วิเคราะห์ข่าว
ข้าวเหนียวช่วยชาติ-ราคาพุ่งแซงข้าวเจ้า
เมื่อพูดถึงข้าวส่วนใหญ่คนไทยและคนต่างชาติมักนึกถึงข้าวเจ้า โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งถือว่าเป็นข้าวชั้นเลิศของประเทศที่ใช้บริโภคในประเทศและส่งออกเอาเงินเข้าประเทศมากมายคนไม่ค่อยพูดถึงข้าวเหนียวนัก แต่คนไทยก็ชินกับข้าวเหนียว โดยเฉพาะข้าวเหนียวไก่ย่าง ข้าวเหนียวส้มตำ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ฯลฯ ถ้าเป็นของหวานก็ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวหน้าสังขยา ฯลฯ วันนี้เราจะพูดถึงข้าวเหนียวเมืองไทยที่มีราคาสูงนำหน้าข้าวหอมมะลิไปแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ
ราคาข้าวเหนียวเริ่มขยับขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2549 และสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันราคาข้าวเหนียวอยู่ที่ 12,000-13,000 บาทต่อเกวียน ถ้าซื้อเป็นกิโลกรัมจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 28-30 บาท จากที่เคยขายได้กิโลกรัมละ 12 บาทเท่านั้น นับว่าเป็นราคาสูงที่สุดในประวัติการณ์
ก่อนหน้านี้ไทยส่งออกข้าวเหนียวไปยังญี่ปุ่นมากที่สุด เพราะญี่ปุ่นนำไปใช้ในการผลิตอาหารและอุตสาหกรรมด้านอาหาร และผลิตเหล้าสาเก นอกจากนั้นยังส่งไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ตะวันออก-กลาง และสหรัฐ เพราะคนไทยและแรงงานไทย ลาว ที่ไปอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศดังกล่าวต้องการบริโภคข้าวเหนียว ส่วนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อีกแห่ง นำเข้าข้าวเหนียวจากไทยปีละกว่า 100,000 ตัน เพื่อใช้ในการทำขนม เช่น ขนมโมจิและเหล้าสาเก แต่ระยะหลังตลาดจีนมีความต้องการข้าวเหนียวจากไทยมากขึ้น โดยสถิติที่พอหาได้ 9 เดือนแรกของปี 2549 ไทยส่งข้าวเหนียวและผลิตภัณฑ์จากข้าวเหนียว 308,277 ตัน มูลค่า 4,653 ล้านบาท รวมทั้งปี 2549 คงส่งออกได้เพิ่มขึ้นมาอีก ทั้งปริมาณและมูลค่า สำหรับปี 2550 แม้จะยังหาสถิติไม่ได้ แต่เชื่อว่าคงส่งออกได้มากกว่าปีก่อนทั้งปริมาณและมูลค่า
ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา จีนำเข้าข้าวเหนียวจากไทยเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนๆ ประมาณ 5 เท่าตัว แซงหน้าญี่ปุ่น สหรัฐ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพราะจีนต้องการข้าวเหนียวไปทำขนมและเหล้าสาเกเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่หลั่งไหลเข้าไปเที่ยวในจีนมากขึ้นทุกปี นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นไปที่ไหนต้องกินอาหารญี่ปุ่นและเหล้าญี่ปุ่น
จีนคาดว่าช่วงกีฬาโอลิมปิกในปี 2551 ที่จีนเป็นเจ้าภาพ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะไปเที่ยวจีนมากขึ้นดังนั้น จีนจึงต้องการข้าวเหนียวมากขึ้น นอกจากเพื่อนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นแล้ว ยังใช้สำหรับต้อนรับนักกีฬาและบุคลากรทางกีฬาจากต่างประเทศที่จะหลั่งไหลเข้าไปยังจีนด้วย ญี่ปุ่นมีความกังวลที่จีนนำเข้าข้าวเหนียวมากขึ้น เพราะเกรงว่าข้าวเหนียวซึ่งเป็นวัตถุดิบด้านอุตสาหกรรมอาหารของญี่ปุ่นจะขาดแคลน จึงเร่งนำเข้าข้าวเหนียวไปตุนไว้เช่นกัน
เมื่อความต้องการมากขึ้น ขณะที่ปริมาณผลผลิตคงเดิมหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ผลผลิตปี 2549-2550 เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ราคาจึงสูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ เราหวังว่าราคาที่สูงขึ้นจะทำให้ชาวนาที่ปลูกข้าวเหนียวจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
คนในภูมิภาคนี้ปลูกและบริโภคข้าวเหนียวเป็นเรื่องปกติ นอกจากไทยแล้ว ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเซีย อินโนนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็รู้จักข้าวเหนียวเป็นอย่างดี โดยข้าวเหนียวเป็นทั้งอาหารและใช้ทำของหวานตลอดจนทำเหล้าพื้นบ้าน ไทยปลูกข้าวเหนียวมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เพราะคนไทยสองภาคนี้บริโภคข้าวเหนียวเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อการบริโภคเป็นสำคัญที่เหลือจึงส่งออก จากการที่ราคาข้าวเหนียวดีขึ้นแซงข้าวหอมมะลิ ชาวนาจะหันมาปลูกข้าวเหนียวมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ราคาตกลง
ปัจจุบันข้าวเหนียวมีอยู่ประมาณ 15 พันธุ์ และไม่ได้มีการพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่องเหมือนข้าวเจ้า ที่สำคัญคือผลผลิตต่อไร่ยังต่ำอยู่มาก ญี่ปุ่นเสนอที่จะให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลวิชาการและร่วมพัฒนา ตลอดจนการสำรวจตลาดข้าวเหนียวในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้ไทยนำไปเป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาข้าว-เหนียวในอนาคต
จากการที่ราคาข้าวเหนียวดีขึ้น ทำให้มีการลักลอบนำข้าวเหนียวจากลาวและเวียดนามเข้ามายังไทยตลาดชายแดนลำน้ำโขง เพราะราคาข้าวเหนียวในลาวและเวียดนามถูกมาก กิโลกรัมละประมาณ 19 บาท ในขณะที่ราคาในไทยกิโลกรมละ 28-30 บาท จึงคุ้มที่จะเสี่ยงลักลอบนำเข้า แม้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและยึดข้าวเหนียวได้เป็นจำนวนมากก็ตาม
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาราคาผลผลิตด้านการเกษตร โดยเฉพาะข้าวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งน่าจะทำให้ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ปรากฏว่าคนทำนาน้อยลงทุกทีโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมเข้าเมืองทำงานในโรงงาน นอกจากนั้นชาวไร่ ชาวนาของเรายังติดนิสัยบริโภคนิยมจนเป็นหนี้สินมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น
นี่คือผลจากนโยบายบริโภคนิยมตามแบบตะวันตก หากชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน คนไหนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต ชีวิตก็จะมีแต่ความสุขอย่างยั่งยืน (ศุกร์ 21 ก.ย. 50)