วิเคราะห์ข่าว
เอทานอล พลังงานทางเลือก

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขึ้นเรี่อย ๆ ชนิดฉุดไม่อยู่ ที่คาดกันว่าจะขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์/บาเรลนั้น เป็นความจริงมาหลายวันแล้ว วันนี้ คนพูดกันว่าจะขึ้นเลย 100 ดอลลาร์ไปอีกเท่าไร หลายฝ่ายพูดว่า ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการเก็งกำไร หรือปั่นราคาน้ำมัน ดังนั้น ถ้าวันนี้มีการเก็งกำไรน้ำมันไปที่ 100 ดอลลาร์ได้ ทำไมวันนี้น้ำมันจะถูกปั่นราคาให้สูงกว่านี้ไม่ได้ ประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน รวมทั้งประเทศไทยด้วยได้รับผลกระทบเต็ม ๆ รัฐบาลทุกชุดมีภารกิจสำคัญคือ ทำอย่างไรจะให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะการขึ้นลงของราคาน้ำมันส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกเหนือจากการหาพลังงานอื่น เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน พลังน้ำ มาชดเชย แล้ว รัฐบาลระยะหลังได้หันกลับมาเน้นในเรื่องการผลิตเอทานอลจากวัตถุดิบทางการเกษตรอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่ โครงการนี้ได้เริ่มมาแล้วเป็นเวลานานภายใต้โครงการพระราชดำริ ในขณะที่น้ำมันยังมีราคาไม่แพงนัก คนก็ไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไรเพราะต้นทุนน้ำมันยังถูก แต่วันนี้ คนเริ่มหันมาให้ความสนใจเอทานอลมากยิ่งขึ้น แม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกยังให้ความสำคัญต่อการค้นคว้า วิจัย และผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ผลิตจากอ้อยซึ่งปลูกกันมากในสหรัฐ อย่างไรก็ดี พอราคาอ้อยสูงขึ้น การผลิตเอทานอลในสหรัฐก็ลดลง แต่หันมานำเข้าเอทานอลจากบราซิลมากขึ้นเพราะราคาอ้อยยังถูกอยู่ สะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศยักษ์ใหญ่เช่นสหรัฐยังให้ความสำคัญต่อการผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง

ประเทศไทยใช้เอทานอลผสมกับน้ำมันเบนซินในอัตรา 10 ต่อ 90 กลายเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 ซึ่งมีราคาถูกกว่าเบนซิน 95 ลิตรละกว่า 4 บาท ปัจจุบัน มีการเพิ่มอัตราส่วนผสมเป็น 20 ต่อ 80 ก่อให้เกิดน้ำมัน อี.20 ซึ่งยังใช้ได้กับรถรุ่นใหม่เท่านั้น สำหรับหน่วยงานหรือองค์กรขนาดเล็กบางแห่งมีเป้าหมายใช้เอทานอล 100% เป็นเชื้อเพลิงรถยนต์และอุตสาหกรรม

ประเทศไทยมีการวิจัยและพัฒนาเอทานอลมานานแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้เรียกว่า “คณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติ” ปัจจุบัน มีโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติให้ผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทั้งสิ้น 45 โรง มีกำลังผลิตรวม 11,115,000 ลิตรต่อวัน แบ่งเป็น

(1) โรงงานผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล หรือ โมลาส จำนวน 16 โรง โรงงานเหล่านี้เป็นของกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาล มีกำลังการผลิตรวม 2,475,000 ลิตรต่อวัน
(2) โรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง จำนวน 29 โรง มีกำลังการผลิตรวม 8,640,000 ลิตรต่อวัน

นั่นเป็นจำนวนโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ตั้งขึ้นได้ แต่ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2550 มีโรงงานที่เดินระบบแล้ว 8 โรง มีกำลังการผลิตรวม 1,055,000 ลิตรต่อวัน แบ่งเป็นโรงงานผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล หรือ โมลาส 7 โรง กำลังการผลิตรวม 925,000 ลิตรต่อวัน และโรงงานผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง 1 โรง กำลังผลิต130,000 ลิตรต่อวัน

