วิเคราะห์ข่าว
การบริหารจัดการประเทศภายใต้โลกาภิวัฒน์

จากบทความเมื่อวันอาทิตย์ 13 เมษายน 2551 ที่ผมได้ถ่ายทอดการวิเคราะห์ของ ดร.สารสิน วีระผล ในการมองการพัฒนาของสถานการณ์ของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน เพื่อไทยจะบริหารจัดการประเทศได้อย่างไรภายใต้โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน ปรากฎว่า มีผู้อ่านหลายท่านได้ให้ความสนใจบทวิเคราะห์ของ ดร.สารสิน อย่างมาก ดังนั้น วันนี้ผมขอถือโอกาสนำเสนอบทวิเคราะห์ในส่วนที่เหลือของ ดร.สารสิน อีกตอนหนึ่ง

ดร.สารสิน ได้เปรียบโลกปัจจุบันว่าเป็นทั้งโลกแบน และ โลกเอียง โลกาภิวัฒน์เป็นเวทีที่ราบเรียบ ใครมาเล่นก็ได้ โลกแบน หมายถึงโลกที่คนทุกคนมองเห็นกันได้หมด โอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเท่ากัน บนทางด่วนสายนี้ ทั้งรถเร็ว รถช้า รถใหญ่ รถเล็ก สามารถเข้ามาวิ่งแข่งขันกันได้ ส่วนใครจะบริหารโอกาสและความเสี่ยงได้ดีกว่ากันนั้นเป็นอีกเรื่อง ส่วนโลกเอียง หมายถึงว่า โลกในคริสตศตวรรษที่ 21 น้ำหนักมาอยู่ที่เอเชีย การค้า การลงทุน ฯลฯ เทมาที่เอเชียโดยเฉพาะจีน อินเดีย ทำให้โลกเอียงมาทางเอเชีย

โลกาภิวัฒน์ เป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง เชื่อมโยงถึงกันหมด ดังนั้น การเข้าใจโลกโลกาภิวัฒน์อย่างลึกซึ้งจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อว่าเราจะได้รู้จักบริหารจัดการสิ่งรอบตัวเราให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และให้มีความเสียหายน้อยที่สุดได้อย่างไร

