วิเคราะห์ข่าว
ปูติน บุคคลที่โลกต้องจับตามอง

แต่ละปี นิตยสาร “ไทม์” อันทรงอิทธิพลของสหรัฐ จะคัดเลือกบุคคลสำคัญของโลกคนหนึ่งเป็น “บุคคลแห่งปี” โดยขึ้นหน้าปกของนิตยสาร บุคคลใดที่นิตยสารไทม์ได้ประกาศให้เป็นบุคคลแห่งปีถือว่า เป็นผู้ได้รับเกียรติสูงยิ่ง ปีนี้ นิตยสารไทม์ได้คัดเลือกให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นบุคคลแห่งปี 2550 โดยเชื่อว่า ผู้สนใจติดตามการเมืองระหว่างประเทศคงเห็นด้วย เราเองขอยกสองมือสนับสนุนเต็มที่ เพราะเฝ้าจับตาดูบทบาทของประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียมาตั้งแต่ขึ้นบริหารประเทศเทอมแรก

หลังปี 2531 ซึ่งสิ้นสุดสงครามเย็นเป็นต้นมา สหภาพโซเวียด ซึ่ง อภิมหาอำนาจหนึ่งของโลกซึ่งเป็นคู่ต่อสู้สำคัญช่วงสงครามเย็นของสหรัฐและตะวันตก ประสบปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคงประเทศแตกแยกออกเป็นเสี่ยง ๆ โดยประเทศแถบคอเคเซียน เอเชียกลาง แยกออกมาเป็นประเทศเอกราชหลายประเทศ สหภาพโซเวียดต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “รัสเซีย” แทน ประเทศยุโรปตะวันออกซึ่งอยู่ใต้อิทธิพลต่างประกาศตัวเป็นเสรีและหันไปเป็นสมาชิกของนาโตและสหภาพยุโรป ทำให้ไม่มี “เขตกันชน” ระหว่างรัสเซียกับยุโรปตะวันตกอีกต่อไป ซ้ำสหรัฐและยุโรปยังรุกเข้ามาประชิดพรมแดนรัสเซียโดยการส่งออกประชาธิปไตยมายังประเทศเหล่านี้ โดยพยายามดึงประเทศเหล่านี้ออกจากอิทธิพลของรัสเซีย

รัสเซียภายใต้ผู้นำรุ่นหลังสงครามเย็นเจอปัญหาชนิดที่แก้ไม่ตก โดยเฉพาะเศรษฐกิจล่มสลาย การเมืองวุ่นวาย สังคมเต็มไปด้วยกลุ่มมาเฟียที่มีอิทธิพลเหนือนักการเมือง แต่เมื่อประธานาธิบดีปูตินขึ้นครองอำนาจ เขาใช้เวลา 10 ปีในการฟื้นฟูรัสเซียจากประเทศที่เกือบจะล่มจมในทุกด้าน กลับมีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ สามารถใช้หนี้ที่เกิดขึ้นสมัยสหภาพโซเวียดได้จนหมด ซ้ำยังทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียแข็งแกร่งขึ้นมายืนอยู่แถวหน้า สามารถเอามาเฟียตัวจริงติดคุกได้อย่างที่หลายคนไม่เชื่อ การเมืองมีเสถียรภาพ รัสเซียกลับมายืนอยู่แถวหน้าในเวทีระหว่างประเทศ ที่สหรัฐและยุโรปจะมองข้ามไม่ได้อีกต่อไป

ในขณะที่โลกมองข้ามรัสเซียไปนับทศวรรษ โดยหันมาให้ความสนใจต่อดาวรุ่งพุ่งแรงเช่นจีนและอินเดีย เมื่อเริ่มต้นคริสตศตวรรษที่ 21 โลกต้องกลับมาจับตาดูรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีปูตินอีกครั้งหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่โลกจะลืมประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติทางยุทธศาสตร์หลากหลายชนิด โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ยูเรเนียม ฯลฯ โดยรัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดิอาราเบีย ประเทศซึ่งมีอาวุธนิวเคลียมากเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐ แต่ก็มากพอที่จะทำลายโลกได้ทั้งใบ มีจรวดข้ามทวีปที่สามารถยิงหัวรบนิวเคลียไปถล่มได้ทุกแห่งในโลก มีบทบาทสำคัญในปัญหาตะวันออกกลาง รัสเซียเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของโลก แต่ถ้าปราศจากซึ่งประธานาธิบดีปูติน รัสเซียคงยังไม่ฟื้นและคงยังไม่ก้าวมาอยู่แถวหน้าของโลกได้เช่นเดิม ที่ผู้นำตะวันตกจะมองข้ามรัสเซียไปอีกไม่ได้แล้ว อย่างน้อย รัสเซียก็ยังมี “สิทธิวีโต้” ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเทียบเท่ากับสหรัฐและตะวันตก

