|
|
|
ผู้อพยพทางเศรษฐกิจ |
|
|
|
ข่าวผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวพม่าที่ลักลอบเข้ามาหางานทำ และตายหมู่ถึง 54 คนระหว่างถูกนำไปยังแหล่งงาน สร้างความสลดหดหู่ให้กับไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่กับคนทั่วโลกที่ได้ทราบเรื่องนี้ด้วย กรณีแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เคยเกิดขึ้นในยุโรปมาแล้ว เมื่อชาวจีนจำนวนหนึ่งอุตส่าห์ลักลอบเดินทางไปจนถึงยุโรป และกำลังมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง โดยหลบซ่อนตัวอยู่ในรถห้องเย็น แต่ขาดอากาศจนเสียชีวิตหลายสิบคน ซึ่งเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
ในเมืองไทยก่อนหน้านี้ เคยมีข่าวเรื่องแรงงานพม่าหลบหนีเข้าเมืองตายหมู่อย่างน่าเอน็จอนาถใจ จากการหลบซ่อนแออัดมาในรถบันทุก หรือซ่อนมาใต้รถบันทุกผักตามแต่ที่นายหน้ากำหนด หลายคนโชคร้ายเสียชีวิตก่อนที่จะได้ทำงาน หลายคนเสียชีวิตระหว่างทำงาน ศพก็ถูกขุดฝังกันไป โดยญาติพี่น้องในพม่าไม่มีโอกาสที่จะได้รับทราบ
แรงงานพม่าหลบหนีเข้าเมืองเหล่านี้ ไม่ใช่อาชญากร เพราะฉนั้น เราต้องไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาคล้ายอาชญากร แต่เขาเป็นเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการชีวิตที่ดีกว่าเช่นแรงงานไทยไปที่ใช้แรงงานในต่างประเทศ ไม่มีใครที่อยากจากบ้านเมือง จากพ่อแม่ลูกเมียและญาติพี่น้องไปอยู่ดินแดนห่างไกล นอกจากมาเพื่อหวังที่จะมีชีวิตที่ดีกว่ากับตนเองและครอบครัว ทุกคนต้องดิ้นรน คนเหล่านี้แตกต่างจากผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ แต่มาเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะความยากจน นัยหนึ่ง แรงงานพม่าเหล่านี้อาจถูกจัดเป็น ผู้ลี้ภัยทางเศรษฐกิจ คงพอได้
ทำไมคนเหล่านี้ไม่ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ เช่น อินเดีย หรือ จีน ซึ่งมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจกว่าประเทศไทย จากการสอบถามแรงงานพม่าหลายคน ได้คำตอบตรงกัน คือ คนพม่ากับคนไทยมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ ทั้งลักษณะทางกายภาพ ความเชื่อ ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี หากเดินทางไปจีนหรืออินเดีย พวกเขาต้องปรับตัวใหม่ทั้งหมด ถ้าเดินทางมาไทย การปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่มีน้อยและทำได้ง่าย อีกประการหนึ่ง แม้ประวัติศาสตร์จะสอนให้คนไทยกับพม่าเหมือนสัตรูคู่อาฆาตกัน แต่นิสัยของคนไทยมีความโอบอ้อมอารีกับชาวต่างชาติ พวกเขามีความรู้สึกว่า น่าจะเข้ากับคนไทยได้ดีกว่าคนอินเดียและคนจีน
ไทยและพม่ามีพรมแดนทางบกติดต่อกันถึง 2,400 ก.ม. และมีอาณาเขตน่านน้ำติดต่อกันด้านทะเลอันดามัน การลักลอบเดินทางเข้าไทยสามารถกระทำได้ทุกจุดตลอดแนวพรมแดนทางบกและทางน้ำ เนื่องจากมีเขตแดนทางธรรมชาติที่เอื้อประโยชน์แก่การเดินทางเข้าออก คล้ายกับมาเลเซียที่มีปัญหากับแรงงานจากอินโดนีเซีย โดยฝ่ายหลังสามารถลักลอบขึ้นฝั่งมาเลเซียตะวันตกได้เกือบทุกจุดที่ต้องการ
เราควรมองแรงงานพม่ารอบด้าน ด้านหนึ่ง แรงงานพม่าเหล่านี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย เพราะงานที่ใช้แรงงานไร้ฝีมือ หรืองานที่เสี่ยง อันตราย สกปรก เหนื่อยยาก คนไทยไม่ทำอีกแล้ว แต่คนไทยจะพัฒนาแรงงานจากไร้ฝีมือเป็นแรงงานกึ่งมีฝีมือ หรือมีฝีมือ และไปทำงานในต่างประเทศซึ่งได้เงินดีกว่า ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร ประมง ปศุสัตว์ ก่อสร้าง รับจ้างแบกหาม ฯลฯ ที่แรงงานพม่าเหล่านี้เข้ามาอุดช่องว่าง และช่วยในการทำให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวต่อไปในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะภาคเกษตร ประมง ก่อสร้าง พาณิชย์ และงานแม่บ้าน
