วิเคราะห์ข่าว
ความมั่นคงชายแดนด้านเหนือ (2)

ดังได้เขียนมาแล้วว่า กิจกรรมชายแดนด้านเหนือ (เช่นเดียวกับทุกด้าน) คือ การข้ามไปมาของคน สินค้า และสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อวานนี้ ได้เขียนถึงการหลั่งไหลเข้ามาของคนพม่าเข้ามาหางานทำในประเทศไทย และบางส่วนเลยไปถึงมาเลเซีย วันนี้ จะเขียนถึงการข้ามพรมแดนสองฝั่งของสินค้าซึ่งดำเนินการโดยคน เพราะสินค้าเคลื่อนที่เองไม่ได้ แต่เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยคน

การค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่าดำเนินไปตลอดพรมแดนตั้งแต่เชียงรายจนถึงระนอง (แต่ชายแดนภาคเหนือคิดเพียงแค่จังหวัดตาก เท่านั้น) ซึ่งมีหลายลักษณะ อาทิ เป็นการข้ามไปหาซื้อขายสินค้าระดับชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนพม่าข้ามมาหาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ก่อสร้าง ปูนซีเมนต์ เชื้อเพลิง ฯลฯ จากฝั่งไทย และนำของป่า ไม้ ผลิตภัณท์จากไม้ เช่น หน้าต่าง ประตู ไม้แกะสลัก อัญมณี มาขายฝั่งไทย ส่วนคนไทยนิยมซื้อผลิตภัณท์จากไม้ อัญมณี ของป่า สำหรับนักท่องเที่ยวไทยนิยมข้ามไปหาซื้อสินค้าจีนฝั่งพม่า โดยเฉพาะที่ท่าขี้เหล็ก ที่นักท่องเที่ยวไทยจากในและนอกจังหวัดเชียงรายนิยมมาท่องเที่ยว อ.แม่สายและเลยข้ามไปซื้อสินค้าฝั่งพม่า

จังหวัด อำเภอชายแดนด้านไทยมีการพัฒนามากกว่าฝั่งพม่า อำเภอชายแดนบางแห่งมีการพัฒนาเท่ากับหรือดีกว่าจังหวัดในฝั่งพม่าเสียอีก การคมนาคมสะดวกสบาย กิจกรรมด้านการค้าคึกคัก ในขณะที่ชายแดนฝั่งพม่าก็คือป่าเขา ไม่มีการพัฒนา เพราะอยู่ในเขตปกครองของชนกลุ่มน้อยที่รัฐบาลกลางพม่ามองว่าเป็นกลุ่มกบฎ การพัฒนาจึงเป็นไปอย่างจำกัด ชาวบ้านพม่านิยมมาซื้อสินค้าและใช้บริการฝั่งไทยซึ่งสะดวกกว่าเดินทางไปซื้อจากตัวเมืองใหญ่ของพม่าซึ่งก็คือสินค้าไทยที่นำเข้าผ่านชายแดนไปยังย่างกุ้ง มัณฑเลย์ ฯลฯ ซึ่งราคาแพงกว่ากันมากเพราะต้องบวกค่าขนส่งเข้าไปอีก

จึงไม่เป็นที่ประหลาดใจที่ว่าทำไมมูลค่าการค้าชายแดนไทย-พม่า จึงสูงมากกว่าการค้าระหว่างประเทศที่นำส่งทางเรือสินค้าและเครื่องบินไปยังย่างกุ้ง เมื่อดูสถิติการค้าชายแดนสองฝั่งตั้งแต่เชียงรายถึงระนอง ไทยได้เปรียบดุลการค้าจากพม่าทุกปี จนกระทั่งไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่าผ่านกาญจนบุรีมาใช้ที่โรงไฟฟ้าราชบุรี ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การค้าชายแดนในภาพรวมปรากฎว่าไทยเสียเปรียบดุลการค้าชายแดนกับพม่าตลอดมา โดยมูลค่าการค้าที่ไทยได้เปรียบชายแดนทุกจังหวัดยังสูงกว่า ยกเว้นจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งไทยเสียเปรียบดุลการค้ามหาศาลเพราะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ เมื่อเอามาหักกลบลบหนี้รวมกันทั้งหมด ดุลการค้าชายแดนไทยจึงเสียเปรียบพม่า และคงเสียเปรียบต่อไปเพราะไทยจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น

ไทยต้องขายสินค้าจำนวนมากให้พม่าเพื่อนำเงินมาจ่ายค่านำเข้าก๊าซธรรมชาติ แต่คนจ่ายค่าก๊าซธรรมชาติคือ กฟผ. ซึ่งมาคิดค่าไฟเพิ่มเอาจากประชาชน แต่ประชาชนทั่วไปแถวชายแดนยังขายของได้เงินจากคนพม่าเช่นเดิม

