วิเคราะห์ข่าว
ขอให้กำลังใจท่านนายกฯ
บ้านเมืองต้องเดินไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งกำหนดไว้เป็นวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ไม่ว่าฝนตกแดดออกภัยแล้งน้ำท่วมเครื่องบินตก นักการเมืองทะเลาะกัน หรือมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ฯลฯ ก็ต้องมีการเลือกตั้งยกเว้นว่าจะมีภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทำความเสียหายอย่างกว้างขวาง จนทำให้คนไทยตายนับหมื่นหรือแสนคน หรือมีสิ่งไม่คาดฝันที่เป็น “ความวิปโยคของชาติ” ที่ทำให้อาจต้องทบทวนวันเวลาการเลือกตั้ง
จากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งที่กำหนดไว้ขณะนี้อาจมีเหตุการณ์ทางการเมืองที่ทำให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ปวดหัวอีกหลายเรื่องแม้ท่านพยายยามทำสมาธิหรือเข้าฌานแบบฤาษีแล้วก็ตาม แต่จิตก็คงไม่นิ่งนัก ภาษาพระเรียกว่า เป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรี 5 ท่านพร้อมใจกันแสดงสปิริตลาออกไปเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการกระทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของกรกระทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของ “คุณธรรม จริยธรรม” ที่รัฐบาลชุดนี้และรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ได้เน้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างมาตรฐานที่นะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับนักการเมืองยุคปี 2550 เป็นต้นไปบางคนมองว่า นี่เป็นวิกฤตของรัฐบา แต่หากมองอีกมุมหนึ่งอาจกล่าวได้ว่านี้คือ “ชื่อเสียง” ของรัฐบาลชุดนี้ที่เน้นเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่ไปกับการทำงานหากมีสิ่งใดที่จะกระทบต่อคุณธรรมจริยธรรม แม้ไม่ผิดกฎหมาย รัฐมนตรีขอแสดงสปิริตลาออก
ใจจริงแล้งเราเสียดายและอยากให้รัฐมนตรีเหล่านั้นทำงานจนครบวาระ แต่ถ้าเราเป็นท่าน ก็คงไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอ่อนต้องขอปรบมือให้กับรัฐมนตรี สิทธิชัย โภไคยอุดม ที่เป็นคนนำสร้างมาตรฐานทางการเมืองขึ้นใหม่แต่ก็อาจกลายเป็น “เชือกรัดคอ” ใครอิกบางคน
อาจกล่าวได้ว่าไม่ค่อยมีคนติดใจกับรัฐมนตรีส่วนใหญ่ที่มีหุ้นเกิน 5% ที่ลาออกหรือท่านที่ไม่ได้ลาออกเพราะบริษัทเจ๊งไปก่อน เพราะประชาชนเชื่อว่าว ท่านเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์จากหุ้นเหล่านั้นในลักษณะ “ผลประโยชน์ทับซ้อน” หรือ “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” ในความเป็นจริง ท่านเหล่านี้สามารถที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้หากต้องการเพียงแต่โอนหุ้นให้คนอื่น หรือลาออกจำตำแหน่งทางธุรกิจ แต่ท่านก็เลือกที่จะแสดงสปิริตลาออกเอง เพื่อสร้างมาตรฐานทางการเมืองสำหรับนักการเมือง “เหล้าเก่าในขวดใหม่” และนักการเมืองหน้าใหม่ทั้งหลายการจะดูว่าใครดีใครเลวไม่ใช่ดูเพียงวันสองวันนี้เท่านั้น แต่ต้องย้อนหลังไปดูประวัติและพฤติการณ์ในอดีตท่านมา ถึงจะตัดสินในได้ว่าเขาดีหรือไม่ดีอย่างไร ถ้าจะประเมินสถานการณ์ต้องดู “หนังเรื่องอย่าดูแค่ “หนังแผ่น” หน้าโรงเท่านั้น
เราเชื่อโดยสุจริตใจว่า ป.ป.ช. ไม่มีเจตนาแฝงเร้นทางการเมืองที่จะบ่อนทำลายรัฐบาลตามที่นายกรัฐมนตรีแสดงความหงุดหงิดกับ ป.ป.ช. ทำนองว่า ทำไมไม่กระซิบบอกกันก่อน แต่กลับเอาไปเปิดเผยต่อสื่อมวลชนแล้วมาแจ้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการทีหลัง เราเชื่อว่า ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ดรประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรื่องแจ้งหรือไม่แจ้งให้รัฐบาลทราบก่อน
อย่างไรก็ดี เมื่อรัฐมนตรีสร้างมาตรฐานทางการเมืองไว้สูงเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีต้องมีมาตรฐานสูงมากกว่ารัฐมนตรี ขณะนี้ท่านกำลังถูกคนกลุ่มหนึ่ง “ทดสอบ” มาตรฐานของท่านในกรณีที่ดินบนเขายายเที่ยงที่ยังไม่ชัดเจนจนถึงวันนี้ การที่ ป.ป.ช. ไม่รับพิจารณาเพราะนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งข้าราชการประจำไปกว่า 2 ปีตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่คำตอบที่ทำให้สังคมหายข้องใจ แม้คนส่วนใหญ่ไม่ติดใจเพราะเชื่อในความซึ่อสัตย์สุจริตของท่าน แต่สมาชิกกลุ่มหนึ่งในสภานิติบัญญัติแห่งชาตอยัง “เกาะติด” เรื่องนี้ชนิด “กัดไม่ปล่อย” ถ้าเป็นเช่นนี้ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องคงอยู่เฉยไม่ได้ มิฉะนั้นจะถูกกล่าวหาว่า “สองมาตรฐาน”
