วิเคราะห์ข่าว
ลุ้นยุบพรรคอย่างมีสติ
เราเชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยกระหายใคร่รู้ ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ว่าจะออกหัวออกก้อยอย่างไร พรรคไหนบ้างในจำนวน 5 พรรคที่ถูกกล่าวหาจะถูกยุบหรือไม่ยุบ หากถูกยุบ คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดหรือบางส่วนที่ถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี ในความเป็นจริง คนไทยอยากรู้ชะตาของพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า ส่วนอีก 3 พรรคนั้นแทบไม่มีใครรู้จักและสนใจ เพราะเป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น ไม่ใช่พระเอก
นั่นเป็นความกระหายใคร่รู้ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่สิ่งที่คนไทยเป็นห่วงมากที่สุด คือ เกรงว่าจะมีการเกณฑ์คนจำนวนมากมากดดัน ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลการวินิจฉัยไม่ว่าจะออกมาแบบใดก็ตาม อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งพอใจ อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ และอาจนำไปสู่การยั่วโทสะกันจนระงับอารมณ์กันไม่อยู่อันนำไปสู่ความรุนแรงได้
บางคนบอกว่า เราตีตนก่อนไข้หรือเปล่า? ต้องยอมรับว่า เราต้องคิดไว้ก่อนเช่นเดียวกับหน่วยงานที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและความมั่นคงของชาติ จะคิดถึงภาพจำลองหลายภาพ รวมทั้งภาพที่เลวร้ายที่สุด เพื่อหาทางป้องกัน ป้องปราม ไม่ให้เกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นจริง จะแก้ไขให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติน้อยที่สุดได้อย่างไร
โดยส่วนตัวแล้ว เราคิดว่าไม่น่าจะมีคนมาที่ศาลรัฐธรรมนูญในวันนั้นมากจนเรียกว่าล้นหลาม เพราะจะมีการถ่ายทอดการอ่านคำวินิจฉัยผ่านทางโทรทัศน์และวิทยุหลายแห่งที่ผู้สนใจสามารถรับชมรับฟังได้ทั่วประเทศ ยกเว้นคน กทม.ที่เป็นคอการเมืองโดยตรงแบบแฟนฟุตบอลที่ดูคนเดียวที่บ้านไม่สนุก ต้องออกไปดูร่วมกับคอเดียวกันนอกบ้าน พรรคพวกเพื่อนฝูงในต่างจังหวัดโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า คนระดับชาวบ้านในต่างจังหวัดไม่ได้ให้ความสนใจต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมากนัก เพียงสนใจในระดับปกติเท่าที่คนสนใจการเมืองทั่วไปพึงกระทำ และไม่คิดที่จะเข้ามาฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญที่ กทม. แต่อย่างใด ยกเว้นพวกที่ถูกว่าจ้างให้เข้ามา
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองเล่าให้ฟังว่า สิ่งที่พวกเขาห่วงคือ เกรงว่าพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่งจะปลุกระดมคนเข้ามากดดันศาลรัฐธรรมนูญหรือสร้างความปั่นป่วนทางการเมืองเพื่อแสดงผลงานเพื่อขอรับการสนับสนุนในการเลือกตั้งปลายปี หรือเป็นการทดสอบพลังเพื่อแสดงผลงานเพื่อขอรับการสนับสนุนด้านการเงินเพิ่มเติม ซึ่งสื่อพอจะทราบแผนนี้ไว้บ้างแล้วและมีการพูดกันอย่างกว้างขวาง เท่ากับเป็นการตีปลาหน้าไซไว้ก่อน ดังนั้น ถ้ามีการปลุกระดมนำคนเข้ามาจำนวนมากก็บอกได้เลยว่าเป็นฝีมือของคนพวกนี้
ประเด็นที่ต้องการเขียนในวันนี้ คือ ขอให้ทุกคนมีสติ มีเหตุผล เพราะผลเกิดมาจากเหตุ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเพียงปลายน้ำหรือปลายเหตุเท่านั้น ซึ่งทำหน้าที่วินิจฉัยในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดและส่งมาให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยโดยยึดตามข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ ไม่ใช่วินิจฉัยตามความรู้สึก หรือตามความพอใจ หรือเพื่อความสะใจของตน และศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยเพื่อกลั่นแกล้งใคร หรือเอาใจใคร ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็คือ ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด
ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาในการแก้ข้อกล่าวหาอย่างเท่าเทียมกัน ทั้ง 5 พรรคต่างหาหลักฐานมาชี้แจงต่อศาล จนกระทั่งปิดคดีและศาลจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้
