|
|
|
เลขาธิการยูเอ็นเยือนไทย |
|
|
|
วันที่ 9-11 ธันวาคม 2550 มีแขกคนสำคัญระดับโลกที่มาเยือนไทยคือ นายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่แทนนายโคฟี อันนัน ที่ครบวาระ บนเส้นทางไปร่วมประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของโลกที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย โดยนายบัน คี-มูน เป็นแขกของรัฐบาลตามคำเชิญของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่ได้พบกันระหว่างที่นายกรัฐมนตรีไทยไปกล่าวสุนทรพจน์ที่สหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายน 2550 ที่น่าดีใจคือ ในเวลา 2 ปี (2549 และ 2550) มีเลขาธิการสหประชาชาติสองคนมาเยือนประเทศไทย
คนไทยคงชินกับชื่อนายบัน คี-มูน ซึ่งเคยมาเยือนไทยในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้เมื่อ 24-25 สิงหาคม 2547 คนไทยจำชื่อนี้ได้แม่น เพราะนายบันคีมูนเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ในการแข่งขันกันเป็นเลขาธิการสหประชาชาติแทนนายอันนัน แม้จะเปิดตัวทีหลัง แต่เพราะมีแบ็กที่ดีคือ สหรัฐอเมริกา ที่สนับสนุนใครคนนั้นมักได้ดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์การโลก ทำให้นายบัน คี-มูน ได้รับเลือกในที่สุด แม้ ดร.สุรเกียรติรู้ตัวล่วงหน้าว่ามีโอกาสน้อย แต่ที่ ดร.สุรเกียรติไม่ยอมถอนตัว เพราะถ้าถอนตัวก็เสียรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลไทยเป็นผู้ส่ง และได้ล็อบบี้กับเพื่อนสมาชิกอาเซียนและรัฐอื่นที่ยอมสนับสนุนไว้แล้ว จะทำให้เพื่อนมองว่าถอดใจ
ประชาชนไทยขอต้อนรับนายบัน คี-มูน ที่มาเยือนประเทศในเอเชียเป็นครั้งแรกนับแต่ได้รับตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติเมื่อ 1 มกราคม 2550 โดยมีวาระ 5 ปี เนื่องจากพอเข้ารับตำแหน่ง นายบัน คี-มูน ก็ยุ่งอยู่กับการแก้ปัญหาในอิรัก ปัญหาสันติภาพในตะวันออกกลาง ปัญหาสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมในซูดานและพม่า เขาเพิ่งมีโอกาสมาเยือนเอเชียครั้งนี้เอง ในการเยือนไทยครั้งนี้นอกจากพบปะหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ และไปเยี่ยมลูกน้องตามองค์กรสหประชาชาติในไทย เช่น เอสแคป ยูนิเซฟ นายบัน คี-มูน ยังมีกำหนดการเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งเยี่ยมชมโครงการงานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง ณ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาด้วย
เลขาธิการสหประชาชาติคนก่อน นายอันนัน ได้เดินทางมาไทยเมื่อปี 2549 เพื่อถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แนวทางพัฒนามนุษย์อย่างยั่งยืนและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่นายอันนันให้ความสนใจที่จะนำไปเผยแพร่ในประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจน เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน อันเป็นโครงการสำคัญที่สุดโครงการหนึ่งของสหประชาชาติ เชื่อว่าในการเข้าเฝ้าครั้งนี้นอกจากจะถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาแล้ว นายบัน คี-มูน คงขอพระราชทานคำแนะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนามนุษย์อย่างยั่งยืนจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
การมาเยือนไทยครั้งนี้เป็นจังหวะพอดีกับวันครบรอบปีที่ 61 ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหประชาชาติด้วย ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศจะทำให้สหประชาชาติมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับบทบาทไทยในฐานะสมาชิกที่ดี มีความรับผิดชอบ และน่าเชื่อถือ ตลอดจนยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขยายความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยกับสหประชาชาติในการดำเนินการด้านต่างๆ ส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับสหประชาชาติในลักษณะหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ความร่วมมือในการแก้ปัญหาโลกร้อน การพัฒนาพลังงานทางเลือกด้านสาธารณสุขและผู้หนีภัย
ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2489 หลังจากที่สหประชาชาติก่อตั้ง 1 ปี เรียกว่าเป็นสมาชิกรุ่นต้นๆทีเดียว ไทยให้ความร่วมมือกับสหประชาชาติด้านสันติภาพ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการพัฒนา และด้านสังคมด้วยดีตลอดมา ขณะนี้ไทยและสหประชาชาติมีความร่วมมือแบบหุ้นส่วนภายใต้กรอบภาคีความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ไทยยังเป็นที่ตั้งขององค์การระดับภูมิภาคและสำนักงานที่สำคัญของสหประชาชาติหลายโครงการ อาทิ สำนักงานสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติ (UNEP) สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) องค์การอนามัยโลก (WHO) และ คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP)
คนไทยที่เคยมีตำแหน่งสำคัญในองค์การสหประชาชาติคือ พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ (พ.ศ. 2549-2501) คุณอานันท์ ปันยารชุน ทูตองค์การยูนิเซฟประจำไทย เมื่อปี 2539 และปี 2547 และเป็นประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิศึกษาภัยคุกคาม สิ่งท้าทายและการเปลี่ยนแปลง อีกคนคือ คุณศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการองค์การการค้าโลก (WTO) และปัจจุบันคือ เลขาธิการที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD)
ความสามารถของคนไทยสู้กับคนอื่นได้สบาย โดยเฉพาะอดีตทูตของเรามีเก่งๆหลายคน แต่คนไทยมักชอบปัดแข้งปัดขากันเอง เราหวังว่าวันหนึ่งคนไทยจะได้เป็นเลขาธิการสหประชาชาติบ้าง แม้จะต้องรอจนตายแล้วเกิดใหม่อีกหลายรอบก็ตาม (วันที่ 10 ธ.ค. 50)
|
|
|
|