วิเคราะห์ข่าว
หน้าที่
ความไม่เข้าใจในบทบาทของกันและกันระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ควรถือเป็นบทเรียนที่ผู้นำทั้งสองฝ่ายต้องดูแลลูกน้องของตนให้แสดงบทบาทในกรอบอำนาจหน้าที่ของตน และหาทางทำความเข้าใจกันก่อนที่เรื่องจะบานปลาย
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา สมาชิก สนช.จึงทำหน้าที่ทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ด้วยเหตุนี้กฎระเบียบที่เคยใช้กับ ส.ส.และ ส.ว.ชุดที่ผ่านๆ มา จึงควรนำมาใช้กับสมาชิก สนช.ชุดนี้ด้วย โดยเฉพาะการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญและวิสามัญ เพื่อศึกษาปัญหาและจัดทำข้อเสนอแนะแก้ไขปัญหา
ในสภาชุดก่อนๆ การที่คณะ กมธ.แต่ละคณะจะศึกษาปัญหาใดๆ ต้องเสนอหัวข้อและได้รับความเห็นชอบจากสภาชุดใหญ่เสียก่อน จึงจะศึกษาได้ ไม่ใช่คิดจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ในการนี้อาจเชิญหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือผู้แทนมาให้ข้อมูลที่จำเป็นที่รัฐสภา และอาจเดินทางไปดูในงานในพื้นที่ได้ การทำเรื่องไปยังฝ่ายบริหารนั้นต้องมีหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปชี้แจง ไม่ใช่ว่ามีหนังสือไปยังส่วนราชการนั้นๆ โดยตรง
ในรัฐสภาทุกชุดที่ผ่านมา มักมี ส.ส.และ ส.ว.บางคนเป็นประเภท "บ้าอำนาจ" ชอบพูดจาข่มขู่ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มาให้ข้อมูล คล้ายกับคนเหล่านั้นเป็นจำเลย โดยลืมไปว่าท่าน "ขอความร่วมมือ" เขามาให้ข้อมูล ไม่ใช่มาซักถามผู้ต้องหา การไม่รู้จักสถานะของตนเองเช่นนี้ ทำให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจหลายคนเบื่อหน่ายและไม่อยากมาให้ข้อมูล
เมื่อ กมธ.ศึกษาปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งจบแล้ว ต้องนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนจะพิมพ์แจกจ่าย หรือหากมีข้อเสนอแนะก็ต้องให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เสนอต่อรัฐบาล ไม่ใช่เสนอไปเอง กมธ.ไม่ว่าคณะใดไม่มีหน้าที่เข้าไปสั่งการกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ให้ดำเนินการหรือแก้ไขปัญหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ มิฉะนั้น จะเป็นการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหาร
ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีสมาชิกประเภท "ใจเต็มร้อย" พร้อมลุยไปข้างหน้าเพื่อบ้านเมืองแต่ยัง "มือใหม่หัดขับ" ที่ไม่รู้จักขอบเขตในบทบาทของตนแม้มีเจตนาดี แต่มักกระทำการ "ออฟไซด์" บ่อยครั้งโดยไม่ตั้งใจ เลยถูกวิจารณ์ว่ากำลังตีเมืองขึ้น เพื่อหาทุนเลือกตั้ง
อย่างไรก็ดี จะไปตำหนิสมาชิก สนช.บางคนอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีและอธิบดีบางคนไม่ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างที่ควรจะเป็น ไม่เร่งรัดแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม จนถูกมองว่าอืดอาดเป็นเรือเกลือ ด้วยเหตุนี้แม้ว่าประธาน กมธ.บางคณะและสมาชิก สนช.บางคนออฟไซด์ไปบ้างในบางครั้ง แต่ดูเหมือนว่าจะได้รับเสียงเชียร์จากประชาชนมากกว่า
คนมีอำนาจกลับไม่ทำหน้าที่ของตน ส่วนคนไม่มีอำนาจก็อยากจะทำแทน ถ้าจะถูกตำหนิก็ควรโดนด้วยกันทั้งคู่ "ขิงแก่" ที่รอวันกลับบ้านมาเจอกับ "เด็กไฮเปอร์" เข้า มันก็เกิดเรื่องเช่นนี้แล (อังคาร 14 สิงหาคม 2550)