|
|
|
หลังเลือกตั้ง... |
|
|
|
คาดการณ์กันต่างๆ นานาว่าหลังการเลือกตั้งวันที่23 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ประเทศชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าใครจะแพ้-ชนะ ผู้รู้ กูรูทางการเมืองทั้งหลายต่างเชื่อว่ายังวุ่นวายไม่จบ
เนื่องจากความขัดแย้งแตกแยกทางความคิดของคนไทยที่เริ่มขึ้นมาเมื่อสองปีที่แล้วยังไม่ได้หายไปไหน หากแต่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจ โดยมีแรงกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกปลุกเร้าอยู่อย่างต่อเนื่อง
แรงกระตุ้นที่ว่านี้มาจากฝ่ายที่สนับสนุนและศรัทธาอดีตนายกฯทักษิณ ที่รวมกลุ่มกันออกมาเคลื่อนไหวโจมตีกลุ่มที่ออกมายึดอำนาจและปกป้องผู้นำของพวกเขา สร้างภาพให้เห็นว่าการปฏิวัติของทหารนั้นไม่ชอบธรรม มีเบื้องหลัง ถูกกลั่นแกล้ง ทำให้บ้านเมืองถอยหลังเข้าคลองเสียหายยับเยิน ทีมงานด้านมวลชนของกลุ่มอำนาจเก่าที่เต็มไปด้วยผู้มีฝีมือทางด้านนี้ทำงานได้ผลดีทีเดียว
อีกด้านก็คือฝ่ายทหารที่ออกมาปฏิวัติรัฐบาลที่ถูกขนานนามว่า "ขิงแก่" กลุ่มนักวิชาการและข้าราชการที่แต่งตั้งขึ้นมาสอบสวนหาหลักฐานเอาผิดกับกลุ่มอำนาจเก่าเรื่องคอรัปชั่นโกงกิน โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก เนื่องจากต้องไล่จับผิดการโกงกินจากเซียนระดับเหยียบหิมะไร้รอย อีกทั้งแต่ละเรื่องยังยากยิ่งที่จะเข้าใจ แม้จะหยิบยกหลักฐานที่ชัดแจ้งมาอธิบาย ยังมีเรื่องขัดแข้งขัดขากันเอง ทั้งอืดอาดล่าช้าด้วยปัญหาสารพัด อีกทั้งหลายคนทั้งในรัฐบาล ในกลุ่มทหาร ต่างถูกลดความน่าเชื่อถือด้วยเรื่องต่างๆ บานเบอะ ยิ่งผนวกกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ไม่ฟู่ฟ่าเหมือนกลุ่มอำนาจเก่าบริหารประเทศ ยิ่งไปกันใหญ่
ผลสำรวจจากหลายสำนักระบุว่าพรรคพลังประชาชน ที่เป็นนอมินีของ "ทักษิณ" จะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ยิ่งทำให้ผู้สนับสนุนฮึกเหิม ข้าราชการที่จะต้องวางตัวเป็นกลางก็เริ่มดูทางลม หันเหไปทางอำนาจเก่าก็เยอะ เช่นนี้แล้วการจะสกัดกั้นกลุ่มอำนาจที่ทหาร นักวิชาการ ข้าราชการ ประชาชน สื่อ อีกจำนวนไม่น้อย ระบุตรงกันว่าฉ้อฉล คดโกง ด้วยแนวทางประชาธิปไตย ถือว่ายากยิ่งนัก
กลุ่มการเมืองที่ถูกชี้จากประชาชนครึ่งค่อนประเทศทหาร นักวิชาการ ข้าราชการระดับสูง ว่าฉ้อฉล หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จะหมายความว่าอย่างไร
คนเหล่านี้ไร้สติปัญญาจ้องทำลายกลุ่มอำนาจเก่า โดยไร้เหตุผล กระนั้นหรือ
หรือว่าคนไทยจำนวนมากไม่ยี่หระต่อข้อกล่าวหาฉ้อฉลด้วยมุ่งหวังเรื่องการสร้างความเจริญ เศรษฐกิจอู้ฟู่อย่างเดียว
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรหลังเลือกตั้งหากแต่ละฝ่ายยังคงยืนยันใน "จุดยืน" ของตนรับรองได้ว่ายังวุ่นไม่จบแน่ๆ (18 ธันวาคม 2550)
|
|
|
|