วิเคราะห์ข่าว
ตั้งสติลงประชามติ รธน.
อีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้นก็จะถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ซึ่งเป็นวันออกเสียงลงประชามติว่าจะรับหรือ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ดังนั้น ผมขอถือโอกาสนี้เขียนเชิญชวนท่านผู้อ่านไปออกเสียงลงประชามติกันก่อน ส่วนจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ เป็นสิทธิของท่าน และท่านมีอิสระในการตัดสินใจโดยใช้เหตุผล วิจารณญาณของท่านเองโดยไม่อยู่ภายใต้การข่มขู่ กดดัน หรือไปรับสิ่งตอบแทนมาจากผู้ไม่หวังดี
เป็นที่น่ายินดีที่ผลจากการทำโพลล์โดยสำนักต่างๆ พบว่า มีคนจำนวนมากขึ้นทราบวันเวลาการออกเสียงประชามติ และคนจำนวนมากขึ้นจะไปออกเสียงลงประชามติ แสดงว่าการประชาสัมพันธ์ของทางการได้ผลในระดับหนึ่ง แต่เมื่อถามว่าอ่านหนังสือที่ให้ไปหรือไม่ ปรากฏว่ามีคนอ่านจำนวนน้อยมาก ที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่อ่านแล้วไม่รู้เรื่องเสียอีก ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะภาษากฎหมายในรัฐธรรมนูญ แม้แต่คนมีการศึกษาอ่านแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะฉะนั้นเมื่อถามต่อว่า คุณพอใจหรือไม่พอใจส่วนไหนของรัฐธรรมนูญมากที่สุด ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่ทราบ แต่ก็จะไปลงประชามติ และส่วนใหญ่บอกว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งที่อ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง
ขณะนี้ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปวิจารณ์ว่า ควรมีการออกเสียงลงประชามติหรือไม่ เสียเงินทองมากไปและได้ผลคุ้มหรือไม่ เพราะสถานการณ์ผ่านจุดนั้นมาแล้ว วันนี้ เราต้องเดินหน้าด้วยการชักชวนให้ประชาชนไปออกเสียงลงประชามติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องห่างไกลตัวประชาชนอีกต่อไป แต่จะเกี่ยวพันกับการดำเนินชีวิตของคนไทยทั้งหมด
ท่านผู้อ่านคงได้รับหนังสือปกเหลืองร่างรัฐธรรมนูญที่สำนักงานเขต อำเภอ ทางการจัดส่งไปให้ครอบครัวละ 1 เล่มเรียบร้อยแล้ว บางคนอาจเอาหนุนหัวต่างหมอนเพื่อให้มันซึมเข้าไปในสมอง ยังดีที่ไม่มีใครบอกว่าเอาไปไว้ในส้วม ส่วนใหญ่บอกว่าไม่มีเวลาอ่าน บางคนบอกว่าขี้เกียจอ่านเพราะยาวเกินไป บางคนอ้างว่าเลือกอ่านเฉพาะในส่วนที่สนใจเท่านั้น อย่างไรก็ดี ส.ส.ร. ได้ทำสรุปสาระสำคัญไว้ให้อ่าน เพราะฉะนั้นหากท่านไม่มีเวลา ลองเปิดไปอ่านหน้า 170-186 ก็พอ
ใน 16 หน้านี้ ขอให้ท่านจับประเด็นสำคัญว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงไร โดยพิจารณาใน 3 จุดใหญ่ๆ ในเรื่องระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย เสรีภาพของประชาชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ส.ส.ร. คุยว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนมากขึ้น ให้โอกาสแก่ประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอำนาจผูกขาดของรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน ท่านลองใช้วิจารณญาณดูว่าเป็นไปตามที่ ส.ส.ร. ประชาสัมพันธ์ไว้หรือไม่อย่างไร
คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวด 5 หน้า 29-39 ซึ่งเป็นการกำหนดทิศทางเดินของประเทศในอนาคต ว่าประเทศจะเดินไปในแนวใด อาทิ ประเทศไทยต้องมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเท่านั้น และใช้หลักเศรษฐกิจ พอเพียงเป็นแนวทางในนโยบายเศรษฐกิจ ในหลักคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ ไม่ให้เอกชนมีหุ้นเกิน 50% ในกิจการสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน อาทิ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เป็นต้น ดังนั้น ใครที่ไม่เห็นด้วยกับแนวนโยบายนี้ก็ไม่ต้องรับร่างรัฐธรรมนูญ
การที่บอกว่า อย่าไปรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะเป็นผลผลิตจากการรัฐประหารนั้น เหตุผลยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีความเห็นแย้งได้มากมาย ทั้งเชิงวิชาการและในความเป็นจริง ซึ่งเถียงกันได้ทั้งวัน ซึ่งอาจมีคำถามตามมาว่า ใครที่ทำลายรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ใครที่ทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ถูกบิดเบือนไป ใครที่ไม่ยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผ่าทางตันทางการเมืองจนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารในที่สุด ใครคือเผด็จการประชาธิปไตยตัวจริง ฯลฯ
ขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่มีใครที่พอใจร่างรัฐธรรมนูญทุกมาตรา และคงไม่มีใครที่ไม่พอใจร่างทุกมาตรา ถ้าพอใจส่วนใหญ่ของร่างก็ให้รับ แล้วค่อยหาทางแก้ไขภายหลัง เมื่อมีสภาผู้แทนราษฎร ถ้าไม่พอใจส่วนใหญ่ของร่างก็ไม่ต้องไปรับ
