|
|
|
ตะกวดการเมือง |
|
|
|
คนที่รู้จักหรือติดตามผลงานของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ มาตลอด คงทราบดีว่า ท่านเป็นคนชอบอ่าน ชอบค้นคว้า เป็นคนที่มีความรู้รอบด้านและมีประสบการณ์การชีวิตทั้งด้านราชการและการเมือง ท่านเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเทียบเท่าปลัดกระทรวง ทางด้านการเมือง ท่านเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เคยเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นข้าราชการการเมือง ท่านมีคนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ มีทั้งมิตรและสัตรูทางการเมือง ท่านเคยนำประชาชนต่อต้าน รสช.มาแล้ว ขณะเดียวก็ยืนอยู่ข้าง คปช. ในการโค่นล้มระบบทักษิณ ขณะนี้ นอกจากเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ท่านยังเป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ทำงานอย่างหามรุ่งหามค่ำ แม้ว่าใจยังสู้เต็มร้อย แต่ค่อนข้างจะทารุณกับคนอายุ 80 ปีไม่น้อย
ใคร ๆ ก็รู้ว่า น.ต.ประสงค์ ท่านเป็นนักเขียนและนักพูด ที่มีปากกาและฝีปากคมกล้า พูดทีไรได้เรื่องทุกที ไม่เรื่องดีก็เรื่องร้าย ล่าสุด ท่านได้บัญญัติศัพท์ทางการเมืองขึ้นมาอย่างน้อยสองคำ คือ บันไดหนีไฟ และอีกคำหนึ่งที่ค่อนข้างแสบสันต์ กระแทกหัวใจนักการเมืองทั้งหลาย คือคำว่า ตะกวดการเมือง
ผมเห็นว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ต้องไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ที่สำคัญคือ ต้องเป็นรัฐธรรมนูญสำหรับคนไทย ดังนั้น วิธีคิดและพฤติกรรมของคนไทยจึงมีส่วนสำคัญต่อการออกแบบของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่สำคัญ คือต้องเปิดช่องให้อุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนแรงมีทางออกด้วย คล้ายกับกาน้ำที่น้ำกำลังเดือด หากไม่มีทางออก กาน้ำก็อาจระเบิดได้ แต่เมื่อมีทางออก ไม่ว่าน้ำจะเดือดอย่างไร กาก็ไม่ระเบิด ทหารก็ไม่ต้องออกมายึดอำนาจ
ผมเห็นด้วยในหลักการกับสิ่งที่ น.ต.ประสงค์ ท่านเปรียบไว้ ตึกสูงแต่ละหลังต้องมีบันไดหนีไฟหรือบันไดฉุกเฉิน ซึ่งกำหนดไว้ในเทศบัญญัติ โดยทั่วไปจะไม่มีคนใช้บันไดหนีไฟ เพราะคนสามารถใช้ลิฟต์หรือบันไดขึ้นลงปกติได้ แต่เมื่อเกิดไฟไหม้ คนไม่สามารถใช้ลิฟต์หรือบันไดปกติได้ คนต้องไปใช้บันไดหนีไฟแทนเพื่อไม่ให้ถูกไฟคลอกตาย ฉันใดฉันนั้น คณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญคงไม่อยากเห็นคนทั้งหมดในตึกถูกไฟคลอกตาย ท่านควรสร้างบันไดหนีไฟไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย ส่วนจะกำหนดบันไดหนีไฟอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของคณะผู้ร่างฯ เอง
ผมคิดว่า คนส่วนใหญ่คงไม่ค้านในหลักการ เพราะไม่ต้องการเห็นการเมืองเกิดทางตันอีกจนหาทางออกไม่ได้จนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร แต่ ควรต้องเปิดทางออกไว้บ้าง การที่มีคนคัดค้านมาก น่าจะเพราะเกรงว่า อาจเป็นการเปิดช่องให้มีการต่อท่ออำนาจของ คมช. หรือเปิดช่องให้มีการแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็น ส.ส.มาเป็นนายกรัฐมนตรี มากกว่า
เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนทางการเมือง ที่คณะผู้ร่างฯ กำลังหน้าดำคร่ำเครียดคิดหาทางออกที่เหมาะสมและยอมรับได้จากคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ควรไปรบกวนองค์พระมหากษัตริย์และคณะองคมนตรี นอกจากนั้น ในความเห็นส่วนตัว ผมสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.ส. อย่างเต็มที่ แต่ในกรณีที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ ที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า การเมืองไม่มีทางออกและบ้านเมืองกำลังแตกแยก ประชาชนไร้ซึ่งความสามัคคี ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ถ้าหา ส.ส.ที่เหมาะสมและทุกฝ่ายยอมรับมาเป็นผู้แก้วิกฤติได้ ก็เลือกจาก ส.ส.ก่อน แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ทำไมเราต้องไปจำกัดตัวเองไว้จนเสี่ยงต่อการที่ทหารจะเข้ายึดอำนาจ เราควรหาคนดีมีความสามารถมาแก้ปัญหา ประคับประคองบ้านเมืองให้พ้นวิกฤติไปก่อนไม่ดีหรือ
ผมเองไม่ค่อยระแวง คมช.เท่าไรนัก เพราะถ้า คมช.คิดต่อท่ออำนาจเมื่อไร ก็นับถอยหลังได้เลย และ คมช.จะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป พระเอกจะกลายเป็นผู้ร้ายทันที
ผมสนับสนุน น.ต.ประสงค์ เต็มที่ที่มีความตั้งใจและมีความพยายามที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ให้เป็น ตาข่ายดักตะกวดทางการเมือง ที่ท่านบอกว่าก็เห็นหน้าเห็นตากันอยู่ แสดงว่า ตะกวดการเมืองที่ว่าคงเพ่นพ่านอยู่แถวนี้นั่นเอง อาจกำลังผลุบๆโผล่ๆในคลองและสระน้ำแถวสวนสัตว์ดุสิต รอจังหวะที่ยามเผลอเล็ดรอดเข้าสภา
น.ต.ประสงค์เป็นคนที่อธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย เข้าใจง่าย เมื่อท่านใช้คำว่า ตะกวดการเมือง ทำให้คนทั่วไปสามารถสร้างจินตนาการ เห็นภาพได้ชัดเจนว่า ตะกวดการเมืองที่ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร สี่ขาเยื้องย่าง พร้อมกับแลบลิ้นแผล็บ ๆ พร้อมที่จะขม้ำเหยื่อ รวมทั้งของเน่าเหม็นต่างๆ อย่างตะกละตะกราม
คนไหนไม่ได้เป็นตะกวดการเมืองก็ไม่ต้องกินปูนร้อนท้อง
กว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะร่างได้สำเร็จ น.ต.ประสงค์ อาจมีศัพท์การเมืองใหม่ ๆ ออกมาอีกหลายคำ ซึ่งจะทำให้การเมืองไทยมีสีสรรขึ้น ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นตาข่ายดักตะกวดการเมืองไม่ให้มาวุ่นวายในสภาหินอ่อนและทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ผมไม่แน่ใจ เพราะตะกวดแต่ละตัวแสบ ๆ ทั้งนั้น
|
|
|
|