|
|
|
การบริหารจัดการเมื่อเกิดสายลับสองหน้า |
|
|
|
ข่าวนายทหารของหน่วยข่าวกองทัพภาค4 ขายความลับ ให้กับกลุ่มก่อความไม่สงบ เป็นเรื่องที่ช็อคความรู้สึกของประชาชนทั่วไป บทความที่จะเขียนต่อไปนี้ไม่มีเจตนาพาดพิงผู้ใดหรือหน่วยใด แต่เป็นคดีที่น่าสนใจที่ควรนำมาศึกษาในแง่ความมั่นคง และมองในเชิงหลักการเป็นสำคัญ
การดำเนินคดีตามวินัยข้าราชการและตามอาญาบ้านเมืองเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ควรนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นกรณีศึกษา เพราะมีคำถามตามมาว่า ทำไมเจ้าหน้าที่เหล่านั้นจึงยอมตนเป็น สายลับสองหน้าให้กับกลุ่มก่อการร้าย อะไรคือมูลเหตุจูงใจ ถ้าเกิดกรณีสายลับสองหน้า หน่วยงานควรบริหารจัดการอย่างไรในการควบคุมความเสียหายหากเกิดกรณีสายลับสองหน้า และจะหาทางป้องกันไม่ให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร หน่วยงานรัฐที่มีความลับทางราชการต้องทบทวนมาตรการ รปภ. อย่างไรบ้าง
สายลับสองหน้า เป็นเรื่องปกติใน สงครามจารชน การที่สายลับสองหน้าถูกเปิดเผยมาในวันนี้ ดีกว่าเราไปรู้วันพรุ่งนี้ หรือไม่รู้เลย เพราะหากรู้เนิ่นช้าออกไป ความเสียหายจะกระจายออกไปมากขึ้น ซึ่งหมายถึงว่า ความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่จะมีมากขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น บทเรียน แก่ฝ่ายเราที่ว่า ในขณะที่ฝ่ายเราหาข่าวของฝ่ายผู้ก่อการร้าย ๆ ก็หาข่าวเกี่ยวกับฝ่ายเราเช่นกัน เมื่อเราจัดตั้งสายลับในกลุ่มก่อการร้ายได้ กลุ่มก่อการร้ายก็สามารถจัดตั้งสายลับในฝ่ายเราได้เช่นกัน นี่คือ เกมสงครามจารชน ฝ่ายไหนพลาดก็ต้องจ่ายในราคาค่อนข้างแพง ซึ่งไม่ได้คิดเป็นตัวเงินเท่านั้น แต่คิดเป็น ชีวิต ของคนด้วย
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนกับฝ่ายเราด้วยว่า เมื่อเรารุกไล่ฝ่ายตรงข้าม เราต้องเตรียม ตั้งรับ หรือ ป้องกัน ตัวเองด้วย เช่นเดียวกับการต่อยมวย นอกจากหาทางคว่ำคู่ต่อสู้ให้ได้แล้ว ต้องป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกต่อย หรือโดนน็อค ขณะที่ไล่ต่อยฝ่ายตรงข้ามอย่างสนุก ต้องระวังอย่าเปิดคาง หรือเปิดท้องที่ฝ่ายตรงข้ามจะสวนกลับด้วยเช่นกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ไม่เฉพาะหน่วยในจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่มีความลับทางราชการ ต้องกลับมาทบทวนและกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เข้มงวดขึ้น ดูเหมือนว่า ระยะหลังหน่วยงานของรัฐทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัดค่อนข้างหย่อนยานด้าน รปภ.ไปมาก
สายลับสองหน้า หรือ สายลับซ้อน ที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Double Agent นั้น หมายถึงสายลับที่ทำงานให้กับทั้งสองฝ่าย แต่มีเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้นที่ควบคุมและบงการสายลับได้ ฝ่ายไหนสามารถจัดตั้งสายลับซ้อนได้ในเป้าหมายของฝ่ายตรงข้าม ถือว่าเป็นสุดยอดของงานจารชน เพราะทำให้สามารถล่วงรู้ความเป็นไป แผนการ การปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้ามได้ล่วงหน้า