การที่จะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีฐานความคิดอยู่สองฐานด้วยกัน คือ ฐานหนึ่ง คือการพิจารณาว่าร่างรัฐธรรมนูญดีหรือไม่ เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ มากน้อยเพียงใด สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคมไทยหรือไม่อย่างไร ฐานความคิดที่สองคือ ผลที่ตามมาหลังการออกเสียงประชามติ ถ้าเห็นชอบ ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่เห็นชอบ ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร
ไม่ว่าประชาชนจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ต้องมีการเลือกตั้งอยู่ดี กล่าวคือ ถ้าให้ความเห็นชอบ กกต.ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งภายในเดือนธันวาคม 2550 แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้รับความเห็นชอบ คมช.ก็ต้องเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นฉบับปี 2540 มาแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้ กกต.จัดการเลือกตั้งตามกำหนด ซึ่งอาจจะล่าช้าไปบ้าง
ที่น่าสนใจคือ ข่าวการจ่ายเงินหรือสัญญาที่จะจ่าย สิ่งตอบแทนในรูปใดรูปหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานทยอยเข้ามาเป็นระยะ ซึ่งบุคคลสำคัญในรัฐบาล คมช. และ กกต. ก็ได้ยินข่าวนี้ เราเองก็ได้ยินข่าวนี้มาโดยตลอด เพราะชาวบ้านที่รู้จักมักคุ้นมาเล่าให้ฟัง ส่วนใหญ่ชาวบ้านถูกทาบทามด้วยตัวเอง แต่ยังไม่มีการจ่ายเงิน นอกจากข้อตกลงว่าจะได้รับเมื่อทำตามเงื่อนไขที่กำหนด ถ้าพิจารณาด้านข่าวที่มาจากหลายกระแสและจากคนที่เชื่อถือได้ จึงมีแนวโน้มว่าน่าจะเป็นจริง แต่ถ้าถามว่ามีหลักฐานสำหรับดำเนินคดีทางศาลได้ไหม เรื่องนี้คงหาหลักฐานไม่ได้ง่ายๆ ดังนั้น คนที่พร้อมจะจ่ายเงินให้กับชาวบ้านจึงต้องเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้
จนถึงขณะนี้ ผู้ที่เปิดเผยตัวออกมาชัดเจนและมีการโฆษณาผ่านสื่อประเภทต่างๆ เรียกร้องประชาชนไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ พรรคไทยรักไทยและพันธมิตร การที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องผิด การไปชี้แจงแสดงเหตุผลไม่ให้คนรับร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากมีการใช้เงินซื้อเสียง ชักชวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสัญญาที่จะให้สิ่งตอบแทน การใช้บัตรผี เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย การติดสติกเกอร์ที่รถแท็กซี่และรถตุ๊กตุ๊กนั้น ประธาน สนช.บอกว่าผิดกฎหมายแน่นอน การแจกเสื้อแดงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็น่าจะผิดกฎหมายเช่นกัน การเปิดเผยข่าวความพยายามล้มรัฐธรรมนูญ 10 รูปแบบทำให้ท่านประธาน กกต. ต้องลงไปดูในพื้นที่ด้วยตัวเอง และพบเห็นการกระทำผิดบางรูปแบบจริง อย่างไรก็ดี การนำตัวคนผิดมาลงโทษนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน เพราะจะปล่อยให้ กกต. รับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียวคงทำได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดมากมาย
ยังไม่ทันไรก็มีการใช้เงินมากมายในความพยายามที่จะซื้อเสียง จูงใจให้คนลงประชามติในแนวทางที่พวกเขาต้องการ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายการออกเสียงประชามติที่กำหนดบทลงโทษไว้มากมาย มีข่าวการแลกเงินเป็นแบงก์ร้อยรวมทั้งหมด 10 ล้านบาทนั้น ถ้าข่าวนี้เป็นจริง คนแลกคงไม่ได้แลกเอาไปซื้อขนมกิน ดังนั้น กกต. ต้องตามให้ดี เพราะธนาคารมีหมายเลขธนบัตรไว้แล้ว ทำให้น่าวิตกว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ มีการทุ่มเงินซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร หรือในที่สุด หลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงก็จะถูกบิดเบือนอีกครั้งหนึ่ง คนแบบนี้นี่หรือที่ประชาชนจะให้ความไว้วางใจบริหารประเทศชาติต่อไป ในที่สุดประเทศชาติก็กลับเข้าสู่วังวนน้ำเน่าทางการเมืองอีกครั้ง และอีกครั้ง อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ถ้าถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบของประชาชนหรือไม่ ผลการทำโพลล์ในหลายสำนักสรุปตรงกันว่า มีแนวโน้มว่าจะผ่านค่อนข้างแน่ ในความเห็นส่วนตัว ขอตอบว่าน่าจะผ่านความเห็นชอบของประชาชนไปได้ด้วยดี เพราะกระแสขณะนี้มุ่งไปที่การมีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้ง ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต่อไป
อย่าลืมนะครับ วันที่ 19 สิงหาคม 2550 เวลา 08.00-16.00 น. ออกไปใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติ ส่วนจะรับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นดุลยพินิจของท่าน (อาทิตย์ 12 สิงหาคม 2550)