|
|
|
ย้อนรอยประวัติศาสตร์เดือนตุลา |
|
|
|
เมื่อพูดถึงเหตุการณ์เดือนตุลา ไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลาคม 2516 หรือ 6 ตุลาคม 2519 คนไทยที่อายุเกิน 40 ปี ในเวลานั้นโตพอที่มีส่วนได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ส่วนคนรุ่นใหม่ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีลงมา ก็คงได้รับทราบจากคำบอกเล่าผ่านปาก หรือผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของแท้และที่ใส่สีใส่ไข่ เมื่อวานนี้ เป็นวันครบรอบปีที่ 33 ของเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2516 หรือ วันมหาวิปโยค โดยสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เป็นวันครบรอบปีที่ 30 ของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เราน่าจะศึกษาประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ เพื่อนำสิ่งดี ๆ มาใช้ และไม่ให้สิ่งไม่ดีเกิดซ้ำรอยอีก
ความแตกต่างของสองเหตุการณ์ในเดือนเดียวกัน อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า วันที่ 14 ตุลาคม 2516 เป็นวันประชาธิปไตยที่ พลังประชาชน ได้โค่นล้มเผด็จการทหารที่ครองอำนาจต่อเนื่องกันในรูปแบบต่าง ๆ มากว่าทศวรรษ นับตั้งแต่อดีตจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นต้นมาจนถึงจอมพลถนอม กิติขจรและจอมพลประภาส จารุเสถียร ส่วนวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เป็นวันที่ประชาชนโดน ล้อมปราบ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พ.ค.ท.)
คนที่โตพอคงจำความเหตุการณ์หลัง 14 ตุลาคม 2516 ได้ว่า บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ปั่นป่วนมากพอสมควร บ้านเมืองตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มนักศึกษา หรือ ส.น.น.ท. เป็นสำคัญ ซึ่งพอเป็นที่เข้าใจได้ว่า เด็กที่เพิ่งได้อำนาจมาใหม่ ๆ ย่อมไม่รู้จักใช้อำนาจในทางที่ถูกที่ควร จนนำไปสู่ความเอือมระอาของประชาชน แม้มีความรู้ ความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ แต่ไม่มีประสบการณ์ ในที่สุด นักศึกษาก็ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองและถูกล้อมปราบในอีก 3 ปีต่อมา
หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซี.ไอ.เอ. เคยทำรายงาน ลับที่สุด ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ทางการเมืองในไทยว่า นักศึกษาจะเพลิดเพลินกับการใช้อำนาจที่ได้มา หรือหลงตัวเอง จนในที่สุด ประชาชนที่เคยสนับสนุนจะเกิดความเบื่อหน่าย เอือมระอา และหันมาต่อต้าน เพียงสามปีต่อมา รายงานของซี.ไอ.เอ.ได้พิศูจน์ตัวมันเองว่าเป็นความจริง ส่วน ซี.ไอ.เอ.มีส่วนทำให้รายงานนี้เป็นจริงด้วยหรือไม่ ไม่มีใครทราบ
อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลา 2516-2519 กระแสสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ในเมืองไทยขึ้นสูง ระยะนั้น นักศึกษาคนไหนถ้าไม่ทำตัวเป็น ซ้าย ดูจะเป็นเรื่องแปลก แม้แต่ลูกคนรวยบางคนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยไม่ยอมนั่งรถที่บ้านไปเรียน แต่ขอขึ้นรถเมล์เพื่อปะปนกับชนชั้นกรรมาชีพ เพื่อร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนยากจน แต่ขึ้นรถเมล์เพียง เดือนเดียวก็ขอให้รถบ้านไปรับส่งเช่นเดิม นักศึกษากลุ่มนี้ถูกเรียกว่า ซ้ายรถเก๋ง
เมื่อกระแสซ้ายจัดกำลังขึ้นสูง ก็เกิดกระแสขวาจัดขึ้นมาต่อต้านตามธรรมชาติ เช่น กลุ่มกระทิงแดง เป็นต้น การต่อสู้ระหว่างกลุ่มซ้ายและขวาในขณะนั้นเป็นไปอย่างรุนแรง บทบาทของ พระเอก แห่งปี 2516 แปรสภาพเป็น ผู้ร้าย ในสายตาของคนจำนวนไม่น้อย ผู้นำซ้ายบางคนถูกลอบสังหาร บางคนหนีรอดไปได้ ในที่สุด กลุ่มนักศึกษาซ้ายถูกซ้อนกลและเดินเข้าสู่ พื้นที่สังหาร ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519
จากเหตุการณ์ดังกล่าว แกนนำ พคท. ในตัวเมืองปล่อยข่าวว่า เจ้าหน้าที่จะกวาดล้างพวกนักศึกษาและมวลชนฝ่ายซ้ายให้สิ้นซาก ทำให้ผู้นำนักศึกษา กรรมกร ฯลฯ ต้องหลบหนีแบบกระเซอะกระเซิงโดยมีแกนนำของ พคท.นำตัวเข้าไปอยู่ในป่าในภาคต่าง ๆ ของประเทศ อดีตผู้นำนักศึกษาและกรรมกรที่มีชื่อเสียงจะถูกนำไปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียง เสียงประชาชนแห่งประเทศไทย ที่ส่งมาจากแผ่นดินใหญ่จีน เพื่อให้เห็นว่า คนเหล่านี้ได้ตัดสินใจเข้าร่วมกับ พ.คท.แล้ว เพราะฉนั้น บรรดานักศึกษาและกรรมกรที่เหลืออย่ารีรอที่จะมาร่วมปฏิวัติประเทศไทย กับ พ.ค.ท.
