วิเคราะห์ข่าว
การเมืองต้องมีกติกา

การเมืองไม่แตกต่างกับกีฬาที่ต้องมีกฎ กติกา มรรยาท เพื่อให้เกมดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ไม่ให้ผู้เล่นตีกัน หรือผู้เล่นรุมทำร้ายกรรมการ คนจะเล่นกีฬาประเภทใดประเภทหนึ่งนอกจากมีความรู้ความสามารถในกีฬาประเภทนั้นแล้ว ยังต้องเรียนรู้และยอมรับเรื่องกฎ กติกา มรรยาทด้วย เมื่อลงในสนาม นักกีฬาต้องยอมรับการตัดสินของกรรมการ ขณะเดียวกัน คนดูก็ต้องดูเป็น และมีมรรยาทในการดู ไม่เช่นนั้น คนดูอาจขว้างขวดไปในสนามหรือวิ่งเข้าไปต่อยกรรมการ ฯลฯ

ฉันใดฉันนั้น การเมืองซึ่งมีการขัดแย้งและกล่าวหากันอยู่ตลอดเวลา คู่กรณีอาจตกลงกันได้ในบางเรื่อง แต่หลายกรณีตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งมองอย่างหนึ่ง อีกฝ่ายมองไปในทางตรงกันข้าม ไม่มีใครยอมรับความตนผิด ดังนั้น จึงต้องหาคนกลางมาตัดสินว่าใครถูกใครผิด หรือไม่มีใครถูกใครผิดเลย ฯลฯ

ฉันใดฉันนั้น กรณีการกล่าวหาฟ้องร้องกันระหว่างพรรคการเมืองใหญ่สองพรรค คือ ไทยรักไทยและประชาธิปัตย์ และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเล็กอีกสามพรรค จึงต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่คณะกรรมการเลือกตั้ง อัยการสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายเฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนกรรมการที่การวินิจฉัยถือเป็นอันสิ้นสุด

ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้นำพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาลไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการโหนกระแสพระราชดำรัสหรืออย่างไรก็ตาม คำพูดดังกล่าวเท่ากับเป็น “สัญญา” ที่ให้กับประชาชน ประชาชนต่างชื่นชมในสิ่งที่ผู้นำพรรคทั้งสองได้กล่าวไว้

แต่พอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ และยุบพรรคไทยรักไทย พร้อมกับตัดสิทธิ์ทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 5 ปี ผู้นำพรรคไทยรักไทยกลับไม่ยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าวโดยกล่าวหาในทำนองว่า ศาลตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ รุนแรงเกินไป ฯลฯ

เป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจได้ในความรู้สึกของผู้นำพรรคไทยรักไทยที่คงจะสับสน เสียใจ ผิดหวังที่พรรคต้องประสบชาตากรรมอย่างที่คาดไม่ถึง จึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จนหลายคนมองว่า ผู้นำพรรคและแกนนำพรรคบางคน “สติแตก” ไปแล้ว ท่านยิ่งพูดมากเท่าไรยิ่งไม่เป็นผลดีต่อตนเองและพรรคในอนาคต เพราะจะถูกมองว่า “ขี้แพ้ชวนตี” หรือเกมแพ้แต่คนไม่แพ้ เราอยากเห็นคนระดับผู้นำพรรคมีสติ ควบคุมอารมณ์ได้ อย่าให้ “อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล” และต้อง “นิ่ง” มากกว่านี้ให้สมกับเป็นผู้บริหารชาติบ้านเมืองมาแล้ว และยังมีโอกาสที่จะบริหารบ้านเมืองอีกในโอกาสต่อไป คนระดับ “แม่ทัพ” ต้องนิ่งแม้ขณะเผชิญหน้ากับข้าศึก ส่วนการร้องตะโกนด่าทอ ท้าตีท้าต่อยต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของ “ทหารเลว” ตามโคนต้นมะขามสนามหลวงแทน