บางคนกล่าวว่า แม้ไม่มีสายลับซ้อน แต่ผู้ก่อการร้ายก็สามารถหาข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ได้ไม่ยาก เพียงแต่คอยสังเกตการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในแต่ละวันว่ามีพฤติกรรมซ้ำซากจำเจอย่างไรเพื่อวางแผนการโจมตี อย่างไรก็ดี ข่าวที่ได้จากการสังเกตการณ์ไม่เพียงพอ ผู้ก่อการร้ายต้องการข่าวที่เจาะลึกมากกว่านั้น จึงต้องหาทางจัดตั้งสายลับของตนในหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในหน่วยข่าว ซึ่งจะได้ข่าวที่ ลึก มากกว่า
บุคคลในหน่วยงานที่มี ความเสี่ยงด้าน รปภ. คือ คนที่มีจุดอ่อนด้านต่างๆ เช่น มีปัญหาด้านการเงิน มีหนี้สินจำนวนมาก ชอบเล่นการพนัน พวกหัวรุนแรงสุดโต่ง พวกคลั่งอุดมการณ์ ศาสนา เผ่าพันธ์ ฯลฯ จริงอยู่ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีจุดอ่อนเหล่านี้จะถูกชักจูงเป็นสายลับสองหน้าได้ทุกคน แต่เป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงด้าน รปภ.สูงกว่าคนอื่น ที่ผู้บังคับบัญชาต้องเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องรู้จักบริหารจัดการกับคนประเภทนี้ อาทิ ไม่ให้ทำงานในจุดที่เข้าถึงความลับของทางราชการ หรือถ้าทำอยู่แล้ว ก็หาทางย้ายออกจากหน่วยนั้นด้วยความนุ่มนวล ที่จะไม่เป็นการผลักดันให้ผู้นั้นไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม
สายลับซ้อนของฝ่ายตรงข้ามที่แทรกซึมอยู่ในหน่วยงานของรัฐนั้น หากผู้บริหารหน่วยสังเกตสักหน่อย จะพบความผิดปกติไม่มากก็น้อย เพราะพวกนี้ต้องหาข่าวส่งให้ฝ่ายตรงข้าม บ่อยครั้งที่พวกนี้ ไม่นิ่ง แต่ชอบจุ้นจ้าน ชอบถามซอกแซกในกิจการความรับผิดชอบของคนอื่น หรือในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตน หรือแอบไปเปิดแฟ้มของคนอื่น หรือแอบไปเปิดคอมพิวเตอร์ของคนอื่น หรือเชิญเพื่อนร่วมงานไปกินข้าวและหลอกถามเรื่องต่าง ๆ คนพวกนี้ชอบทำงานนอกเวลา โดยเฉพาะเมื่อคนอื่นกลับบ้านไปหมดแล้ว หรือมาทำงานวันหยุด ซึ่งดูผิวเผินเหมือนกับคนที่ขยันทำงาน แต่ความจริง สายลับซ้อนหาทางขโมยความลับของทางราชการส่งให้ฝ่ายตรงข้าม จริงอยู่ ไม่ได้หมายความว่า คนที่ขยันขันแข็งเสียสละทำงานให้ราชการนอกเวลาจะเป็นสายลับซ้อนทุกคน แต่สายลับซ้อนมักจะมีพฤติกรรมเช่นนี้
เมื่อเกิดกรณีสายลับซ้อนดังเช่นที่ปรากฎเป็นข่าว สิ่งแรกที่หัวหน้าหน่วยต้องบริหารจัดการคือ ควบคุมความเสียหาย (Damage Control) ให้ได้ก่อน อาทิ ตรวจสอบดูว่า สายลับซ้อนหรือผู้ต้องสงสัยเข้าถึงความลับทางราชการอะไรบ้าง ที่อาจหลุดรั่วไปถึงฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการลับต่อฝ่ายตรงข้าม รายชื่อสายลับที่มีอยู่ แม้จะเป็นชื่อรหัสก็ตาม รายงานข่าวสาร รายงานการซักถามผู้ต้องหา ฯลฯ ผู้ถูกกล่าวหาใกล้ชิดกับใครบ้าง ผู้ถูกกล่าวหา ส่งความลับอะไรบ้างให้กับฝ่ายผู้ก่อการร้าย ผู้บริหารต้องหาทางลดความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นแล้ว และจะเกิดขึ้นตามมาทันที เช่น เรียกเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่ออันตรายกลับทันที ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน่วย โยกย้ายเจ้าหน้าที่บางคนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเขา แจ้งให้สายลับทราบถึงอันตราย หากจำเป็นอาจต้องย้ายออกจากพื้นที่ เปลี่ยนรหัสบุคคลใหม่ ฯลฯ
