|
|
|
อย่าตกเป็นเหยื่อของพรรคการเมือง |
|
|
|
ผู้สนใจการเมืองไทยต่างกระหายใคร่รู้ว่า ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อ 5 พรรคการเมืองในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 จะออกมาอย่างไร ขอย้ำว่า 5 พรรคการเมือง ไม่ใช่ 2 พรรคการเมืองดังที่หลายคนเข้าใจ เพียงแต่ว่าพรรคการเมืองอีกสามพรรคนั้นเป็นพรรคโนเนม หรือเป็นตัวประกอบ แต่เป็นตัวประกอบที่มีบทสำคัญ ในขณะที่คนสนใจเพียงพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเหมือนกับพระเอกของเรื่องนี้
คนไทยให้ความสนใจกับผลที่จะเกิดขึ้นกับพรรคใหญ่สองพรรคเป็นสำคัญ โดยเดากันต่าง ๆ นา ๆ ว่า ผลคำวินิจฉัยจะยุบทั้งสองพรรคหรือไม่ยุบพรรคทั้งสอง หรือยุบเพียงพรรคเดียว ถ้ายุบพรรคเดียว พรรคไหนจะโดนยุบ หากพรรคโดนยุบ กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดจะถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปีหรือไม่ หรือไม่มีใครถูกห้ามเลย หรือมีเฉพาะกรรมการบริหารพรรคบางคนเท่านั้น ฯลฯ
คนมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับพรรคไทยรักไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ คงต้องออกมาเชียร์กันเต็มที่ไม่ให้พรรคถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคไม่ถูกห้ามเล่นการเมือง นั่นเป็นความปรารถนาสูงสุดของสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคทั้งสอง ซึ่งคงเป็นไปได้ยาก
มีคนจำนวนไม่น้อยอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคใหญ่ทั้งสอง และห้ามกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี เพื่อสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ขึ้นมาแทนรุ่นเก่า โดยคิดว่าอย่างน้อยคนรุ่นใหม่ก็คงไม่ชั่วร้ายแบบรุ่นเก่า บางคนมองว่า ความคิดนี้มุ่งความสะใจเป็นสำคัญ
ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเพื่อความสะใจ หรือเอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ ท่านต้องวินิจฉัยบนเหตุและผล ข้อเท็จจริง และยึดหลักนิติศาสตร์เป็นสำคัญ ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ตุลาการแต่ละท่านต้องมีอิสระในการตัดสินใจ และสามารถชี้แจงเหตุผลของคำวินิจฉัยได้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลวินิจฉัยอย่างไร ย่อมมีคนที่พอใจ และไม่พอใจไปพร้อมกัน จะให้ทุกฝ่ายพอใจอย่างเดียว หรือไม่พอใจอย่างเดียวคงไม่ได้ แม้ศาลไม่วินิจฉัยเลย ก็ย่อมมีคนพอใจและไม่พอใจอยู่ดี แต่ถ้าคนไทยไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลซึ่งถือว่าเป็นคำตอบสุดท้าย สังคมคงมีแต่ความวุ่นวาย เพราะนี่ความยุติธรรมขั้นสุดท้ายที่สังคมพึงมี
เราควรให้ความเชื่อมั่นในศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ เพราะยังไม่มีข่าวความเสียหายเกี่ยวกับตุลาการแต่ละท่าน ไม่มีข่าวว่าท่านใดถูกซื้อไปแล้วเหมือนกับชุดก่อน อีกทั้งมีบทเรียนจากของเก่ามาแล้ว ท่านคงไม่ยอมเอาเกียรติยศชื่อเสียงที่ท่านสะสมมาตลอดชีวิตมาเสี่ยงกับคำวินิจฉัยครั้งนี้
ส่วนคนที่สนับสนุนพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองนั้น เราคงไปห้ามไม่ได้เพราะนี่คือสิทธิของพวกเขา แต่กองเชียร์เหล่านี้ควรรู้จักสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองดี อย่าเอาแต่ใจของตนเองเป็นที่ตั้ง ถ้าคำวินิจฉัยออกมาไม่ได้ดั่งใจก็อาละวาด ก่อความวุ่นวาย ฯลฯ เช่นนี้ถือว่าใช้ไม่ได้
ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงปลายน้ำหรือ ปลายเหตุ ท่านต้องย้อนกลับไปดูที่ต้นเหตุ หรือ ต้นตอของปัญหา ซึ่งมีกรรมการบริหารพรรคกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง จน ก.ก.ต.สอบสวนรวบรวมข้อมูลหลักฐานและเห็นว่ามีความผิดจริง จึงยื่นฟ้องต่ออัยการสูงสุด ๆ พิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่ามีความผิด จึงยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ลงโทษ เพราะฉนั้น ต้นตอของปัญหาคือกรรมการบริหารพรรคและผู้เกี่ยวข้อง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญเป็นปลายน้ำที่ให้ความยุติธรรมขั้นสุดท้ายเท่านั้น
ถ้าไม่พอใจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านต้องไปตำหนิกรรมการบริหารพรรคที่ก่อเหตุ ไม่ใช่มาตำหนิศาลรัฐธรรมนูญหรือทำตัวเป็นหมาบ้ากัดไม่เลือก
วันที่ 30 พฤษภาคม มีการถ่ายทอดการอ่านคำวินิจฉัยผ่านสถานีโทรทัศน์และวิทยุหลายแห่ง ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องมาฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอาจมีการกระทบกระทั่งกันระหว่างกองเชียร์ของทั้งสองพรรค ถ้าท่านเป็นคอการเมืองจริง ๆ เหมือนกับแฟนฟุตบอลที่ดูบอลคนเดียวไม่สนุก ต้องออกไปดูกับคนอื่นนอกบ้าน ก็ขอให้ไปรวมกันที่ทำการของพรรคนั้นแทนตามที่หัวหน้าพรรคใหญ่ทั้งสองแจ้งมา รับรองว่าได้เชียร์กันมันส์ไปเลย อาจมีทั้งเสียงหัวเราะ หรือเสียงร้องไห้จนพรรคแทบถล่มก็ได้หลังฟังคำวินิจฉัย
อดีต ส.ส.หรือคนที่เสียประโยชน์ที่เที่ยวไปปลุกระดม ว่าจ้างประชาชนทั้งใน กทม. เช่น กลุ่มแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มสลัม และชาวบ้านในต่างจังหวัด ให้ไปชุมนุมกันหน้าศาลรัฐธรรมนูญเหมือนกับที่เคยกดดันศาลรัฐธรรมนูญชุดก่อนในคดีซุกหุ้นได้ผลมาแล้ว ต้องหยุดพฤติกรรมก่อกวนทันที และชาวบ้านไม่ควรตกเป็นเหยื่อของคนพวกนี้แลกกับเงินสกปรกเพียงไม่กี่ร้อยบาท
บ้านเมืองบอบช้ำมาพอสมควรแล้ว คนไทยต้องช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้พ้นวิกฤติช่วงเปลี่ยนผ่าน อย่าให้ใครมาซ้ำเติมประเทศไทยให้บอบช้ำไปมากกว่านี้ ที่สำคัญ อย่าทำให้องค์พระประมุขของประเทศต้องระทมทุกข์ไปมากกว่านี้
|
|
|
|