วิเคราะห์ข่าว
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ขณะที่เขียนบทความนี้ มีการปล่อยข่าวต่าง ๆ กันมากมาย ฝ่ายไหนปล่อยข่าว ข่าวนั้นก็จะเป็นประโยชน์กับกลุ่มคนที่ปล่อย ที่สำคัญคือ คนปล่อยข่าวมักจะใช้วิธีตีความพระราชดำรัสให้เป็นประโยชน์กับตน ดังนั้น จึงมีการปรามกันไว้ก่อนหน้านี้ว่า พระราชดำรัสเป็นสิ่งสูง อย่าไปตีความพระราชดำรัสเพราะไม่มีใครรู้จริงนอกจากพระองค์ท่านเอง เราควรปฏิบัติตามสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา ท่านผู้รู้และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต้องช่วยกัน “แก้ไข ป้องกันไม่ให้บ้านเมืองล่มจม” เพราะ “ตอนนี้ก็เกือบจะล่มจม” อยู่แล้ว

เมื่อวานนี้ ตุลาการรัฐธรรมนูญแต่ละท่านได้แสดงผลการวินิจฉัยส่วนตัว และมีการร่างคำวินิจฉัยกลางเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รออ่านคำวินิจฉัยให้สาธารณะชนได้รับรู้ในบ่ายวันนี้เท่านั้น เพราะฉนั้น อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พรรคไหนจะถูกยุบก็ต้องยอมรับสภาพ กรรมการบริหารพรรคคนใดถูกห้ามไม่ให้เล่นการเมือง 5 ปี ก็ต้องยอมรับสภาพ

บนสมมติฐานที่ว่า มีคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญตามที่คนคาดกันไว้ หากพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือทั้ง 5 พรรคถูกยุบ นักการเมืองของพรรคที่เกี่ยวข้องอย่าไปปลุกระดมสมาชิกพรรคให้ก่อความวุ่นวาย และอย่าไปอ้างจำนวนสมาชิกพรรคสิบล้านกว่าคนมากดดันศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาล และ คมช. สมาชิกพรรคคนหนึ่งของพรรคใหญ่พรรคหนึ่งซึ่งอยู่ต่างจังหวัดขอให้ช่วยฝากบอกกรรมการบริหารพรรคด้วยว่า “ สมาชิกพรรคไม่ได้ให้พวกท่านมาทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ผิดทำนองคลองธรรม มาโกงมากิน แต่สมาชิกพรรคมอบความไว้วางใจให้ผู้บริหารพรรคซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคทั่วประเทศทำสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่เป็นประโยชน์ ถูกกฎหมาย ระเบียบกฎเกณท์ ไม่ผิดศีลธรรมและจริยธรรม เพราะฉนั้น เมื่อกรรมการบริหารพรรคทำผิดจนทำให้พรรคเสียหาย จงอย่าไปดึงสมาชิกพรรคมาสนับสนุนการกระทำที่ผิด ๆ ”

สมาชิกพรรคคนเดิมกล่าวเตือนสมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคด้วยกันว่า อย่าไปสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ควรใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนเพื่อเรียกร้องให้กรรมการบริหารพรรครุ่นต่อไปทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ถูกกฎหมายและถูกทำนองคลองธรรม

นับว่าเป็นวิธีคิดที่น่าสนใจ เพราะไม่ค่อยมีคนพูดจุดนี้กันนัก เราขอสนับสนุนความคิดนี้ และสนับสนุนให้ท่านเรียกร้องกรรมการบริหารพรรคกล่าวขอโทษสมาชิกพรรคที่ได้ทำผิดพลาดจนทำให้พรรคถูกยุบ

ถ้าเป็นเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น กรรมการบริหารพรรคหรือรัฐมนตรีของพรรคฐบาลที่ทำให้พรรคถูกยุบต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการฆ่าตัวตาย ดังเช่นที่ปรากฎเป็นข่าวเสมอ ล่าสุดมีรัฐมนตรีญี่ปุ่นท่านหนึ่งซึ่งมีข่าวอื้อฉาวเรื่องรับเงินจากพ่อค้า เพิ่งฆ่าตัวตาย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะของกรรมการบริหารพรรคและรัฐมนตรีของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่รับผิดชอบต่อประชาชน และอายจนเกินกว่าที่จะมีชีวิตอยู่สู้หน้าประชาชนของเขา แต่ในกรณีของไทย คงไม่ต้องถึงขนาดนั้นเพราะนั่นเป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพียงแต่นักการเมืองไทยสร้างประวัติศาสตร์การเมืองใหม่ในด้านคุณธรรมและจริยธรรม ด้วยการออกมาขอโทษประชาชน แค่นั้นก็พอ และคนไทยก็คงอภัยให้ได้หากความผิดนั้นไม่ร้ายแรงจนทำให้ชาติบ้านเมืองเสียหาย หากเป็นความผิดทางอาญา ก็ต้องรับโทษกันไป

คุณจาตุรนห์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาประกาศพร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะออกมาอย่างไร และเรียกร้องไม่ให้สมาชิกพรรคและผู้สนับสนุนพรรคออกมาชุมนุมกดดันศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลและ คมช. หากอยากออกมาลุ้นก็ควรไปที่พรรคเพราะมีที่กว้างขวางพอรองรับคนได้จำนวนมาก “ หากคนในพรรคใดไปปลุกระดมให้คนออกมาประท้วง พรรคนั้นนั่นแหละจะเสียหาย เพราะประชาชนจะมองว่า พรรคนั้นกำลังทำให้บ้านเมืองล่มจม”

คนต่างจังหวัดที่ทะยอยเข้า กทม.โดยอ้างว่าจะมาฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เหตุผลไม่ค่อยมีน้ำหนัก เพราะสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ และสถานีวิทยุกระจายเสียงได้ถ่ายทอดคำวินิจฉัยไปทั่วประเทศอยู่แล้ว ถ้าใครเดินทางเข้ามาชุมนุมให้สงสัยไว้ก่อนอาจได้รับการว่าจ้างโดยผู้ไม่หวังดี เช่นเดียวกับม็อบวินจักรยานยนต์และแท็กซี่ ส่วนคอการเมืองที่กระหายใคร่รู้อยากไปฟังคำวินิจฉัยที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแสวงหาบรรยากาศแห่งความตื่นเต้น ไม่ควรไปทำให้การจราจรตัดขัด ใครไม่มีธุระก็ไม่ควรขับรถไปแถวนั้น

วันนี้ คอการพนันได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส และกำลังสนุกสนานกับการต่อรองว่าระหว่างพรรคไทยรักไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ใครจะถูกยุบ หรือถูกยุบทั้งคู่ กรรมการบริหารพรรคจะถูกห้ามเช่นการเมืองทั้งพวงหรือเฉพาะคน การต่อรองกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยไม่สนใจพรรคเล็กทั้งสามเพราะคอพนันมองว่าถูกยุบแน่ ๆ บางคนไปไกลกว่านั้นโดยพนันว่า จะมีการตัดสินหรือไม่มีคำตัดสิน

ความจริง เราอย่าไปตื่นเต้นมากนักถ้าคิดว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการปกติธรรมดาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ปล่อยให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองอย่าให้มีการตีกันหรือสร้างความวุ่นวายเท่านั้นก็พอ