ล่าสุด บริษัทผู้ส่งออกมันสำปะหลังอัดเม็ดรายใหญ่ของประเทศ ได้ก่อสร้างเครื่องจักร์ผลิตเอทานอลแบบครบวงจร ให้กับโครงการ ทีพีเค.เอทานอล ซึ่งมีกำลังผลิตประมาณ 1 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ ขณะนี้ มีผู้ผลิตบางรายกำลังประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการปลูกมันสำปะหลังโดยไทยจะรับซื้อมาเพื่อใช้ในการผลิตเอทานอล ซึ่งเท่ากับช่วยเพื่อนบ้านด้วย

การผลิตและการจำหน่ายเอทานอลในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามสัดส่วนการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนจากภาครัฐ เช่น การตั้งราคาแก๊ซโซฮอล์ต่ำกว่าราคาน้ำมันเบนซิน และสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยการรับประกันซ่อมเครื่องยนต์ และห้ามนำเข้าเอทานอลเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลในประเทศ และให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัทที่ผลิตเอทานอล หากดูสถิติจะพบว่า ในปี 2549 ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตเอทานอลเฉลี่ย 11.28 ล้านลิตรต่อเดือน และมีปริมาณการจำหน่ายเอทานอล 10.66 ล้านลิตรต่อเดือน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 ปริมาณการผลิตเอทานอลเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 14.41 ล้านลิตรต่อเดือน และปริมาณการจำหน่ายเอทานอลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13.05 ล้านลิตรต่อเดือน สอดคล้องกับการใช้แก๊ซโซฮอล์ที่เพิ่มขึ้น

ผู้ขับรถหันมาใช้น้ำมันแก๊ซโซฮอล์ซึ่งนำเอทานอลไปผสมกับเบนซิน เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อลดค่าใช้จ่าย กล่าวคือ ในเดือนมกราคม 2548 มีคนใช้แก๊ซโซฮอล์เพียง 0.28 ล้านลิตรต่อวัน พอถึงเดือนธันวาคม 2548 ขยับขึ้นเป็น 3.51 ล้านลิตรต่อวัน สถิติล่าสุดเดือนกันยายน 2551 มีคนใช้แก๊ซโซฮอล์เพิ่มเป็น 5.34 ล้านลิตรต่อวัน ณ วันนี้ เดือนกุมภาพันธ์ 2551 แม้ยังหาสถิติไม่ได้ แต่เชื่อว่า คนคงใช้แก๊ซโซฮอล์เพิ่มขึ้นอีกมาก ถ้ารถคันไหนใช้แก๊ซโซฮอล์ได้ เจ้าของรถคงหันมาใช้แก๊ซโซฮอล์แทน เพราะแต่ละเดือนจะประหยัดเงินน้ำมันรถไปได้อีกมากทีเดียว

รัฐบาลภายใต้การนำของคุณสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่ต้องทำเร่งด่วนในปีแรก ข้อ 1.4 “ ดำเนินมาตรการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยจะดูแล.....ราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคและผู้ผลิต.....” และข้อ 1.15 “ ดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากราคาพลังงาน โดยเร่งรัดโครงการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากก๊าซธรรมชาติและผลผลิตทางการเกษตร เช่น แก๊สโซฮอล์ ไปโอดีเซล ...... เพื่อลดภาระการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ”

ในหัวข้อ 3.4 นโยบายพลังงาน ข้อ 3.4.3 “ พัฒนาและวิจัยพลังงานทดแทนทุกรูปแบบเพื่อเป็นทางการเลือกแก่ประชาชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการตัดสินใจพัฒนาพลังงานทางเลือกอื่น ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและพลังงานที่สอดคล้องกับท้องถิ่น ”

ถ้ารัฐบาลปัจจุบันเอาจริงจังตามนโยบายที่ประกาศ อุตสาหกรรมเอทานอลมีอนาคตที่สดใส เพราะอย่างไรเสีย แนวโน้มที่ราคาน้ำมันตลาดโลกจะลดต่ำกว่านี้คงเป็นไปได้ยาก