นอกจาก พ.ค.ท.ปล่อยข่าวเพื่อให้นักศึกษาเข้าป่าแล้ว หน่วยข่าวไทยยังช่วยปล่อยข่าวอีกด้วยเพื่อให้นักศึกษาทะลักเข้าไปร่วมกับ พคท. เพราะจากการวิเคราะห์ของหน่วยข่าวแล้ว มองว่า อดีตผู้นำนักศึกษาเหล่านี้จะไปสร้างความปวดหัวให้กับแกนนำ พคท.ที่มาจากชาวนา และจะเกิดความขัดแย้งกัน นอกจากนั้น ทางการไทยและ ซี.ไอ.เอ.ได้ส่งสายลับ แทรกซึมเข้าไปอยู่เกือบทุกจุด ซี.ไอ.เอ.ได้ซ่อนเครื่องมือส่งสัญญานระบุที่อยู่ของกลุ่ม ผกค.ที่นักศึกษาและกรรมกรไปร่วมอยู่ได้ทั่วประเทศ ระบบ จีพีเอส.ที่เราใช้กันในปัจจุบันนั้น ซี.ไอ.เอ.คิดค้นได้นานแล้ว และสามารถส่งสัญญานติดต่อกับเครื่องบินที่บินอยู่เหนือพื้นที่ได้ตลอดเวลา
สายลับของทางการไทยและ ซี.ไอ.เอ. ได้รับมอบภารกิจประการหนึ่ง นอกเหนือจากการรวบรวมข่าวและหาทางส่งข่าวกลับมา คือ ต้องหาทางสร้างและขยายความแตกแยกระหว่างผู้นำที่มาจากชาวนากับแกนนำนักศึกษาและกรรมกร ซึ่งในทางการข่าวเรียกว่า เป็น การบ่อนทำลายจากภายใน ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลมากที่สุด โดยสภาพธรรมชาติที่ผู้นำชาวนาย่อมเข้าไม่ได้กับนักศึกษา และนักศึกษาไม่ยอมรับคนที่มีความรู้น้อยกว่า ได่นำไปสู่ความขัดแย้งตามที่คาดไว้ และความขัดแย้งขยายตัวเร็วกว่าที่คาด
คนที่เคยเข้าป่าหลายคนอาจช็อคถ้าทราบว่า ใครบ้างที่เป็นสายลับของทางการ และสายลับของซี.ไอ.เอ. เพราะคาดไม่ถึง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ขณะนั้นทำงานอย่างสนุกสนาน เพียงแต่เปิดท่อรอให้แกนนำนักศึกษาและกรรมกรออกจากป่าเท่านั้น หลายคนออกจากป่าอย่างหมดสภาพ กระเซอะกระเซิง บางคนเป็นมาเลเรียแทบเอาชีวิตไม่รอด หลายคนขอวีซ่าเดินทางไปศึกษาต่อในสหรัฐ ซึ่ง ซี.ไอ.เอ.ได้มาขอความเห็นจากหน่วยข่าวไทย และเห็นพ้องกันว่า ไม่ควรปิดกั้น แต่ควรเปิดโอกาสให้อดีตนักศึกษาเหล่านี้ได้ไปรู้เห็นความเป็นไปในประเทศประชาธิปไตยตะวันตกบ้าง เพื่อให้นำมาเปรียบเทียบกับระบอบคอมมิวนิสต์
หลายคนถูกอเมริกันล้างสมองมาแล้ว และกลายเป็นคนของ ซี.ไอ.เอ.อย่างลับ ๆ
คนเข้าป่าหลายคนได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับตัวเอง เหมือนกับว่า คนเดือนตุลาและคนที่เคยเข้าป่าคือมนุษย์พันธ์พิเศษที่ได้ประกอบ วีรกรรม ไว้ ในขณะที่หลายคนหัวเราะงอหายเพราะคนที่ทำตัวเหมือนกับเป็นพระเอกในป่านั้น พรรคพวกรู้กันดีว่า แท้จริงแล้วป็นคนอย่างไร
เหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 เป็นบทเรียนสำคัญที่พลังทางการเมืองในไทยต้องศึกษาและเรียนรู้ความสำเร็จและความล้มเหลว เพื่อนำมาปรับปรุงในทำงานให้บ้านเมืองต่อไป
|
|
|
|