แม้นายกรัฐมนตรียืนยันตลอดมาว่าท่านพร้อมที่จะชี้แจง เพราะไม่มีอะไรต้องปิดบัง เนื่องจากทุกอย่างได้มาอย่างเปิดเผยโปร่งใส หากใครยังไม่พอใจก็พร้อมที่จะชี้แจงอีก เพราะท่านเชื่อมั่นว่าท่านไม่ได้ทำสิ่งใดผิด หากพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ทำมานั้นไม่ถูกต้อง ท่านก็พร้อมที่จะคืนที่ดินให้ทางราชการ (ถ้าตรวจสอบการถือครองที่ดินทั่วประเทศ คงมีนักการเมือง ข้าราชการและพ่อค้าต้องคืนที่ดินอีกนับร้อยราย)
เราลองมาสร้าง “ภาพจำลอง” ในสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้และผลที่จะตามมา
ภาพจำลองที่หนึ่ง คือ หน่วยงานรัฐยืนยันว่า การได้มาที่ดินดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติยกเลิกแนวคิดซักฟอกนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้ก็จบ ตาภาพจำลองนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แก่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเสียเลย
ภาพจำลองที่สอง คือ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพอใจกับคำชี้แจง และยุติเรื่อง เรื่องนี้ก็จบ (แล้วค่อยไปคิดค้นหาเรื่องใหม่อีก) ภาพจำลองนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้และไม่ได้เท่าๆ กัน
ภาพจำลองที่สาม หากมีการพิสูจน์ว่าที่ดินที่ได้มานั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ท่านไม่มีเจตนาทุจริตก็ตาม อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ทางการจะผ่อนปรนได้มากน้อยเพียงใดโดยไม่ผิดกฎหมายหากท่านคืนที่ดินให้กับทางการตามที่ได้พูดไว้แต่แรก หรือว่าจะมีการตำเนินการทางกฎหมายต่อไปแล้วความสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรมเล่า ท่านจะทำอย่างไกร ท่านมีทางเลือกอื่นอีกไหม?
ถ้าถามว่า เรา “อยาก” จะเห็นภาพจำลองใดขอตอบว่า เราอยากเห็นภาพจำลองที่หนึ่ง
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงสี่เดือนแรกของการเข้าบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรีอาจลาออก แต่ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นก็จะมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของนายกรัฐมนตรีที่จะดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านจะลาออกหรือ? ตัวท่านเองยืนยันว่าจะไม่ลาออก แต่ท่านจะทนแรงกดดันโดยเฉพาะจากสื่อได้มากน้อยเพียงใด อีกทั้งกลุ่มอำนาจเก่าคงออกมาขย่มชนิดไม่เลี้ยง
ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งเป็นนักกฎหมายมือหนึ่งของประเทศและผ่านวิกฤตการเมืองมาหลายยุคหลายสมัย ท่านคงมองเห็นเรื่องนี้ทะลุปรุโปร่งท่านถึงได้ออกมาพูดทำนองขอร้องนายกรัฐมนตรีว่า อย่าลาออก เพราะถ้านายกรัฐมนตรีลาออก บ้านเมืองคงวุ่นพิลึกทั้งที่ท่านน่าจะล็อบบี้สมาชิก สนช. ไม่ให้ยื่นเรื่องซักฟอกมากกว่า แต่ท่านคงรู้ว่าท่านพูดเขาก็คงไม่ฟัง อีกทั้งเป็น “สิทธิ” ของสมาชิกตามรัฐธรรมนูญ
นายกรัฐมนตรีมีเจตนาแน่วแน่และมุ่งมั่นเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ให้เป็นการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ “เสรี บริสุทธิ์ ยุติธรรม” ตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยเรื่องการขายสิทธิ์ซื้อเสียงที่พัฒนารูปแบบแปลกใหม่ และพยายามหาทางป้องกันเท่าที่สามารถทำได้ แต่ถ้าแนวโน้มเป็นตามภาพจำลองที่สาม นายกรัฐตรีต้องชั่งใจว่าจะลาออกเพื่อรักษาคุณธรรม จริยธรรมหรือยู่ต่อเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยและเดินหน้าไปสู้การเลือกตั้งต่อไป
จะมีใครบ้างไหมที่มีบารมีมากพอและเป็นที่เคารพเชื่อฟังของทั้งสองฝ่ายหาทางให้คู่กรณีพบกันครึ่งทาง โดยเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง เพราะขณะนี้บ้านเมืองก็บอบช้ำมามากพอสมควรแล้ว คนไทยและสื่อจะช่วยกันปรับประคองบ้านเมืองให้ฝ่ายพ้นช่วยเวลานี้ไปได้หรือไม่ อย่างไร
รอไว้อภิปรายซักฟอกผลงาน 1 ปี ของรัฐบาลในเดือนพฤศจิกายน 2550 ไม่ดีกว่าหรือ? (อาทิตย์ 7 ตุลาคม 2550)