|
|
|
ฝรั่งมองปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย |
|
|
|
องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอ. ฝรั่งแห่งหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า กลุ่มเฝ้าดูการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ Human Right Watch (HRW) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานประจำปี 2551 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2551 ว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งรายงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นการมองปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยจากฝรั่งตัวแทนที่ประจำอยู่ในประเทศไทยและรายงานไปยังสำนักงานใหญ่
เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐว่าคุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ดูเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับ เอ็นจีโอ.กลุ่มนี้ รายงานฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันมีการวิจารณ์รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่า มีการเซ็นเซอร์สื่อและอินเตอร์เน็ต เช่น ทีไอทีวี. เว็บไซต์ประชาไทและพันธ์ทิพย์ มีการวิจารณ์การออก พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และการยังคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ ว่าเป็นการคุกคามต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน รวมทั้งการกล่าวหารัฐบาลว่า กดดันสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR ) ไม่ให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่ชาวม้งจากลาวและมุสลิมโรฮิงยาจากพม่าที่ลักลอบเข้ามาอยู่ในไทยและถูกจับได้ โดยคนเหล่านี้คงต้องการไปประเทศที่สาม HRW ยังแสดงความไม่พอใจต่อผลการสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนยาเสพติดที่ไม่สามารถนำใครมาลงโทษได้
เรื่องม้งลาวและมุสลิมโลฮิงยาจากพม่า มีความสลับซับซ้อนที่ต้องแยกมาวิเคราะห์กันต่างหากในภายหลัง เพราะรายงานของฝรั่งสิทธิมนุษยชนกลุ่มนี้ไม่ได้เขียนถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังเรื่องนี้ โดยเฉพาะมุสลิมโรฮิงยาซึ่งอยู่ชายแดนพม่ากับบังคลาเทศ ทำไมถึงเข้ามาอยู่ในเมืองไทยได้
การวิจารณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องซ้ำ ๆ และไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจประการใด เพราะเป็นการมองจากมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนด้านเดียว โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยด้านอื่นนำมาประกอบด้วย แม้แต่ในสหรัฐเองขณะนี้ก็ยังมีการพูดกันถึงปัญหาสิทธิมนุษยชนกับความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ว่าจะมีจุดพบกันที่ตรงไหน อีกทั้งมีการเรียกร้องให้นักสิทธิมนุษยชนมองปัญหาให้กว้างไกลไปกว่าสิ่งที่ตนรับผิดชอบเท่านั้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า ปีนี้ การวิจารณ์ปัญหาสิทธิมนุษยชนของไทยปีนี้ ไม่ได้รุนแรงอะไร เป็นเพียงการ ประมวลข่าว จากสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการวิเคราะห์แต่อย่างใด ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่คาดเดากันได้ล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ดี สิ่งใดที่ HRW แสดงความห่วงใยและมีเหตุผล เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องรับไปแก้ไข สิ่งใดที่องค์กรนี้วิจารณ์จากมุมมองของตนฝ่ายเดียว รัฐบาลก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจ เพราะไม่ใช่ว่าสิ่งที่ HRW พูดมาเป็นอคติทั้งหมด หลายสิ่งหลายอย่างมีเหตุผลรับฟังได้ ในขณะที่อีกหลายอย่างคิดแบบมุมเดียว หากทางการไทยชี้แจง เชื่อว่าฝรั่งตัวแทน HRW ในไทยน่าจะพูดจากันรู้เรื่อง
กลุ่มสิทธิมนุษยชนถือว่าเป็นองค์กรภาคเอกชนที่คอยตรวจสอบการทำงานของภาครัฐในด้านสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยเป็นการคานไม่ให้ภาครัฐใช้อำนาจตามอำเภอใจมากเกินไป เราจะมองข้ามหรือละเลยบทบาทขององค์กรสิทธิมนุษยชนคงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายถึงว่าสิ่งที่องค์กรสิทธิมนุษยชนเหล่านี้พูดอะไรมาแล้วถูกหมด สิ่งใดที่กลุ่มนี้ทำอย่างไม่ตรงไปตรงมาจะถูกสังคมวิจารณ์กันเอง และจะทำให้ภาพลักษณ์และชื่อเสียงขององค์กรไม่ได้รับความเชื่อถือ
