วิเคราะห์ข่าว
สกัดโกงเลือกตั้ง
ก่อนอื่นขอต้อนรับรัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ต้องเขียนตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยมาก่อน เพราะรัฐมนตรีมหาดไทยคนนี้ไม่ธรรมดา เนื่องจากท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง
ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยที่ว่างลง มีการวิเคราะห์กันว่า คนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งไม่มากก็น้อย ต้องเป็นคนที่มี "ต้นทุนทางสังคม" สูงเพื่อให้เกิดภาพของความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม ที่กำหนดไว้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ และเป็นผลงานของรัฐบาลชุดนี้ที่จะอวดกับต่างประเทศได้ บางคนมีต้นทุนทางสังคม เช่น นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคง แต่ท่านก็มีปัญหากับกระทรวงมหาดไทยมาก่อน หากให้มาเป็น อาจมีปัญหาด้านการยอมรับจากคนในกระทรวงมหาดไทยได้ อีกทั้งบุคลิกอย่างท่านก็ดูจะเป็นครูบาอาจารย์มากเกินไป
เมื่อหาใครไม่ได้หรือไม่อยากเสียเวลาที่จะหา นายกรัฐมนตรีจึงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยควบอีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะตัวท่านเองมีต้นทุนทางสังคมไม่แพ้คนอื่น อีกทั้งมีบุคลิกของ ผู้นำ ที่ต้องไปดูแลคนกระทรวงมหาดไทยจึงนับว่าเป็นท่านเหมาะที่สุดในขณะนี้ ส่วนการที่ท่านเข้ามารับตำแหน่งนี้เสียก่อนเพื่อตัดปัญหาที่มีคนยุให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเรียกร้องเอาตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่งหรือไม่อย่างไรนั้น ไม่มีใครทราบ แต่ถ้าอดีตประธาน คมช.เข้ามารับตำแหน่งนี้ ก็อาจถูกครหาได้ และเกิดภาพไม่สวยต่อรัฐบาลชุดนี้
การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยและ กกต.ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่าง "เสรี บริสุทธิ์ ยุติธรรม" ปลอดจากการซื้อสิทธิขายเสียง จึงจะทำให้เป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง กระทรวงมหาดไทยซึ่งมีเครื่องมืออยู่ทั่วประเทศจะเป็นหูเป็นตาช่วย กกต. ในการป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง ในขณะที่กลยุทธ์การซื้อสิทธิขายเสียงได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น การจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือกลยุทธ์เปลี่ยน "คะแนนสอบ" ของนักเรียน ให้เป็น "คะแนนเสียง" โดยครูที่เป็นหัวคะแนนให้นักเรียนไปบอกพ่อแม่ให้ออกเสียงตามหมายเลขที่กำหนดถ้าพ่อแม่ตกลง ครูก็จะให้คะแนนเด็กคนนั้นเพิ่มเป็นพิเศษ
ไม่ทราบว่ามันคิดกันได้ยังไงก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง คงมีข่าวเรื่องการพลิกแพลงซื้อสิทธิขายเสียงแบบแปลกๆ พิลึกพิลั่นปรากฏอีกมากมาย กกต.และนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีมหาดไทยจะตามทันและเอาคนพวกนี้มาลงโทษได้หรือไม่ยังเป็นที่สงสัย
อย่างไรก็ดีหลายคนฝากมาบอกว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม ก็ควรทำให้คู่ต่อสู้เคารพกฎกติกาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ไปเข้มงวดกับฝ่ายหนึ่งให้ต่อยมวยสากล และปล่อยให้อีกฝ่ายหนึ่งต่อมวยไทย ซ้ำยังต่อยใต้เข็มขัดอีก เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นแล้วช่วงการลงประชามติรัฐธรรมนูญ
แค่ทำให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. วางตัวเป็นกลาง ไม่เป็นหัวคะแนนให้พรรคการเมืองได้ ก็ถือว่ารัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว (อังคาร 9 ตุลาคม 2550)