|
|
|
นโยบายแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นของเกาหลีใต้ |
|
|
|
เป็นที่น่าสังเกตว่า กรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอรัปชั่นของประธานบริษัทซัมซุงที่ได้เขียนไปแล้วเมื่อวานนี้ คล้ายคลังกับคดีคอรัปชั่นของนายจุงมองกู ประธานบริษัทฮุนไดมอเตอร์ เมื่อปี 2549 ที่ถูกกล่าวหาว่า ใช้เงินหลายล้านดอลลาร์จากกองทุนลับที่ตั้งขึ้นมาจ่ายให้กับนักการเมือง และให้สินบนข้าราชการ ถือว่าเป็นกรณีคอรัปชั่นที่ทางการสามารถจับปลาตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเป็นมาในประวัติศาสตร์ ส่วนประธานบริษัทซัมซุงเป็นปลาใหญ่ตัวที่สองที่ถูกเปิดโปงพฤติกรรมให้สินบนนักการเมืองและข้าราชการเกาหลีใต้
ทั้งบริษัทฮุนไดมอเตอร์และบริษัทซัมซุง ต่างก็เป็นสองในบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ที่เรียกเป็นภาษาเกาหลีว่า แชโบล ซึ่งเป็นจักรกลสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แชโบลจะถูกบริหารโดยตระกูลสำคัญ ๆ ของเกาหลีใต้ ประธานบริษัทฮุนไดถูกข้อหาว่ามีการไซฟ่อนเงินจากกองทุนลับจำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรํฐในการให้สินบนนักการเมืองและข้าราชการ และเพื่อปูทางให้บุตรชายของตนเข้าสืบทอดอำนาจในอาณาจักรฮุนไดต่อไป ข้อหาคล้ายคลึงกับประธานซัมซุงมที่ถูกอัยการตั้งข้อหาตั้งกองทุนลับ ให้สินบนอัยการและข้าราชการ และพยายามช่วยเหลือบุตรชายให้ขึ้นครองอาณาจักรซัมซุงต่อไป
สะท้อนให้เห็นว่า ในสังคมเกาหลีใต้ก็ไม่แตกต่างจากเมืองไทยนัก ที่พ่อแม่พยายามให้ลูกสืบทอดอำนาจต่อไป เพราะสร้างหลักประกันว่า อาณาจักรที่ตนสร้างขึ้นมาจะไม่ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่วิธีการสืบทอดตำแหน่งนั้นอาจใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ออกกฎหมายว่าด้วยการต่อต้านคอรัปชั่น เมื่อปี 2544 และตั้งคณะกรรมการอิสระต่อต้านคอรัปชั่นในปี 2545 แต่การคอรัปชั่นในเกาหลีใต้ก็ยังถูกเปิดเผยออกมาตลอดเวลา อย่างน้อย แสดงว่ารัฐบาลเกาหลีใต้เอาจริงเอาจังโดยไม่ไว้หน้าใคร เพราะมีทั้งรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจใหญ่ ต่างถูกจับขังคุกกันเป็นแถว สิ่งที่คนเกาหลีใต้มีในสิ่งที่คนไทยไม่มี คือ คนเกาหลีใต้เมื่อทำผิดแล้วจะออกมาขอโทษต่อประชาชนในสิ่งที่ตนเองกระทำ ก่อนถูกส่งเข้าคุก หรือฆ่าตัวตาย ในกรณีของประธานบริษัทฮุนไดมอเตอร์ก็เช่นกัน เขาได้ออกมาขอโทษประชาชน และเสนอบริจาคเงิน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสาธารณะกุสล เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและไถ่ถอนความผิดจากสังคม
คล้ายกับคนญี่ปุ่น ที่นักการเมืองออกมาขอโทษประชาชนและลาออก หรือฆ่าตัวตาย แต่แตกต่างจากนักการเมืองไทย แม้ถูกสังคมจับได้ว่าคอรัปชั่น แต่ก็ตะแบงไปเรื่อยๆ ส่วนที่จะออกมาขอโทษประชาชนเมื่อตัวเองทำผิดนั้น ไม่เคยปรากฎ
แม้ว่าองค์กรความโปร่งใสสากล จัดลำดับให้เกาหลีใต้มีความโปร่งใสในลำดับที่ 43 เมื่อปี 2550 แต่รัฐบาลเกาหลีใต้เอาจริงเอาจังในการปราบปรามคอรัปชั่นตลอดมา และไม่ไว้หน้าใครไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนสำคัญตั้งแต่ระดับประธานาธิบดี รัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการชั้นสูง และผู้บริหารภาคเอกชน ต่างโดนจับกุมกันเป็นแถว แสดงให้เห็นถึงการเอาจริงเอาจังในการป้องกันและปรามปรามการทุจริตคอรัปชั่นซึ่งเป็นมะเร็งร้ายกัดกินประเทศชาติ
ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น รัฐบาลเกาหลีใต้มีโครงการต่อต้านคอรัปชั่น ปี 2545 ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินการของสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรการดังกล่าวประกอบด้วย
การปรับปรุงระบบควบคุมการคอรัปชั่นให้ดีขึ้น
ปฏิรูปทัศนคติและจริยธรรมของข้าราชการ และปรับปรุงเงินเดือน สวัสดิการให้กับข้าราชการ
ส่งเสริมจิตสาธารณะของข้าราชการที่จะอดกลั้นที่จะไม่ทำการคอรัปชั่น
สร้างสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมที่ต่อต้านคอรัปชั่น
บังคับใช้กฎหมายอย่างจริง และลงโทษผู้ที่คอรัปชั่นอย่างรุนแรง
ปฏิรูปการบริหารจัดการด้านการต่อต้านคอรัปชั่น
รัฐบาลเกาหลีใต้พุ่งเป้าไปที่หน่วยงานรัฐที่มีคดีหรือถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการคอรัปชั่นมากที่สุด คือ การเคหะแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ซึ่งสามารถหากินกับโครงการใหญ่ ๆ ที่เรียกว่า เมกกะโปรเจ็ค กรมสรรพากร สรรพสามิต ศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษี ซึ่งอาจได้รับเงินจากบริษัทร้านค้าที่เลี่ยงภาษี หรือแทนที่จะจ่ายตามจริง ก็จ่ายให้รัฐน้อยลง สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งไม่ต้องอธิบายกันมาก เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว หน่วยงานที่ดูแลด้านอาหารและบันเทิง ในการออกใบอนุญาตให้ผลิต ขาย เปิดร้านอาหารและสถานบันเทิงต่าง ๆ และหน่วยงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่รับเงินจากโรงงานที่กระทำผิดกฎหมายในเรื่องการปล่อยมลภาวะให้เดือดร้อนแก่ประชาชน แลกเปลี่ยนกับการไม่ปิดโรงงาน หรือลงโทษให้เบาลง
หน่วยงานที่มีชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นหรือรับสินบนมากที่สุดคล้ายกับเมืองไทยและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ความรุนแรงของการคอรัปชั่นของเกาหลีใต้ก็ไม่แตกต่างจากไทยนัก แต่ที่แตกต่างกันมาก คือ รัฐบาลเกาหลีใต้เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการคอรัปชั่นโดยไม่ไว้หน้า ซึ่งผิดกับของไทย อีกทั้งคนเกาหลีใต้ สื่อมวลชน องค์กรภาคเอกชน เฝ้าดูและตรวจสอบการคอรัปชั่นอย่างจริงจัง ซึ่งทำให้เกาหลีใต้พัฒนาประเทศก้าวไปไกลกว่าไทย
|
|
|
|