คาดว่า ว่า ผู้แทน HRW ในไทยน่าจะเริ่มเข้าใจปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยมากกว่าเดิมว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้จำกัดเฉพาะการกระทำจากภาครัฐหรือจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องเท่านั้น แต่กลุ่มก่อการร้ายที่ก่อความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงเช่นกัน ในรายงานฉบับนี้ในส่วนที่ว่าด้วยประเทศไทย ได้กล่าวถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้มากทีเดียว
เรามีคำถามหลายประการในเรื่องนี้การที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไล่ฆ่าฟันคนตายอย่างโหดเหี้ยมทารุณทั้งคนไทยพุทธ คนไทยมุสลิม ชายและหญิง เด็กและผู้ใหญ่ นักบวชทั้งพระและอิหม่าม ผู้นำชุมชน โดยการไล่ยิง วางระเบิดตามแหล่งชุมชน ที่ตลาด ร้านอาหาร ฯลฯ ทำให้ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนพลเรือนตาย ร่วมสองพันคนและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก อย่างนี้จะไม่เรียกว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือ? เพราะนี่คือการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตอยู่ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ผลที่ตามมาคือ มีหญิงหม้ายประมาณพันคน และมีเด็กกำพร้าบิดาหรือมารดา หรือกำพร้าทั้งบิดาและมารดากว่าพันคน อย่างนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ครูและบุคคลากรทางการศึกษาซึ่งถือชอล์คคอยสอนนักเรียนให้เป็นคนดีของสังคม ถูกกลุ่มก่อการร้ายสังหารตายไปแล้ว 91 คน และบาดเจ็บอีก 86 คน โรงเรียนถูกเผา 148 แห่ง ทำให้ครูจำนวนกว่าพันคนขอย้ายออกนอกพื้นที่ นี่คือการละเมิดสิทธิในการศึกษาที่กำหนดไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เป็นการทำลายระบบการศึกษาและไม่ให้เด็กเข้าถึงการศึกษาซึ่งคงไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน
การเผาสถานีอนามัยอย่างน้อย 12 แห่ง และทำร้ายเจ้าหน้าที่อนามัยจนเสียชีวิตอย่างน้อย 10คนและบาดเจ็บอีกจำนวหนึ่ง สังหารอาสาสมัครสาธารณะสุขอีก 29 คน ทำให้ต้องปิดสถานีอนามัย เจ้าหน้าที่ขอย้ายออกนอกพื้นที่ ผลคือ ประชาชนไม่อาจเข้าถึงการใช้บริการด้านสาธารณะสุข อย่างนี้เรียกว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่
คนไทยพุทธและไทยมุสลิมที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มก่อการร้าย หลายคนเป็นคนยากจน หาเช้ากินค่ำ กรีดยาง ขายไอซ์ครีม กวาดถนน ค้าขาย ครู เด็กนักเรียน ฯลฯ คนเหล่านี้ต่างถูกทำร้ายจนถึงตายและบาดเจ็บโดยถ้วนหน้าโดยกลุ่มก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคงไม่มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน โดยเฉพาะการเอาระเบิดไปวางที่ตลาดซึ่งเป็นแหล่งค้าขาย ประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปจับจ่ายซื้อของ ทำให้ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน นี่คือการละเมิดสิทธิในการทำงานที่กำหนดไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน
ไม่เพียงแต่ทำร้ายให้พลเรือนบริสุทธิ์ตายเท่านั้น หลายกรณียังเป็นการสังหารอย่างทารุณ ทั้งยิงและฟัน ตัดคอเหยื่อ เผาเหยื่อ ฯลฯ หรือหยุดรถโดยสารและยิงผู้โดยสารคนไทยพุทธตายทีละคนอย่างเหี้ยมโหด อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่อย่างไร
คงไม่มีศาสนาใดสอนให้คนเที่ยวไปล่าฆ่าคนอื่นแล้วบอกว่าจะได้บุญ แม้แต่คอมมิวนิสต์ซึ่งไม่มีศาสนาก็ไม่เคยฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ตายเช่นนี้ ตรงกันข้าม คอมมิวนิสต์ต้องการการสนับสนุนจากประชาน ดังนั้น คอมมิวนิสต์จะไม่ทำร้ายประชาชน
ขอบคุณฝรั่งผู้แทน HRW ในประเทศไทยที่ตาสว่างและยอมรับความจริง ว่าการกระทำของกลุ่มก่อการร้ายชายแดนภาคใต้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่สังคมโลกต้องประนาม (10 กุมภาพันธ์ 2551)
|
|
|
|