ดร.สารสิน ได้วิเคราะห์ถึง “ ความเสี่ยง ” ของโลกที่ไทยควรให้ความเอาใจใส่ ซึ่งมีดังนี้
• ช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท รายได้ของคนในตัวเมืองกับคนชนบทห่างกันมากโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา ช่องว่างนี้ขยายมากขึ้น ซึ่งนับว่าค่อนข้างอันตราย
• ปัญหาโลกร้อน สิ่งแวดล้อมที่แย่ลงทุกวันกระทบต่อความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมโลก
• ราคาสินค้าขั้นปฐม และอาหารที่แพงขึ้นมาก ความต้องการสินค้าขั้นปฐมและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นจาก จีน อินเดีย ฯลฯ ปัญหานี้กระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารโลก
• ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นมาก กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลก
• เศรษฐกิจสหรัฐถดถอย อสังหาริมทรัพย์ หนี้สิน คนตกงาน แต่ภาคเกษตรดี
• ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอ.ที. แต่ก็มีช่องว่างด้าน ไอ.ที.ระหว่างชาติที่ร่ำรวยกับชาติยากจนมากขึ้น
• อัตราแลกเปลี่ยน เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงต่อเนื่อง กระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน
• ภาวะเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะ สินค้ามีราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะอาหาร
• ระบบการเงินที่ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบการเงินในเอเชีย ซึ่งคั่งค้างมาตั้งแต่วิกฤติปี 2540 ถูกกำหนดโดย IMF ต่างประเทศ เพื่อกู้เครดิตกลับคืนมา
• ประชากรโลกเพิ่มขึ้นและมีอายุยืนขึ้น แย่งกันกินกันใช้ทรัพยากรโลกที่ลดน้อยลง
• บทบาทของประเทศเศรษฐกิจใหม่ เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล จีนเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก ทั้งการค้า การลงทุน ทุกอย่าง จีนกิน 50% ของโลก การค้า การลงทุน การผลิต การบริโภคมารวมอยู่ที่ประเทศเศรษฐกิจใหม่
• ปัญหาการก่อการร้ายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศกับการพัฒนา เช่น อิรัก อัฟกานิสถาน ภาคใต้ไทย
• การศึกษาต้องสอดคล้องกับภาวะการแข่งขันด้านต่าง ๆ ที่สูงขึ้นในโลกนี้
• ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น น้ำมัน ปุ๋ย อาหารสัตว์ ฯลฯ ต้องลดต้นทุน
• การตลาดและโลจิสติกส์ มีส่วนสำคัญต่อภาวะการแข่งขัน
• การสาธารณะสุข สุขภาพ ชีวิตคนต้องมีคุณภาพ ซึ่งเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง
• โรคระบาดคน สัตว์ คนกับสัตว์อยู่ร่วมกันมากขึ้น โรคระบาดง่ายขึ้น
• จะมีการแข่งขันด้านทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น ให้น้ำหนักด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น สินค้าต้องเปลี่ยนจากด้านหัตถกรรมเป็นสินค้าที่ใช้สมองมากขึ้น
• แรงงานต้องฝึกให้เป็นแรงงานมีฝีมือมากขึ้น และต้องมองแรงงานในแง่ของการก่อให้เกิดผลผลิต
• คนสูงอายุในโลกนี้มีแนวโน้มมากขึ้น ดังนั้น ต้องคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากคนสูงอายุ ได้อย่างไร กำหนดบทบาท ภาระหน้าที่ของคนสูงอายุ คนสูงอายุมีความรู้ ประสบการณ์ที่จะสอนคนรุ่นหลังได้อย่างไร
• การเตรียมตัวรับภัยคุกคามจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน
• เศรษฐกิจ การแข่งขันมากขึ้น เพิ่มมูลค่ามากขึ้น ในสนามแข่งขัน ทุกคนออกจากเส้นสตาร์ทเท่ากัน แต่เข้าเส้นชัยแตกต่างกัน
• ระบบเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัฒน์ คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง แต่คนจนต้องไม่สิ้นหวัง ต้องสร้างโมเดลทางธุรกิจสำหรับคนจนซึ่งเป็นกลุ่มคนฐานล่างของปิรามิด คนรวยกับกับคนจนต้องอยู่ด้วยกันให้ได้
• บรรษัทข้ามชาติต้องมี ความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ไม่ใช่แสวงหากำไรอย่างเดียว
• บทบาทของภาครัฐและเอกชนต้องไปด้วยกัน
• ตระหนักถึงบทบาทของประเทศเศรษฐกิจใหม่เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล การปะทะกันระหว่างตะวันตก กับ ตะวันออก
• การศึกษากับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่อระบบการผลิต/ธุรกิจ พลังทางสมอง รวมทั้ง,IQ,EQ,SQ ต้องสูง ความรับผิดชอบ มีคุณธรรม
• ระบบ ค่านิยมเปลี่ยนแปลง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ
• สถาบันระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ องค์การภูมิภาค รวมทั้ง เอ็น.จี.โอ. เราต้องใช้พวกนี้ให้เป็นประโยชน์กับเรามากกว่านี้
• โลกาภิวัฒน์กับการเชื่อมโยง และความเร็ว ของการเปลี่ยนแปลง
• โครงสร้างของการบริหาร/ปกครอง และผลกระทบต่อความมั่นคง การกำหนดมาตรการจำเป็นเร่งด่วน ที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
• ระบบเปิด ( ประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล) ปะทะกับ ระบบปิด ( การใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ความไม่โปร่งใส โลกพ้นจากจากจุดระบบปิดไปแล้ว อันเป็นผลจากวิวัฒนาการของข่าวสาร การตัดสินใจโดยผู้นำเพียงคนเดียวอาจทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงได้ การตัดสินใจโดยคนหลายคนแม้เกิดข้อผิดพลาดแต่ก็มีความเสียหายน้อยกว่า
• สังคมศตวรรษที่ 21 เป็นสังคมข่าวสาร IT เราจะจัดการกับตัวเราเองอย่างไร มองดูตัวเองว่าจะเอาอย่างไร
• ระบบการค้าระหว่างประเทศ การแข่งขัน ความร่วมมือ การติดต่อเชื่อมโยง ความโปร่งใส แต่ก็พึ่งพากันระหว่างคู่แข่ง การมีคู่แข่งทำให้ธุรกิจพัฒนา การกีดกันทางการค้าทำให้โลกไม่พัฒนา แต่การต่อสู้กันในฐานะคู่แข่ง ต้องสร้างภาวะ วิน – วิน
• สงคราม/ ปัญหาความมั่นคงในอนาคต เป็นสงครามแย่งชิงทรัพยากรมนุษย์

ผมเชื่อว่า การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโลกโดย ดร.สารสิน น่าจะมีประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจเรื่องการบริหารจัดการความมั่นคงของประเทศภาครัฐ ภาควิชาการและนักธุรกิจไทยไม่มากก็น้อย (20 เมษายน 2551)