ท่านไม่ควรไปโกรธเกลียดศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงปลายน้ำหรือปลายเหตุเท่านั้น เมื่อท่านสามารถดึงสติกลับคืนมาได้ ลองนั่งทบทวนดูและใช้หลักธรรมเข้ามาจับว่า ผลที่เกิดขึ้นนั้นมาจากสาเหตุอะไร และทำไมถึงเกิดปัญหานั้น ศาลไม่ได้ตัดสินด้วยอารมณ์โกรธ เกลียดหรือรัก หรือตัดสินเพื่อความสะใจ แต่ศาลต้องตัดสินตามตัวบทกฎหมายเป็นหลัก หนักเบาบนความผิดที่ผู้ถูกร้องได้กระทำไป

ที่สำคัญคือ จากการทำโพลล์ของสำนักวิจัยบางแห่งระบุออกมาตรงกันว่า ประชาชนที่ถูกสุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เกือบ 100% เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล เพราะฉนั้น หากท่านกล่าวหาว่าศาลไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง ก็เท่ากับท่านต่อต้านประชาชนไปด้วย

ทางที่ดี ผู้นำพรรคไทยรักไทยน่าจะเรียกสติกลับคืนมาแล้วนำคำวินิจฉัยมาศึกษาเป็นบทเรียนว่า อดีตหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคบางคนที่พยายามกระทำการเพื่อให้พรรคได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งนั้นได้ทำผิดพลาดอะไรไปบ้าง จนทำให้พรรคพวกเพื่อนฝูงต้องเดือดร้อนไปตามๆ กัน แล้วค่อยคิดอ่านแก้ไขปัญหากันต่อไป กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคไม่ควรไปโกรธเกลียดศาลรัฐธรรมนูญ แต่ควรจะโกรธคนที่เป็นต้นเหตุทำให้พรรคพังมากกว่า

เส้นทางพรรคยังไม่ถึงทางตัน ในเมื่อฐานเสียงของพรรคในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในภาคอีสาณและภาคเหนือยังมีอีกมาก เงินทุนก็ยังหนากว่าพรรคอื่น แม้กรรมการบริหารพรรคร่วม 100 คนลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ แต่อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยอีกนับ 200 คนยังลงสมัครรับเลือกตั้งได้ หากวางแผนให้ดี ๆ พรรคยังมีโอกาสที่จะยึดทำเนียบกลับคืนมาอีกก็ได้ หรืออย่างน้อยก็เป็นพรรคฝ่ายค้านที่มีที่นั่งในสภามากพอสมควร แต่ถ้าอยากเป็นพรรคที่มีพลัง ก็ต้องปรับวิธีคิด วิธีทำงานของสมาชิกพรรคเสียใหม่ โดยเน้นสำนึกในความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรมให้มากขึ้น

หากถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ท่านยังสามารถรับใช้ประเทศด้วยวิธีอื่นได้เช่นประชาชนทั่วไป ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงไม่ควรตีโพยตีพายเหมือนกับจะตายในวันนี้พรุ่งนี้หากลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้ เพราะจะทำให้ประชาชนสงสัยว่าท่านจะมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งเวลา 5 ปีนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ใครจะรู้ว่าในเวลาต่อไปอาจมีการยกเลิกหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่ทำให้ท่านกลับมาเล่นการเมืองได้ก่อน 5 ปีก็ได้

หลายฝ่ายสนับสนุนเต็มที่ต่อแนวคิดของแกนนำพรรคไทยรักไทยที่จะนำคำวินิจฉัยของศาลมาแปลเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาอื่น ๆ และจัดพิมพ์แจกจ่ายไปทั่วโลก เพื่อให้ชาวโลกได้รับทราบและนำคำวินิจฉัยนี้ไปศึกษาเปรียบเทียบ แต่ถ้าจะให้ดี ก่อนจัดพิมพ์เป็นเล่ม ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาทางกฎหมายตรวจสอบก่อนเพื่อให้แน่ใจว่า คำแปลนั้นถูกต้องและตรงตามความหมายของศาล

นอกจากนั้น ถ้าหากพรรคจะนำคำวินิจฉัยภาษาไทยมาพิมพ์เป็นเล่มแจกจ่ายประชาชนไทยในและนอกประเทศด้วยก็ยิ่งดี ถือว่าเป็นวิทยาทาน

พรรคน่าจะทำเรื่องเชิงสร้างสรรแบบนี้ ดีกว่าตีโพยตีพายให้อายเด็ก