|
|
|
จับให้ได้ไล่ให้ทัน |
|
|
|
ผมเชื่อว่าคนไทยเศร้าใจทุกครั้งที่สื่อมวลชนรายงานข่าวทหาร ตำรวจ ครู และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิตและบาดเจ็บจากฝีมือของผู้ก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดทหารพราน 7 คน ถูกระเบิดของผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต เดือนมิถุนายนนี้ ทหาร ครู และชาวบ้านกว่า 20 คน ถูกระเบิดหรือถูกยิงตายไปเรียบร้อยแล้ว
ประชาชนสงสารและเห็นใจทหารตำรวจ ครู และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าตายเป็นรายวันถี่ขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนก็วิจารณ์รัฐบาล และ คมช.ที่ไม่สามารถทำให้การฆ่ารายวันลดลง หลายคนวิจารณ์ว่าแม้แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถคุ้มครองตัวเองได้เลย แล้วจะไปคุ้มครองประชาชนได้อย่างไร ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา ส่วนคนไทยพุทธอพยพละทิ้งถิ่นฐานไปแล้วมากมาย ที่ทนอยู่ก็ถูกฆ่าตายไปเรื่อยๆ
ผู้ก่อการร้ายเหิมเกริมมากขึ้น นอกจากเที่ยวไล่ฟันคนเป็นว่าเล่นแล้ว ยังเผาโรงเรียนบ่อยครั้งขึ้นอย่างผิดปกติ ม็อบปิดหน้าออกมาปิดถนนประท้วงรัฐบ่อยครั้งขึ้น มีการก่อวินาศกรรมรถไฟบ่อยขึ้น ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ภาคใต้จะสอดคล้องกับการเมืองใน กทม.หรือไม่
ผมขอสรุปความคิดเห็นของคนที่ได้พูดคุยด้วยต่อสถานการณ์ภาคใต้ ดังนี้ พวกเขาเห็นว่าถ้าทหารยังเดินลาดตระเวนตามถนนเช่นทุกวันนี้ ก็เท่ากับเป็นเป้าล่อให้ผู้ก่อการร้ายซ้อมยิงและซ้อมวางระเบิด เพราะผู้ก่อการร้ายเห็นตัวเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เห็นตัวผู้ก่อการร้ายที่ซุ่มอยู่ในสวนยางข้างทาง และผู้ก่อการร้ายก็หนีไปได้ทุกครั้ง หลายคนสงสัยว่าทหารไม่มีชุดกองโจรลาดตระเวนในสวนยาง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนคอยไล่ล่าผู้ก่อการร้ายบ้างหรือ
ที่ผ่านมา ผู้ก่อการร้าย 2 คน ขี่และซ้อนรถจักรยานยนต์ในการปฏิบัติการฆ่าเจ้าหน้าที่และประชาชน แต่ทางการก็ไม่ยอมห้ามผู้ชายสองคนขี่จักรยานยนต์ซ้อนกัน จริงอยู่วิธีการนี้อาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกกับประชาชนอยู่บ้าง แต่นี่เป็นวิธีหนึ่งที่สร้างความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ หลายคนเสนอว่าชาวบ้านควรจัดเวรยามเฝ้าโรงเรียนทุกคืนเพราะนี่คือสมบัติของชุมชน โดยมีทหารพราน หรือ ตชด.หรือชุดคุ้มครองหมู่บ้านเป็นแกนนำพร้อมอาวุธครบมือ ถ้าผู้ก่อการร้ายมาเผาก็ต้องยิงกันตายไปข้างหนึ่ง หรืออาจใช้วิธีล่อให้ผู้ก่อการร้ายเข้ามาเผาและหาทางจับกุม หากต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ก็ต้องจัดการให้เด็ดขาด
หลายคนพูดว่าเจ้าหน้าที่น่าจะมีวิธีล่อเสือให้มาติดกับและจัดการเสียให้เรียบร้อย นอกจากนั้นควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบแทรกซึมอยู่ทั่วไป ถ้าพบเห็นผู้ก่อการร้ายเตรียมวางระเบิดหรือสังหารเหยื่อ หากบอกให้หยุดและไม่ยอมหยุดก็ให้จัดการได้เลย เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในโอกาสต่อไป
"การใช้บังคับกฎหมาย" ไม่ได้ขัดกับหลักการ "สมานฉันท์" และ "สันติวิธี" แต่อย่างใด ใครทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าพบผู้ก่อการร้ายกระทำผิดซึ่งหน้าต้องจับกุม หรือหากต่อสู้ก็ต้องวิสามัญกันเลย เพราะจะปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายเที่ยวไล่ฆ่าเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ต่อไปอีกคงไม่ได้ (อังคาร 19 มิถุนายน 2550) |
|
|
|