ถ้าถามว่าตัวเลขของการค้าชายแดนเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด ต้องบอกว่าคงไม่ถูกต้อง 100% เพราะสองฝั่งเก็บสถิติได้เฉพาะสินค้าที่ผ่านด่านศุลกากรเท่านั้น แต่ชาวบ้านค้าขายกันตลอดชายแดน สินค้าที่ผ่านด่านศุลกากรเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เก็บสถิติได้ การค้านอกด่านศุลกากรไม่มีสถิติแต่อย่างใดจากทั้งฝ่ายไทยและพม่า นักวิจัยที่ทำการวิจัยการค้าชายแดนไทยพม่าต้องประเมินเอาเอง ดังนั้น จึงต้องหาข้อมูลจากหน่วยงานอื่นประกอบด้วย โดยเฉพาะจากธนาคารพาณิชย์ที่เงินหมุนเวียนผ่านธนาคารแต่ละวันอาจเป็นตัวบ่งชี้การค้าชายแดนได้

ก่อนนั้น เมื่อมีปัญหาชายแดน ทางการพม่ามักใช้มาตรการปิดชายแดนตลอดแนว ซึ่งกระทบต่อการค้าชายแดนในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี ชาวบ้านและพ่อค้าที่ค้าขายระหว่างกันยังคงค้าขายกันได้เกือบปกติแม้ไม่สะดวกบ้างก็ตาม เพราะสามารถส่งออกและนำเข้าตลอดแนวชายแดนที่บางตอนมีแม่น้ำสายเล็ก ๆ คั่นกลาง ในฤดูแล้งน้ำลดต่ำมากจนคนเดินข้ามไปมาได้ในหลายพื้นที่ การซื้อขายนอกด่านศุลกากรถูกมองว่าเป็นการลักลอบค้าชายแดน ซึ่งผิดกฎหมาย แต่เป็นสิ่งปกติในการดำเนินชีวิตของชาวบ้านและพ่อค้าแถบชายแดนทุกแห่ง รวมทั้งชายแดนภาคเหนือ

สินค้าอุปโภคบริโภคของไทยจากชายแดนถูกส่งลึกเข้าไปยังเมืองใหญ่ของพม่า บางครั้งผ่านพม่าไปถึงบังคลาเทศและอินเดียด้วย แข่งกับสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนซึ่งราคาถูกกว่า แต่คนพม่านิยมสินค้าไทยเพราะคุณภาพดีกว่า ที่น่าสนใจคือ วัวควายจำนวนไม่น้อยที่คนไทยบริโภคเนื้อเป็นวัวควายจากบังคลาเทศที่ต้อนผ่านพม่ามาขายในไทย บางทีพวกค้าวัวควายซื้อมาในขณะยังเป็นลูกวัวลูกควาย เมื่อพอมาถึงชายแดนไทยก็เป็นวัวควายหนุ่มสาวขายได้ราคาดี คนต้อนวัวเหล่านี้มีชีวิตคล้ายกับคาวบอยในอเมริกาเหมือนกัน

พม่ายังมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งสินแร่ ก๊าซธรรมชาติ ปลาและผลิตภัณท์จากปลา ไม้และผลิตภัณท์จากไม้ นอกจากไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว เอกชนไทยยังไปสร้างเขื่อนในพม่าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและขายให้กับพม่าและไทย กฟผ. มีโครงการไปสร้างเขื่อนในพม่าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำเช่นกัน รวมทั้งทางการไทยมีแนวคิดที่จะผันน้ำจากพม่าเข้าไทยเพื่อใช้ในภาคเกษตรด้วย เพราะน้ำในแม่น้ำสาละวินไหลลงทะเลอย่างสูญเปล่าในแต่ละปีจำนวนมหาศาลโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด หากทางการพม่าพัฒนาระบบคมนาคมทางบกให้ทันสมัยสอดรับกับฝั่งไทยและอินเดีย การค้าและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับพม่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

วันนี้ รายได้หลักของพม่าแต่ละปีส่วนหนึ่งคือค่าก๊าซธรรมชาติที่ไทยจ่ายให้กับรัฐบาลพม่า เท่ากับเป็นการสร้างความผูกพันซึ่งกันและกัน โดยสองฝ่าย “ ได้กับได้” ด้วยกัน บนผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน ซึ่งคงไม่ถูกใจพวก เอ็น.จี.โอ.เท่าไรที่ไม่ต้องการให้รัฐบาลไทยไปซื้อสินค้าและบริการจากพม่า โดยมองว่าเป็นการสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าที่ไม่เป็นประชาธิปไตย