ไม่เพียงแต่เท่านั้น แม้บางส่วนของสหภาพโซเวียดจะแยกตัวออกมาเป็นรัฐเอกราชและเข้าไปใกล้ตะวันตกโดยหวังจะใช้อิทธิพลของสหรัฐและตะวันมาคานอำนาจรัสเซีย แต่ประธานาธิบดีปูตินสามารถใช้อิทธิพลและใช้ “การทูตก๊าซธรรมชาติ” กดดันจนประเทศเหล่านั้นไม่กล้าท้าทายรัสเซียมากเกินกว่าจำเป็น เพราะประธานาธิบดีปูตินถือว่า ประเทศพวกนี้ยังต้องเป็น “เขตอิทธิพล” ของรัสเซียต่อไป เช่นที่สหรัฐถือว่าละตินอเมริกาเป็นเขตอิทธิพลของสหรัฐ

ประธานาธิบดีปูตินตอบโต้สหรัฐอย่างไม่เกรงกลัวพลังอำนาจของฝ่ายหลัง เมื่อสหรัฐจะสร้างเครือข่ายจรวดทำลายจรวดโดยมาตั้งประชิดรัสเซีย ปูตินได้มีปฏิกิริยาตอบโต้โดยทันทีและรัสเซียได้ทดลองจรวดต่อต้านจรวดที่แสดงประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่าของสหรัฐ ที่สำคัญคือ รัสเซียเป็นประเทศที่มี “อำนาจทางพลังงาน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ยิ่งน้ำมันในตลาดโลกราคาแพงเท่าไร รัสเซียยิ่งมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มขึ้นตามตัว

ประธานาธิบดีปูติน ได้จับมือกับผู้นำจีนเพื่อคานอิทธิพลสหรัฐและต่อต้านการเมืองโลกขั้วเดียวที่ถูกชี้นำโดยสหรัฐ แต่พยายามสร้างการเมืองหลายขั้วในการเมืองโลก

ประธานาธิบดีปูติน เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้า เค.จี.บี. ซึ่งเป็นหน่วยข่าวที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุด ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ของ ซี.ไอ.อ.แห่งสหรัฐอเมริกา และ เอ็ม.ไอ.6 หรือ เอส.ไอ.เอส.ของอังกฤษ คนที่ขึ้นเป็นหัวหน้า เค.จี.บี.ได้ต้องถือว่าไม่ใช่คนธรรมดา และต้องเป็นคนที่มีลักษณะผู้นำ มีความรอบรู้และตัดสินใจเด็ดขาด ดังนั้น เมื่อเขาขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีของรัสเซีย เขาได้ใช้ความรู้และประสบการณ์สมัยเป็นหัวหน้า เค.จี.บี. พร้อมพรรคพวกอดีต เค.จี.บี.มาช่วยทำงาน จนประสบความสำเร็จด้วยดี แม้ยอมรับระบบทุนนิยมและประชาธิปไตยเข้ามาใช้ในรัสเซีย แต่ปูตินถือว่า ในช่วงเปลี่ยนผ่านความมั่นคงและความเป็นปึกแผ่นของชาติต้องมาก่อนเสรีภาพของประชาชน

ปูตินเป็นอดีตนักยูโดสายดำ เพราะเจ้าหน้าที่ เค.จี.บี. ต้องฝึกการต่อสู้ป้องกันตัวและการใช้อาวุธทุกประเภท ปูตินเป็นผู้นำที่ทำตัวติดดิน เป็นผู้นำที่ธรรมดา ไม่ค่อยทำตัวเป็นพิธีการมากนัก คนไทยเคยเห็นปูตินนั่งในรถรับรองโดยถอดเสื้อนอก พอลงจากรถก็คว้าเสื้อนอกมาใส่ ซึ่งผิดกับผู้นำคนอื่นที่แต่งตัวเนี๊ยบมากตลอดเวลา

ปูตินสามารถเขียนแผนที่ชีวิตทางการเมืองของตน โดยกำหนดเส้นทางเดินภายหลังปี 2551 เมื่อพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีไว้ได้เรียบร้อยแล้ว โดยเลือกคนของตนขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน และตนเองจะไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจน้อยกว่าประธานาธิบดี แต่โลกคงต้องจับตาดูนายกรัฐมนตรีรัสเซียที่ชื่อปูตินมากกว่าประธานาธิบดี และถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เมื่อพ้นเทอมประธานาธิบดีคนใหม่ ปูตินอาจขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีรัสเซียคนต่อไปอีกก็ได้ ถ้าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

นิตยสาร “ไทม์” ตาถึง ที่เลือกให้ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียเป็น “บุคคลแห่งปี 2550”