วิเคราะห์ข่าว
ไม่มีการสมานฉันท์กับคนประเภทนี้

ระยะนี้ ไม่ค่อยมีข่าวหรือสถานการณ์ต่างประเทศให้เขียนวิเคราะห์มากนัก เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเดิม ๆ และไม่มีพัฒนาการอะไรที่น่าสนใจ เราจึงขอเขียนถึงสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงในประเทศต่ออีกวันหนึ่ง

เราไม่ทราบว่าม็อบที่ล่ารายชื่อประชาชนเพื่อถวายฎีกาให้ถอดถอน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี และคนที่วางแผนอยู่เบื้องหลัง กำลังคิดอะไรอยู่? หรือมีอะไรมาบังหูบังตา บดบังสติปัญญา หรือมุ่งเข่นฆ่ากันทางการเมือง จนไม่คำนึงถึงว่าอะไรควรไม่ควร

ปฏิกิริยาของคนเมืองส่วนใหญ่ (เชื่อว่าคนชนบทส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน) ที่แสดงออกผ่านสื่อหรือจากการพูดคุยกัน ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่า กลุ่มที่อ้างชื่อแปลก ๆ เหล่านี้มีกลุ่มการเมืองหนุนอยู่เบื้องหลังแน่นอน ที่สำคัญ คงมีการ “จ่าย” อย่างถึงอกถึงใจจนกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่บังควรดังกล่าว

ไม่ใช่ว่าในความเป็นตัวตนของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ แต่ในความเป็นประธานองคมนตรีต่างหาก ที่กลุ่มการเมืองไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะข้อกล่าวหาที่ว่าท่านไม่เป็นกลางทางการเมืองนั้น คนส่วนใหญ่ตัดสินใจจากที่มองเห็น สรุปได้ว่า ท่านวางตัวเป็นกลางทางการเมืองตลอดมา ท่านรู้สถานะของท่านดี ท่านจึงหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ซึ่งอาจถูกนำไปตีความเป็นเรื่องการเมืองได้ เมื่อนักข่าวมาเซ้าซี้ถามท่านมากเข้า ท่านก็ตอบว่าโดยสถานะปัจจุบันของท่าน ท่านไม่สามารถจะพูดอะไรได้ แม้มีคนกล่าวหา จาบจ้วง ตัวท่าน ท่านก็อดทนไม่และไม่กล่าวตอบโต้แต่อย่างใด

ในความเป็น “ผู้หลักผู้ใหญ่” ของบ้านเมืองที่มีคนเคารพทั่วเมือง การที่มีบุคคลสำคัญทั้งทหาร ตำรวจและพลเรือนไปหาเพื่อขอคำแนะนำหรือขอคำปรึกษาหารือ เนื่องจากท่านมีประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ และเคยกอบกู้ชาติบ้านเมืองมาหลายครั้ง จึงเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ในสังคมไทย ส่วนท่านจะให้คำแนะนำหรือให้คำปรึกษาหรือไม่อย่างไร ถือว่าเป็นการกระทำโดยส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งประธานองคมนตรีซึ่งมีหน้าที่ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์

เมื่อท่านได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจน์หรือปราศรัยพิเศษ เรื่องที่ท่านปราศรัยก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการให้ “สติ” แก่สังคมโดยเฉพาะในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ที่หาไม่ค่อยเจอในสังคมไทยปัจจุบัน รวมทั้งการเรียกร้องให้คนเป็นคนดี ปฏิเสธคนชั่วหรือคนที่ทุจริตคอรัปชั่น ทำความเสียหายให้กับบ้านเมือง

แม้ว่าท่านได้ระมัดระวังตัวมากเพียงใด แต่ก็ไม่วายโดนม็อบที่มีกลุ่มการเมืองหนุนหลังแกล้งกล่าวหาเพื่อทำลายเกียรติยศชื่อเสียงและลดความน่าเชื่อถือของท่าน ด้วยความโกรธแค้นที่ “เจ้านาย” ของตนถูกขับจากอำนาจ หลายคนเชื่อว่า ม็อบเหล่านี้ทำตาม “ใบสั่ง” ของผู้ว่าจ้างที่คอยกระตุกให้คนพวกนี้เดินซ้ายหรือเดินขวาเหมือนกับหุ่นยนต์ได้ด้วยอำนาจบางอย่าง

ไม่ต้องใช้สติปัญญาสูงส่งแต่อย่างใดในการวิเคราะห์ว่าใครอยู่เบื้องหลัง คนธรรมดาแบบเรา ๆ ท่านๆ ที่มีสติปัญญาเพียงเท่านี้ก็สามารถอ่านเกมออก และพอจะเดาได้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ซึ่งหนีไม่พ้นว่าน่าจะโยงใยกับกลุ่มอำนาจเก่า

สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ต้องย้อนไปดูเหตุการณ์ในอดีตและร้อยเรียงเข้าด้วยกันจึงจะเห็นภาพชัดเจน ตั้งแต่มีการวางระเบิดหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ที่ พล.อ.เปรม พำนักอยู่ ซึ่งเป็นการส่งสัญญานความไม่พอใจบางประการ ต่อมา มีการจัดม็อบไปที่หน้าบ้านสี่เสาอีกครั้งทำทีเป็นร้องขอให้ พล.อ.เปรม ไว้ชีวิต พ.ต.ท.ทักษิณ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ที่น่าสนใจคือ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อ้างถึง “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” ซึ่งปรากฎในเวลาต่อมาว่าหมายถึง พล.อ.เปรม นั่นเอง หลังจากพ้นอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังพูดกับคนไทยเมื่อครั้งไปเยือนออสเตรเลีย ทำนองกล่าวหาว่า พล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจ และไปพูดที่อังกฤษทำนองว่า ตนเองมุ่งแต่ทำงานจนลืมสร้างสัมพันธ์อันดีกับ “บุคคลระดับสูง” จนต้องถูกอัปเปหิออกจากประเทศ

การที่ม็อบต่างๆ รวมทั้งคนที่ พล.อ.เปรม เคยช่วยเหลือมาแล้วแต่ปัจจุบันอยู่ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมากล่าวหาและวิจารณ์ พล.อ.เปรม รวมทั้งการล่ารายชื่อถวายฎีกา เช่นนี้ เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และเป็นเหตุการณ์ที่ร้อยเรียงกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เป็นเหตุบังเอิญแน่นอน แต่เป็นการกระทำอย่างมีการวางแผนเป็นขั้นตอนและประสานงานกันเป็นอย่างดี หากคนเข้าใจว่า ม็อบเหล่านี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มอำนาจเก่า คงห้ามพวกเขาไม่ได้ และสิ่งที่พวกเขาคิดคงไม่ผิดจากความจริงนัก แม้อาจไม่ถูกทั้งหมดก็ตาม

คำถามที่ต้องการคำตอบคือ คนที่วางแผนทำในเรื่องนี้ ต้องการโจมตีเพียง พล.อ.เปรม เท่านั้นหรือ หรือต้องการกระทบ “ชิ่ง” ไปถึงใคร ในเรื่องนี้ ทำให้อดคิดย้อนหลังไปถึงขบวนการทำลายสถาบันสูงสุดผ่านเว็บไซต์ “มนุษยะ ดอตคอม” ที่มีฐานอยู่ที่สวีเดน และมีอดีตคนออกจากป่าบางคนที่มีอำนาจเข้าไปพัวพันด้วย แม้ไม่มีหลักฐานทางกฎหมายจะเอาผิดได้ แต่สังคมก็เชื่อเกินครึ่งเข้าไปแล้ว ปัจจุบัน มีเว็บไซต์บางแห่งเปิดที่ว่างให้คนโพสต์เข้าไปวิจารณ์สถาบันสูงสุดอย่างสนุกมือ รวมทั้งมีวารสารบางฉบับเปิดเวทีสำหรับคนที่ต่อต้านสถาบันด้วย

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างมีการวางแผนและประสานกันอย่างเหมาะเจาะ ทั้งกลุ่มคนและช่วงจังหวะเวลา มีการทดสอบปฏิกิริยาจากรัฐบาล และ คมช.เป็นระยะ หากรัฐบาลและ คมช.ทำเฉย พวกนี้จะรุกคืบทีละน้อย โดยมีเป้าหมายสูงกว่า พล.อ.เปรม

เราเขียนเรื่องนี้ด้วยความ “วิตกกังวล” เพราะไม่เคยมียุคใดสมัยใดที่มีการกระทำอันเป็นการท้าทายสถาบันอันเป็นที่เคารพสักการะของคนไทยเช่นนี้มาก่อน ใครจะสมานฉันท์กับคนกลุ่มนี้ก็สมานฉันท์กันไป แต่เห็นทีเราจะสมานฉันท์ไม่ไหว และจะไม่ยอมสมานฉันท์กับใครก็ตามที่มุ่งบ่อนทำลายสถาบันสูงสุด ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เราเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่ยอมสมานฉันท์ด้วย หากคนเหล่านี้ไม่รู้สึกนึกและยุติการกระทำดังกล่าว

ล่าสุด คนที่อยู่ในขบวนการเหล่านี้ออกมากล่าวหาคนไทยที่จงรักภักดีและปกป้องสถาบันสูงสุดว่า เป็นขบวนการดึงฟ้าลงมาต่ำ หากย้อนไปดูในอดีต คนที่ทำร้ายสถาบันสูงสุด ไม่เคยมีใครเลยที่มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ส่วนใหญ่แล้วชีวิตมักจะอับเฉา