เราพูดและเขียนทุกครั้งว่า ในการวิเคราะห์ปัญหา ขอให้มองปัญหาแบบดูหนังเรื่อง ไม่ใช่ดู หนังแผ่นหน้าโรงเท่านั้น เพราะการดูหนังแผ่นจะรู้เฉพาะภาพที่ทางโรงเอามาให้ดูเท่านั้น แต่ถ้าเข้าไปดูในโรงจะรู้เรื่องทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีนี้ คนไทยต้องย้อนกลับไปที่ต้นเหตุ ถ้าพรรคการเมือง และ นักการเมืองไม่กระทำการจนถูกกล่าวหาว่าขัดกับกฎหมายระหว่างการเลือกตั้งเมื่อปี 2549 ศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ต้องมาเสียเวลาอ่านสำนวนเป็น พันหน้า ไม่ต้องเสียเวลาในการสืบพยาน ฯลฯ ตุลาการและครอบครัวไม่ต้องมาเสี่ยงกับคำครหา นินทาจากคนที่ไม่พอใจคำวินิจฉัย เพราะฉะนั้น ผลที่เกิดขึ้นวันนี้มาจากเหตุที่ได้กระทำมาก่อนเป็นปีแล้ว
ถ้าผลการวินิจฉัยออกมาอย่างใดและไม่ถูกใจใคร ผู้ที่ไม่พอใจกับคำวินิจฉัยจะมาตำหนิตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ถูก สิ่งที่ถูกคือท่านต้องไปตำหนิ ประณาม ด่านักการเมืองและพรรคการการเมืองที่กระทำความผิด หากท่านคิดจะชุมนุมเดินขบวนก็ต้องเดินไปที่พรรคการเมืองนั้นๆ หรือไปที่บ้านของนักการเมืองนั้นๆ ไม่ใช่มาพังศาลรัฐธรรมนูญ
เราอยากเรียกร้องให้เชื่อมั่นในศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ซึ่งไม่เคยมีประวัติเสียหาย หรือถูกสังคมวิจารณ์เช่นชุดก่อนๆ บางคนมองว่า ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้อาจตัดสินวินิจฉัยตามความต้องการของคณะปฏิวัติผู้แต่งตั้ง นั่นเป็นการมองในแง่ร้ายเกินไป ตุลาการทั้ง 9 ท่านเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตและตรงแบบไม้บรรทัด 8 ท่าน เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกามาก่อน และอีก 1 ท่าน เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด แต่ละท่านเรียนรู้ จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญชุดก่อนมาแล้ว ดังนั้น ท่านคงไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของท่านที่สร้างสมมาเป็นเวลานานมาทิ้งกับคดีนี้แน่ๆ
1 ใน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า ตุลาการแต่ละท่านมีคำวินิจฉัยของตนเอง และ ไม่มีการเปลี่ยนคำวินิจฉัยของท่านแต่อย่างใด โดยจะพิจารณาบนหลักของนิติศาสตร์เป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น และอธิบายต่อประชาชนได้ เราเชื่อว่าคำวินิจฉัยเฉพาะตัวของตุลาการแต่ละท่านมีเหตุผลที่สามารถชี้แจงต่อประชาชนได้อย่างสบาย
ถ้าคนไทยไม่เคารพต่อคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรม บ้านเมืองนี้คงมีแต่ความวุ่นวายไม่รู้จบ ทั้งรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่างประกาศออกมาแล้วว่า พร้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าคำวินิจฉัยนั้นจะออกมาอย่างใด นักการเมืองผู้ใดที่คิดจะนำ ชาวบ้านมาก่อความวุ่นวาย ผู้นั้นคือผู้ที่ต้องการ ทำให้บ้านเมืองล่มจม วันนี้บ้านเมืองได้รับความบอบช้ำมากพอสมควรแล้ว สมควรที่คนไทยต้องช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยและผ่านช่วงวิกฤติเปลี่ยนผ่านนี้ไปก่อน
เราไม่ควรไปตีความพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะแต่ละฝ่ายต่างตีความเข้าข้างตนเองทั้งนั้น เนื่องจากไม่มีใครรู้จริง สิ่งที่คนไทยควรทำคือ อย่าทำให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทยต้องทุกข์พระราชหฤทัยไปมากกว่านี้เลย
เราเชื่อว่าคงไม่มีความวุ่นวายตามมาในวันที่ 30 พฤษภาคมและหลังจากนั้น จากการทำโพลล์พบว่าคนส่วนใหญ่ที่ถูกสุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 73 ไม่ต้องการเห็นการก่อความวุ่นวาย ซึ่งน่าจะสะท้อนความรู้สึกของคนไทยทั่วไป ถ้าใครวุ่นวายใจมากนักก็ขอให้ไปร่วมงานวันวิสาขบูชาที่สนามหลวง ซึ่งมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม เป็นต้นไป และไปเข้าวัดทำบุญในวันวิสาขบูชาที่ 31 พฤษภาคม จิตใจจะได้สงบขึ้น (อาทิตย์ 27 พ.ค. 50)