรู้ทันทีว่าหมายถึงอะไร และเป็นคำที่ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง (พุธ 29 สิงหาคม 2550)