ใครได้ใครเสียจากแรงงานต่างด้าวพม่า? คนที่ได้แน่ ๆ คือ รัฐบาลพม่า เพราะถ้าคนพม่าเหล่านี้อยู่ในพม่าและไม่มีงานทำ หรืออยู่อย่างยากจน อาจคิดต่อต้านรัฐบาลได้ การที่คนพม่ามาทำงานในไทย เท่ากับแก้ปัญหาการเมืองภายในได้ระดับหนึ่ง ซ้ำแรงงานพม่าเหล่านี้ยังส่งเงินกลับประเทศให้พ่อแม่ญาติพี่น้องตนปีละจำนวนมาก ซึ่งไม่อาจระบุตัวเลขได้เพราะไม่มีสถิติแน่นอน นอกจากรัฐบาลพม่าได้ประโยชน์แล้ว แรงงานพม่าเหล่านี้ย่อมได้ประโยชน์โดยตรง ขณะที่ไทยเองก็ได้ประโยชน์จากแรงงานเหล่านี้มาช่วยอุดช่องว่างแรงงานไร้ฝีมือที่ขาดแคลน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ถ้ามองในเชิงเศรษฐกิจ เป็นยุทธศาสตร์ ชนะ ชนะ ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ดี คนไทยมีความห่วงใยในปัญหาความมั่นคงและสังคม กล่าวคือ เกรงว่า แรงงานพม่าที่เข้ามาเอาลูกเมียเข้ามาด้วย ในหลายจังหวัดที่มีการใช้แรงงานพม่า จำนวนคนพม่ามีมากพอ ๆ กับคนไทยในพื้นที่ หรือบางทีอาจมากกว่าด้วยซ้ำ ถ้าไม่เท่ากับหรือไม่มากกว่า ก็มีเปอร์เซ็นต์สูงมาก ซึ่งถือว่า เป็น ความเสี่ยง ต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ฝ่ายความมั่งคงมองว่า แรงงานเหล่านี้อาจสร้างปัญหาระยะยาว เพราะเกิดคนพม่ารุ่น 2-3 ที่สามารถเรียกร้องสัญชาติไทยได้ในอนาคต และเป็นการเพิ่มจำนวนของชนกลุ่มน้อยในประเทศ
ทางด้านสังคม มีความห่วงกังวลว่า แรงงานพม่าได้นำโรคที่หมดไปจากไทยแล้ว กลับมาเผยแพร่อีก อีกทั้งแย่งบริการด้านการแพทย์และสาธารณะสุขจากคนไทย ทั้งที่คนพม่าไม่ได้เสียภาษีรายได้ คนไทยแถบชายแดนเคยเล่าให้ฟังว่า บางทีไปรับบริการที่โรงพยาบาล ปรากฎว่ามีแรงงานพม่าไปรับบริการเต็มไปหมด แม้แต่เตียงคนไข้ก็ถูกยึดครองเกือบหมด คนไทยไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่เจ้าของประเทศควรจะได้ ซึ่งเรื่องนี้ แม้แต่คนอังกฤษก็บ่นเพราะแรงงานจากยุโรปตะวันออกเข้ามาแย่งบริการสาธารณะสุขจากคนท้องถิ่น
การมองปัญหาแรงงานพม่า ควรมองอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และพยายามหาความสมดุลในการบริหารจัดการปัญหาในลักษณะ
ได้ กับ ได้ ทั้งสองฝ่าย แต่ที่ขอเน้นคือ แรงงานพม่าเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร แต่เป็น ผู้อพยพทางเศรษฐกิจ และเป็นมนุษย์เช่นพวกเรา ดังนั้น เราควรมองพวกเขาบนพื้นฐานของมนุษยธรรม และปฏิบัติต่อพวกเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน พวกเขาทำงานหนักเพื่อเก็บเงินส่งบ้าน เพราะฉนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ควรไป รีดไถ คนเหล่านี้ ถ้าคนไหนประพฤติตัวไม่ดี หรือสร้างปัญหา ต้องใช้กฎหมายจัดการหรือส่งกลับทันที
ถ้าเราไม่ต้องการให้แรงงานไทยในต่างประเทศถูกปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม หรือถูกกดขี่ข่มเหง ถูกรีดไถ เราก็ควรปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างมีมนุษยธรรมเช่นกัน
การแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลพม่า ร่วมกับภาคเอกชน รัฐบาลพม่าต้องจริงใจและร่วมมือในการแก้ปัญหานี้ อย่าคิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว และผลักภาระให้กับเพื่อนบ้าน
|
|
|
|