|
|
|
ซาร์โคซี ปิดดีลกับ หู จิ่นเทา |
|
|
|
ประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โคซี แห่งฝรั่งเศส เดินทางมาเยือนจีนเป็นครั้งแรกนับแต่ได้รับตำแหน่งนี้ นอกจากไปปักกิ่งแล้ว ซาร์โคซียังแวะเยือนเซี่ยงไฮ้ด้วย เพราะจีนถือว่าเซี่ยงไฮ้เป็นแบบอย่างการพัฒนาเศรษฐกิจและเป็นหน้าตาของจีน นอกจากมาทำหน้าที่เป็นพ่อค้าขายสินค้าและบริการของฝรั่งเศสให้กับจีน ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังปรึกษาหารือข้อราชการเกี่ยวกับกิจการระหว่างประเทศด้วย ทั้งเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชน โลกร้อน การปรับค่าเงินหยวน ปัญหาอิหร่าน
วันนี้เราจะวิเคราะห์กันว่าการเดินทางมาเยือนจีนของประธานาธิบดีซาร์โคซีแห่งฝรั่งเศสครั้งนี้ใครได้ใครเสีย?
เมื่อดูขบวนที่ตามประธานาธิบดีซาร์โคซี ซึ่งประกอบด้วยนักธุรกิจ นักอุตสาหกรรมฝรั่งเศสจำนวนหลายคน สะท้อนให้เห็นว่าการเยือนครั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ทางการค้าแน่นอน และก็เป็นความจริง เมื่อจีนเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 จำนวน 110 ลำ และ เอ 330 อีก 50 ลำ และให้ฝรั่งเศสสร้างและติดตั้งปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่องในตอนใต้ของจีน ซึ่งจะเริ่มผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปี 2557 มูลค่าการซื้อขายครั้งนี้รวมทั้งหมดคิดเป็นเงินประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สหภาพยุโรปแซงหน้าสหรัฐมาเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของจีน
จีนต้องการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกหลายโรงเพื่อให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียงพอรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่โตอย่างก้าวกระโดด ปัจจุบันจีนมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว 11 แห่ง และต้องการเพิ่มเติม ฝรั่งเศสสามารถเข้ามาประมูลและได้งานนี้ไปส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นคาดว่าจีนจะเป็นตลาดเครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดรองจากสหรัฐใน 2-3 ปีข้างหน้า เพราะจีนได้ขยายกองบินโดยสารภายในประเทศอย่างรวดเร็ว
จีนใช้การซื้อเครื่องบินเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระหว่างสหภาพยุโรปกับสหรัฐ เพราะเครื่องบินโดยสารที่มีชื่อเสียงของโลกมีอยู่เพียง 2 บริษัทเท่านั้นคือ แอร์บัสของฝรั่งเศสหรือสหภาพยุโรป และโบอิ้งของสหรัฐ ซึ่งจีนได้ซื้อจากทั้งสองบริษัท แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามสหรัฐแสดงท่าทีไม่ดีหรือข่มขู่จีนมากไป จีนจะตอบโต้ด้วยการซื้อจากแอร์บัสแห่งเดียว ทำให้สหรัฐสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้นับเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ สหรัฐจึงต้องยอมลดราวาศอกกับจีนหลายครั้ง ทำนองเดียวกัน ถ้าสหภาพยุโรปกดดันจีนมากเกินไป จีนก็ใช้นโยบายเดียวกันนี้
นอกจากจีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลกแล้ว จีนยังมีความต้องการซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะที่ใช้เทคโนโลยีสูงจากประเทศพัฒนาแล้วด้วย ประเทศต่างๆก็เกรงใจจีนในจุดนี้ เพราะต้องการขายสินค้าและบริการให้จีนเพื่อนำเงินเข้าประเทศ จีนใช้ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของตนสนับสนุนนโยบายต่างประเทศอย่างได้ผล
