วิเคราะห์ข่าว
วิเคราะห์ข้อเสนอแนะของ HRW
วันนี้เราจะมาพิจารณาข้อเสนอแนะของกลุ่มเอ็นจีโออเมริกา ชื่อกลุ่มเฝ้าดูการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั่วโลก หรือ Human Right Watch (HRW) ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ HRW มองปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังและยอมรับโดยนัยว่าสิ่งที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนติดอาวุธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้กระทำต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์นั้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ไม่ว่ากลุ่มก่อการร้ายจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม ก็ยากที่จะหาความชอบธรรมจากสังคมโลก เพราะสังคมโลกไม่ยอมรับการสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างทารุณโหดร้ายของกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว
ในรายงานนี้ ตัวผู้อำนวยการ HRW ซึ่งประจำอยู่ที่สำนักงานสาขาเอเซีย-แปซิฟิกใน กทม.ได้มีข้อเสนอแนะกลุ่มก่อการร้าย รัฐบาลไทย และสังคมระหว่างประเทศ ว่าควรจะทำอย่างไรในการยุติความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
ข้อเรียกร้องต่อกลุ่มก่อการร้าย
HRW เรียกร้องให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนทุกกลุ่มยุติการโจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด และยุติการทำลายสิ่งสาธารณประโยชน์ เช่น โรงเรียน วัด มัสยิด ศูนย์อนามัย ฯลฯ ขบวนการต้องแยกแยะระหว่างทหาร ตำรวจ กับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ การมุ่งโจมตีต่อทหารตำรวจต้องระมัดระวังและหลีกเลี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อพลเรือนและสิ่งสาธารณประโยชน์ กลุ่มก่อการร้ายต้องกำชับคนของตนให้เข้าใจและเคารพต่อหลักการในการปกป้องพลเรือน ลูกสมุนคนใดที่ทำร้ายพลเรือนต้องถูกขับออกทันที หรือดำเนินการลงโทษ กลุ่มก่อการร้ายต้องเคารพพันธะกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะมาตรา 3 ของอนุสัญญาเจนีวาและพิธีสารปี 2520 นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้กลุ่มก่อการร้ายและรัฐบาลไทยหยุดการกระทำที่ข่มขู่คุกคามใครก็ตาม รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน นักหนังสือพิมพ์ ฯลฯ ที่เปิดเผยการใช้อำนาจในทางที่ผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย
HRW เรียกร้องต่อรัฐบาลไทยให้เคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นในการเฝ้าดู ป้องกัน และดำเนินการป้องกันการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายต่อพลเรือนและทำลายสาธารณูปโภค รัฐบาลไทยต้องมีมาตรการที่จำเป็นช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายให้ได้รับการศึกษา การสาธารณสุข และการใช้สาธารณประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต้องได้รับการลงโทษอย่างเหมาะสม และรัฐต้องจ่ายเงินชดเชยต่อเหยื่อและครอบครัวของเหยื่อจากการใช้อำนาจในทางที่ผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐบาลต้องสนับสนุนให้หน่วยงานยุติธรรมของรัฐมีขีดความสามารถในการสืบสวน สอบสวนคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นอิสระจากกัน
ข้อเรียกร้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ
HRW ได้เสนอแนะให้ประชาคมระหว่างประเทศช่วยกันประณามกลุ่มก่อการร้ายใดๆ ก็ตามที่มุ่งทำร้ายพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และทำลายทรัพย์สินที่เป็นสาธารณประโยชน์ หรือข่มขู่คุกคามทำให้เกิดความเสียหายต่อพลเรือน สนับสนุนความพยายามของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทยในการเฝ้าดู สืบสวนรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือขบวนการแบ่งแยกดินแดน
