|
|
|
ฝ่าวิกฤตการเมืองหลังเลือกตั้ง |
|
|
|
ผู้บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของชาติ ต้องมองไปข้างหน้า เพื่อค้นหาว่า จะมีสิ่งดี หรือไม่ดีอะไรบ้างเกิดขึ้นกับประเทศชาติในอนาคตอันใกล้ กลางและไกล ถ้ามีสิ่งดีเกิดขึ้นก็เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง แต่ถ้าแนวโน้มจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น ผู้บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของชาติต้องคิดต่อไปว่า ผลที่เกิดตามมาจะทำให้บ้านเมืองเสียหายท่านจะต้องหาหนทางป้องกันไม่ให้สิ่งเลวร้ายเหล่านั้นเกิดขึ้น หรือหากป้องกันไม่ได้ ก็ต้องคิดหามาตรการที่ลดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองให้เหลือน้อยที่สุด
ขณะนี้ คนส่วนหนึ่งในสังคมมองการเมืองไทยในอนาคตด้วยความเป็นห่วง บางคนห่วงกังวลมาก บางคนห่วงกังวลน้อย ส่วนใหญ่มองไปที่การเมืองหลังการเลือกตั้งที่หลายคนตั้งคำถามว่า การเมืองไทยจะพัฒนาไปอย่างไร การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มอำนาจเก่า กับกลุ่มที่ยืนอยู่คนละข้างกันกลุ่มอำนาจเก่า จะขยายตัวไปสู่ความรุนแรงหรือไม่ อย่างไร มีปัจจัยอะไรบ้างที่จะทำให้การเมืองหลังการเลือกตั้งเกิดความรุนแรง และนำไปสู่สถานการณ์ที่คนไทยไม่พึงปรารถนา
สิ่งที่หลายคนวิตก คือ คนไทยยังคงแบ่งแยกกันอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ระดับครอบครัวญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง จนถึงระดับภูมิภาคและระดับชาติ หลังการเลือกตั้ง หากศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคตัวแทนอำนาจเก่า ในข้อหากระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญพรรคที่เสียประโยชน์จะปลุกระดมประชาชนให้ลุกฮือขึ้นมาก่อความวุ่นวายทั่วประเทศจนคุมสถานการณ์ไม่อยู่หรือไม่ และผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร คนไทย จะแบ่งเป็น 2 พวกและสู้กันกันเองหรือไม่
บางคนแย้งว่า เป็นการีตนก่อนไข้ หรือห่วงกังวลจนเกินเหตุหรือเปล่า? เพราะในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมาซึ่งเคยมีการขัดแย้งทางการเมืองหลายครั้ง ไม่เคยปรากฏว่า คนไทยลุกขึ้นมาสู่กันเอง
แต่บางคนได้ ให้ข้อสังเกตว่าความขัดยังทางการเมืองทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่มีเดิมพันสูงเท่ากับครั้งนี้ เพราะครั้งนี้ เพราะครั้งนี้แต่ละฝ่ายต่างมีเดิมพัน สูงมาก กล่าวคือ ถ้ากลุ่มอำนาจเก่าแพ้ ก็หมายถึงสูญเสียอำนาจไปนานอีกนับสิบปีธุรกิจนับแสนล้านบาทของครอบครัวจะถูกกระทบอย่างรุนแรง ทรัพย์สมบัติที่สะสมมาส่วนหนึ่งอาจถูกยึดเป็นของรัฐ แม้แต่อดีตผู้นำ และครอบครัวอาจติดคุก ดังนั้น กลุ่มอำนาจเก่า และตัวแทนจึงต้องสู้แบบหมดหน้าตัก และทำทุกอย่างเพื่อรักษาสถานะเดิมของตน และพวกไว้ให้ได้ โดยไม่คำนึงว่าบ้านเมืองจะเสียหายอย่างไร จึงไม่ประหลาดใจที่เราจะพบเห็นการหาเสียงที่เสี่ยง และท้าทายต่อการทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการหาเสียงที่กระทบต่อสถาบันทั้งทางตรง และทางอ้อม อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายทั้งการแจกแผ่นวีซีดี และใบปลิว โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในขณะที่เดิมพันของอีก่ายก็สูงไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะนำมากล่าว ณ ที่นี้
ดังนั้น ความวิตกกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์หลังการเลือกตั้งของคนไทยบางกลุ่มบางพวก จึงไม่เกินความเป็นจริงแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงบางท่าน ได้ประเมินสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง โดยสร้างแบบจำลองไว้ 3 อย่าง ตามทฤษฎีที่ใช้กันทั่วไป คือ ภาพจำลองสถานการณ์ดีที่สุดแบบปกติและเลวร้ายที่สุดรวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา
ภาพจำลองที่ 1 แนวโน้มสถานการณ์ดีที่สุด (Best Case) คนไทยหันหน้ามาสามัคคีกัน ไม่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย เกิดความสำนึกและตระหนักถึงความเป็นชาติไทยโดยถือว่าทุกคนเป็นพวกเรา หรือคนไทยด้วยกันนักการเมืองไม่ว่ากลุ่มอำนาจเก่า หรือกลุ่มอำนาจใหม่ก็หันหน้ามาสามัคคีกัน เคารพต่อกฎ กติกา และมารยาทของการเลือกตั้งยอมรับผลการเลือกตั้งไม่ว่าจะออกมาในรูปใดยอมรับผลการตัดสินของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะออกมาในรูปใด หรือไม่มีการยุบพรรค แม้หากมีการยุบพรรค ก็ไม่มีการปลุกระดมประชาชนให้ลุกฮือขึ้นมาก่อความวุ่นวาย ผลที่ตามมา คือ สถานการณ์หลังการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ชาติบ้านเมืองมี ความสงบสุข
ภาพจำลองที่ 2 สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ (Normal Case) กล่าวคือ หลังการเลือกตั้งมีใบเหลือง-ใบแดงมีการฟ้องร้องกระบวนการทางกฎหมายดำเนินไปตามปกติ มีการช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาล ฝ่ายเสียงข้างน้อยก็ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา ทุกฝ่ายยอมรับผลการตัดสินของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่มีการฟ้องร้อยยุบพรรค การต่อสู้ทางการเมืองจำกัดอยู่ในรัฐสภา ผลที่ตามมา คือ บ้านเมืองมีความเป็นปกติ
ภาพจำลองที่ 3 สถานการณ์เลวร้ายที่สุด (Worst Case) กล่าวคือ หลังการเลือกตั้งมีการปลุกระดมก่อความวุ่นวายไม่ยอมรับการให้ใบเหลือง-ใบแดง มีการปล่อยข่าวไว้ล่วงหน้าในลักษณะตีปลาหน้าไซ เช่น ถ้าพรรคชนะก็จะโดนกลั่นแกล้งหาเหตุให้พรรคที่ชนะถูกยุบ ถ้ามีการยุบพรรค จะมีการยุแหย่ ปลุกระดมให้ประชาชนที่สนับสนุนลุกฮือขึ้นก่อความวุ่นวาย และขยายตัวไปทั่วประเทศ จนรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือยั่วยุให้ทหารปราบปรามประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่การกล่าวหาว่าสถาบันสนับสนุนให้ทหารปราบปรามประชาชนและเรียกร้องให้ยกเยิกสถาบัน ผลที่ตามมา คือ จะเกิดความวุ่นวายทั่วประเทศ จนนำไปสู่การที่ประชาชนแบ่งฝ่ายสู้กันเอง
ถามว่าภาพจำลองใดที่มีโอกาสที่เกิดขึ้นได้มากที่สุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมองว่าหากไม่มีการป้องกันเอาไว้ก่อน ภาพจำลองที่ 3 มีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก ส่วนระดับความรุ่นแรงนั้นแตกต่างกันไปบนเงื่อนไขที่ว่าจะมีการยุบพรรคหรือไม่ รองลงมาคือ ภาพที่ 2
เมื่อประเมินว่า แนวโน้มสถนการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง ไม่น่าไว้วางใจ เพราะอาจเกิดความวุ่นวายจนนำไปสู่ความรุนแรง ดังนั้น ผู้บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของชาติ ต้องคิดหา วิธีการป้องกัน ไม่ให้เกิดเหตุเลวร้าย หรือหาทางลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด เพราะถ้าหากปล่อยให้เกิดขึ้น บ้านเมืองที่บอบช้ำมากขึ้นไปอีก และบ้านเมือง จะประสบความหายนะ ล่มจมประชาชนไทยทุกคนจะได้รับผลจาก สิ่งนี้โดยถ้วนหน้า
คนไทยจะทำอะไรได้บ้างกับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น? นักเลือกตั้งพรรคการเมืองทุกพรรคจะต้องละเว้นการกระทำใด ที่จะก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งของคนภายในชาติ หรือทำให้ คนไทยต้องฆ่ากันเอง คนไทยต้องไม่หลงเชื่อไปกับยุแหย่ ปลุกระดมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่จะทำแผ่นดินไทยลุกเป็นไฟตามที่มีการขู่กันไว้ก่อนหน้านี้ คนไทยทุกภาคส่วนต้องมีความสามัคคีในกันและกัน รักใคร่กลมเกลียวกันโดยยึดเอาความมั่นคงปลอดภัยของชาติเป็นที่หมายสูงสุด ชาติบ้านเมืองต้องมาก่อนผลประโยชน์ส่วนตัว คนไทยต้องผนึกกำลังกันปกป้องสถาบันสูงสุดซึ่งขณะนี้ตกอยู่ในภัยคุกคาม
ประเทศไทยขณะนี้มีแรงสั่นสะเทือนเหมือนแผ่นดินไหว แผ่นดินบางส่วนกำลังทรุด หรือทรุดไปส่วนหนึ่งแล้ว ประชาชนบางกลุ่มยืนอยู่บนแรงสะเทือนหรือยืนอยู่บนแผ่นดินที่กำลังทรุด หรือทรุดแล้ว เราจะทำให้แผ่นดินที่กำลังทรุดลงไปกว่านี้อีกหรือ? ประชาชนบางกลุ่มเป็นคนพิการทางจิตหรือพิการทางการเมืองไปแล้ว พวกเขากำลังห้ำหั่นทางการเมืองกันอยู่ โดยไม่คำนึง ว่าชาติบ้านเมืองจะเสียหายอย่างไร บางกลุ่ม บางพวกถึงกับกล้าที่จะทำลาย ธงชัย และฉัตรชัย ของประเทศเพียงเพื่อหวังช่วงชิงอำนาจทางการเมืองและรักษาผลประโยชน์ของตนไว้เท่านั้นคนไทยต้องไม่หลงไปกับลมปาก และพายุอารมณ์ของนักการเมือง แต่ต้องมีความมั่นคง ในจิตใจ และพิจารณาถึงเหตุผลที่เป็นสำคัญ (อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2550)
|
|
|
|