นอกเหนือจากการเจรจาด้านการค้าแล้ว ซาร์โคซีและประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ของจีน ได้เจรจากันในปัญหาการเมืองระหว่างประเทศด้วย ซาร์โคซีได้หยิบยกประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีนที่ยังมีการประหารชีวิตผู้กระทำผิดมาร้องขอให้จีนประหารชีวิตคนให้น้อยลง ปัญหาอิหร่านที่สหภาพยุโรปต้องการให้จีนมีมาตรการที่เข้มงวดกับอิหร่านมากขึ้นหากอิหร่านเดินหน้าสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ในขณะที่จีนไม่เต็มใจที่จะกดดันอิหร่านมากไป เพราะจีนต้องการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากอิหร่าน
ซาร์โคซียังเรียกร้องให้จีนปรับมูลค่าเงินหยวนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเพื่อไม่ให้สหภาพยุโรปเสียดุลการค้ากับจีนมากเกินไป และเรียกร้องให้จีนให้ความร่วมมือแก้ไขปัญหาโลกร้อนมากขึ้น แต่ก็ไม่ต้องการให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนสะดุดเพราะความร่วมมือดังกล่าว เพราะก่อนหน้านั้นผู้นำจีนแสดงท่าทีว่าไม่ต้องการให้ความร่วมมือเรื่องโลกร้อนมากระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของตน นัยหนึ่งในเรื่องนี้จีนมีจุดยืนคล้ายกับสหรัฐและออสเตรเลียที่สวนกระแสสังคมโลก
อย่างไรก็ดี ซาร์โคซีไม่ต้องการกดดันจีนมากเกินไป เพราะยังหวังขายของให้กับจีนอีกมาก แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องสินค้าจีนทะลักเข้าไปตีตลาดในฝรั่งเศสและสหภาพยุโรป ส่วนสหภาพยุโรปต้องการเข้าถึงตลาดสินค้าและบริการของจีนให้มากกว่าเดิม โดยเรียกร้องให้จีนลดอุปสรรคทางการค้าลง และต้องการเข้าไปลงทุนในจีนมากขึ้น ต้องการให้จีนคุ้มครองสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา เพราะจีนเป็นแหล่งปลอมซีดีและสินค้าแบรนด์เนมของยุโรปที่ใหญ่ที่สุด ถ้าจีนต้องการใช้เทคโนโลยีของสหภาพยุโรปก็ควรจ่ายเงินค่ารอยัลตี้ให้บริษัทนั้นๆ ยุโรปต้องการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจปี 2528 และต้องการให้จีนปฏิบัติตามกฎขององค์การการค้าโลก
การค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีนเมื่อปีที่แล้วมีมูลค่าถึง 255,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่เมื่อ 20 ปีก่อน การค้าระหว่างสองฝ่ายมีน้อยมาก แต่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2543-2548 ที่สหภาพยุโรปส่งออกไปยังจีนมากกว่า 100% ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปไปลงทุนโดยตรงในจีนกว่า 10,0000 โครงการ รวมทั้งให้จีนกู้ยืมเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ เคลื่อนย้ายเทคโนโลยีให้กับจีน และมีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สหภาพยุโรปเป็นตลาดสินค้าราคาถูกจากจีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้คนจีนกว่า 170 ล้านคนพ้นจากความยากจน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน
ขณะเดียวกันจีนก็ไม่ต้องการมีปัญหากับฝรั่งเศส ล่าสุดฝรั่งเศสเป็นเพียงมหาอำนาจชาติเดียวที่ไม่ต้อนรับทะไล ลามะ ผู้นำทางศาสนาของทิเบตไปเยือน ในขณะที่สหรัฐ ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับทะไล ลามะ ซึ่งจีนถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับตน
การพบปะกันระหว่างซาร์โคซีกับหู จิ่นเทา จึงเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ หรือเป็น win-win
การที่ผู้นำชาติยักษ์ใหญ่จากยุโรปและเอเชียพบกันจึงมีความหมายทางการเมืองไม่มากก็น้อยที่นักสังเกตการณ์การเมืองระหว่างประเทศไม่ควรมองข้าม (พุธ 28 พ.ย. 50)
|
|
|
|