มาตรการควบคุมความเสียหายประการหนึ่งที่สำคัญมาก คือ อย่าเหมารวม เพราะคนในหน่วยร้อยละ 99.9 เป็นคนดี มีเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้นที่เป็นหนอนบ่อนใส้ ดังนั้น จึงต้องจำกัดให้อยู่เฉพาะร้อยละ 0.1 หรือผู้เกี่ยวข้องบางคนเท่านั้น พร้อมทั้งชี้แจงให้บุคคลในหน่วยได้เข้าใจ เพื่อป้องกันความระแวงสงสัยซึ่งกันและกัน และบั่นทอนขวัญกำลังใจของผู้ทำงานคนอื่น เพราะฝ่ายตรงข้ามพร้อมที่จะขยายผลและก่อให้เกิดความแตกแยกหวาดระแวงของคนในหน่วยอยู่แล้ว
การป้องกันไม่ให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก มาตรการ รปภ.เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันฝ่ายตรงข้ามเจาะเข้ามาได้ หน่วยที่มีความลับโดยเฉพาะหน่วยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ต้องทบทวนและกำหนดมาตรการ รปภ.อย่างเข้มงวด จริงจังมากขึ้นตามระเบียบการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ และ ระเบียบการรักษาความลับทางราชการ กล่าวคือ
รปภ. บุคคล ต้องตรวจสอบประวัติ ภูมิหลังของผู้ทำงานอย่างเข้มงวดก่อนที่ผู้นั้นจะเข้าทำงานที่เกี่ยวกับความลับ และต้องมีการตรวจสอบเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม เพราะพฤติการณ์ของคนสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลาบนสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
รปภ. สถานที่ ต้องกำหนดพื้นที่หวงห้ามสำหรับบุคคลที่เข้าถึงความลับในระดับต่างๆ ไม่ใช่ว่าใครก็ได้เข้าไปถึงพื้นที่ที่ความลับสูงสุดได้ เจ้าหน้าที่ รปภ.ต้องทำงานหนักขึ้น และให้มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั้งทางเปิดและทางลับคอยตรวจสอบตลอดเวลา
รปภ.เอกสาร ต้องเก็บเอกสารลับไว้ในเซฟตลอดเวลา พร้อมกับมีกุญแจรหัส การเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ต้องมีรหัสเฉพาะที่ไม่ให้คนอื่นเจาะเข้าไปดูได้ และต้องระวังแฮคเกอร์
รปภ.องค์การ ต้องยึดหลัก งานใครงานมัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ( Compartmentation) และหลักการ จำกัดให้ทราบเท่าที่จำเป็น (Need to know) เพื่อป้องกันและจำกัดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดหากเกิดรูรั่วขึ้นมา ไม่ให้องค์การเสียหายทั้งหมด
หากเกิดกรณีสายลับสองหน้า หรือสายลับซ้อนในหน่วยใดอีก ผู้บริหารต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างเงียบที่สุด อย่าเพิ่งให้สื่อมวลชนรู้เพราะยังไม่ถึงเวลา และควรประสานกับหน่วยข่าวอาชีพ เช่น สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ศูนย์รักษาความปลอดภัย บก.ทหารสูงสุด (ศรภ.) ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องนี้มาช่วยบริหารจัดการกับกรณีสายลับสองหน้าได้
เพราะเกมการต่อสู้ในสงครามจารชนนั้น สนุก ตื่นเต้น อย่างที่หลายคนคิดไม่ถึง (20 มกราคม 2551)
|
|
|
|