เมื่อพิจารณาข้อเสนอแนะดังกล่าวข้างต้น อาจกล่าวได้ว่า เป็นข้อเสนอแนะต่อกลุ่มที่เกี่ยวข้องทั้งกลุ่มก่อการร้าย รัฐบาล และประชาคมระหว่างประเทศอย่างมีเหตุมีผลและเป็นเรื่องที่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยรับได้ อีกทั้งข้อเสนอต่อภาครัฐนั้นรัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐในอดีตไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อลดเงื่อนไขทางสังคมที่ผู้ก่อการร้ายแสวงหาประโยชน์ในการขยายผลชักชวนคนให้เข้าร่วมมากยิ่งขึ้น ทางการไทยได้ใช้นโยบาย “สมานฉันท์“ และ “ความเป็นไทย ความเป็นธรรม“ ที่ถือว่าตรงเป้าที่สุด
รัฐบาลไทยได้ลองผิดลองถูกตลอดมาในระยะเวลา 3 ปี โดยสมานฉันท์กับชาวไทยมุสลิม ส่วนใหญ่เป็นพวกสายกลาง (Moderate) และดำเนินการต่อกลุ่มหัวรุนแรง (Extremism) ซึ่งมีไม่ถึงร้อยละ 1 ที่ใช้การก่อการร้าย (Terrorism) เป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง คือ การแบ่งแยกดินแดน (Seperatism) ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกก็มีปัญหาคล้ายกัน แม้แต่ประเทศอาหรับมุสลิมก็มีปัญหากับพวกหัวรุนแรงในประเทศของตน
รัฐบาลไทยต้องเร่งเผยแพร่การกระทำอันทารุณโหดร้าย ต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ทั้งไทยพุทธและมุสลิม การทำลายสิ่งสาธารณประโยชน์ทั้งหลาย ให้สังคมโลกได้รับรู้ เพื่อให้โลกช่วยกันประณามการกระทำดังกล่าวของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนตามที่ HRW เสนอ ผมมีความเห็นเป็นการส่วนตัวว่า การที่กลุ่มก่อการร้ายประกาศไม่ยอมพูดคุยกับทางการไทย แต่มุ่งหน้าจะก่อการร้ายต่อไปอีก 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเอง และถ้าหากกลุ่มก่อการร้ายประกาศว่าจะฆ่าคนต่อไปอีก 2-3 หมื่นคน ใน 3-5 ปีข้างหน้าจริง ยิ่งเป็นผลเสียต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนเอง เพราะคงไม่มีประเทศไหนในโลกที่ยอมรับการกระทำดังกล่าวได้ เท่ากับ HRW ช่วยโฆษณาให้กับชาวไทยด้วยซ้ำ
ขณะที่กลุ่มเอ็นจีโอต่างประเทศ เช่น HRW ได้ออกรายงานที่ตรงประเด็นและเป็นกลางที่สุดเป็นครั้งแรก แต่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกลับเงียบกริบ และคอยจ้องจับผิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำและต้องทำ แต่กลุ่มเอ็นจีโอไม่เคยแตะต้องกลุ่มแบ่งแยกดินแดนติดอาวุธที่ไล่ฆ่าคนเหมือนผักปลาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย คนไทยสงสัยว่ากลุ่มเอ็นจีโอไทยพวกนี้คิดอะไรอยู่
รายงาน 104 หน้าประจำเดือนสิงหาคม 2550 ฉบับนี้ของ HRW ถือว่าเป็นรายงานวิจัยที่มีการศึกษาปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ HRW เดินทางไปศึกษาปัญหาในพื้นที่อย่างจริงจัง ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน ชาวบ้าน นักวิชาการสามารถเข้าถึงเอกสารของทางการและเอกสารที่ทางการยึดได้จากกลุ่มก่อการร้าย เจ้าหน้าที่ HRW ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับสมาชิกของขบวนการแบ่งแยกดินแดนกลุ่ม BRN-Coordinate ซึ่งเท่ากับได้ข้อมูลทั้งสองด้าน ทำให้รายงานนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ใช่ใช้วิธีนั่งเทียนเขียนอยู่ที่ กทม. หรือรับแต่เฉพาะรายงานจากกลุ่มเอ็นจีโอไทยเท่านั้น จึงทำให้มองปัญหาด้านเดียวมาโดยตลอด
กลุ่มเอ็นจีโอไทยด้านสิทธิมนุษยชนควรดูแบบอย่างจากรายงานของ HRW ฉบับนี้ โดยเปิดหูเปิดตามองจากทั้งสองด้าน เพราะการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ใช่ทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่คนที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ (ศุกร์ 31 สิงหาคม 2550)