|
|
|
ทาสยุคใหม่ |
|
|
|
คนขับรถแท็กซี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เขามาจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.หนองคาย คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ยากจน และยังคงยากจนอยู่ไม่ว่าจะเป็นสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย หรือรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่สมัยรัฐบาลทักษิณนั้น นอกจากจนเช่นเดิมแล้ว แต่ละครอบครัวต่างมีหนี้สินกันถ้วนหน้า เขาอ้างว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนในหมู่บ้านไปกู้กองทุนหมู่บ้าน ธนาคารออมสิน หลายคนก้าวหน้าไปกว่านั้นโดยมีเพื่อนมาชักชวนให้ไปกู้สถาบันที่เรียกว่า นอนแบงก์ ประเภทกู้ปุ๊บได้ปั๊บ ใครรู้แหล่งเงินกู้ใหม่ๆ ก็มาชักชวนกันกู้กันอย่างครึกครื้น แต่ส่วนใหญ่กู้มาเพื่อการบริโภคโดยเอาไปซื้อโทรศัพท์มือถือ ซื้อเครื่องเสียง ซื้อรถจักรยานยนต์ หรือเอาไปดาวน์รถปิกอัพออกมาวิ่งได้ไม่ถึงปีก็ถูกบริษัทยึดคืนไปเพราะไม่มีปัญญาส่งต่อ
คนขับแท็กซี่คนเดิมบอกว่า คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านไม่มีปัญญาใช้หนี้คืนเพราะเงินที่กู้ไปไม่ได้เอาไปลงทุนให้เกิดดอกผลงอกเงยขึ้นมา เมื่อถึงเวลาต้องใช้คืนกองทุน ก็ไปกู้เงินนอกระบบโดยยอมเสียดอกเบี้ยสูงเอามาใช้คืน เพื่อให้ได้สิทธิกู้ใหม่จากกองทุนและนำไปใช้คืนเจ้าหนี้นอกระบบ หมุนเวียนเช่นนี้เป็นงูกินหาง หลายรายหาเงินมาใช้เจ้าหนี้นอกระบบไม่ได้ก็ถูกยึดไร่นาไปหมดสิ้น
เชื่อว่า ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่มีสภาพดังที่คนขับแท็กซี่เล่าให้ฟัง และทำให้คิดถึงข่าวคนเป็นหนี้นอนแบงก์ที่มีวีธีการทวงเงินแบบพิสดาร ขณะเดียวกัน ก็คิดถึงบรรดาคุณครูจำนวนไม่น้อยที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ใครรู้ว่ามีแหล่งกู้ตรงไหนก็ไปบอกเพื่อนครูแห่ไปกู้กันอย่างครื้นเครง บางคนมีบัตรเครดิตของธนาคารและของนอนแบงก์นับสิบใบ ซ้ำยังเอามาอวดเพื่อนอย่างภาคภูมิใจเสียอีก ครูพวกนี้จะคอยเฝ้าตามข่าวว่าราชการจะมีโครงการใหม่ๆ อะไรบ้างที่เปิดให้กู้ พอมีรัฐบาลใหม่ขึ้นมา ครูเหล่านี้ก็รวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางปลดหนี้ครู
ทุกข์ทางกายถือว่าหนักหนาพอสมควร แต่ทุกข์ทางใจมีอาการหนักยิ่งกว่าทุกข์ทางกาย กล่าวกันว่า ทุกข์ทางใจที่รุนแรงที่สุดคือทุกข์จากการเป็นหนี้ คนเหล่านี้กำลังตกเป็นทาสของกระแสทุนนิยมสุดโต่งและลัทธิบริโภคนิยมที่สอนให้คนเป็นหนี้ ขณะเดียวกันฝ่ายการเมืองก็แสวงหาประโยชน์โดยเสนอว่าจะปลดหนี้ให้ และหาเงินมาให้กู้เพิ่มเติม แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเลือกพรรคเขาให้เป็นรัฐบาล
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศเลิกทาสเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว แต่วันนี้ ยังมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาส หรือทำให้ตัวเองตกเป็นทาสสมัยใหม่ นั่นคือ ทาสของกระแสบริโภคนิยม และทาสของความยากจนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เห็นได้ชัดคือเป็นทาสของเจ้าหนี้ ที่เจ้าหนี้จะข่มขู่ โขกสับ อย่างไรก็ได้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ทรงมีเมตตาชี้ ทางออก หรือ มรรค หนทางพ้นทุกข์ด้วยการดำเนินชีวิตตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่า พวกเขาเหล่านี้จะยอมปลดปล่อยตัวเองจากการเป็นทาสของลัทธิบริโภคนิยมหรือไม่ (อังคาร 30 ต.ค. 50)
|
|
|
|