วิเคราะห์ข่าว
ร่วมมือแก้ไขวิกฤติอาหารโลก

ในการประชุมระหว่างธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอ.เอ็ม.เอฟ.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ประชุมได้พิจารณาถึงวิกฤติด้านสินเชื่อซึ่งกระทบต่อตลาดการเงินโลก และวิกฤติอาหารโลก ที่ราคาอาหารและน้ำมันแพงขึ้นอย่างผิดปกติ ธนาคารโลกได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหาราคาอาหารทั่วโลกมีราคาแพงขึ้นและบางแห่งขาดแคลน เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป จะมีคนประมาณ 100 ล้านคนทั่วโลกซึ่งจนอยู่แล้ว จะยากจนยิ่งขึ้นไปอีก ขณะนี้ ได้เกิดการจลาจลด้านอาหารขึ้นแล้วในหลายแห่งของโลก รวมทั้งเฮติ ฟิลิปินส์และอียิปต์ ธนาคารโลกได้อนุมัติเงินฉุกเฉิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับประเทศเฮติ และเพิ่มเงินช่วยเหลือด้านอาหารให้กับชาวนาแอฟริกา

ธนาคารโลกรายงานว่า ราคาธัญญพืชที่เป็นอาหารในตลาดโลก เช่น ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวโพดมีราคาสูงขึ้นถึงร้อยละ 83 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2548-2550) โดยข้าวสาลีราคาเพิ่มสูงขึ้น 130% ถั่วเหลือง 87 % ข้าว 74% และข้าวโพด 31% จากสถิติที่เป็นกร๊าฟจะเห็นว่า ปี 2548 ราคาอาหารอยู่ในระดับเดียวกันตลอดทั้งปี แต่ปี 2549 ราคาสูงขึ้นจากปีก่อน ตอนปลายปีจะเห็นได้ชัดว่ากร๊าฟสูงขึ้น สำหรับปี 2550 ปีเดียว ราคาอาหารสูงขึ้นในระดับ 45 องศา พอสามเดือนแรกของปี 2551 ยิ่งสูงมากขึ้น เมื่อแยกเป็นอาหารแต่ละประเภทในปี 2550 ราคาเนื้อสัตว์เพิ่มสูงน้อยที่สุดและอยู่ในระดับเดียวกันตลอดทั้งปี แม้ว่าคนจีนจะกินเนื้อสัตว์ปริมาณเพิ่มขึ้นจากคนละ 20 ก.ก.ในปี 2523 เป็นคนละ 50 ก.ก.โดยเฉลี่ยในปี 2550 ก็ตาม แต่ราคาเนื้อหมูสูงขึ้นมากตั้งแต่ต้นปี 2551 เป็นต้นมา ราคาน้ำตาลอยู่ในระดับเดียวกับกับเนื้อสัตว์ ราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป ส่วนนมเป็นอาหารที่ราคาสูงที่สุดและพุ่งสูงประมาณ 50 องศา

ราคาข้าวเจ้าพุ่งสูงขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ ปี 2550 ราคาเฉลี่ยทั้งปีสูงขึ้นร้อยละ 70 ต้นปี 2551 สูงขึ้นอีกเฉลี่ยร้อยละกว่า 30 มีคนทั่วโลกประมาณ 300 ล้านคนที่บริโภคข้าวเจ้า ขณะนี้ สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (ไอ.อาร์.อาร์.ไอ) กำลังคิดค้นพัฒนาพันธ์ข้าวที่ให้ปริมาณมากขึ้นจากการใช้พื้นที่เท่าเดิมหรือน้อยลง ซึ่งต่อไปอาจมีข้าวตัดต่อพันธุกรรม หรือ จีเอ็มโอ.ก็ได้

ใครได้ใครเสียจากการที่อาหารมีราคาแพงขึ้น? คนเสียหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดหนีไม่พ้นคนยากจนซึ่งอาศัยอยู่ในตัวเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะต้องเจอกับอาหารที่มีราคาแพงขึ้น แต่รายได้ต่ำ ซึ่งจะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในประเทศนั้น ดังที่เกิดขึ้นแล้วในเฮติ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ส่วนประเทศยากจนนั้นคงต้องใช้เวลานานมากขึ้นที่จะไปถึงเป้าหมายของการแก้ไขปัญหาความยากจน ส่วนคนได้ก็คือ ชาวนาในประเทศร่ำรวยหรือประเทศเศรษฐกิจใหม่ เช่น สหรัฐ บราซิล อาร์เยนตินา แคนาดา ออสเตรเลีย ซึ่งขายผลผลิตทางเกษตรของคนในราคาสูง เช่นเดียวกับชาวนาในประเทศกำลังพัฒนา

ตั้งแต่นี้ไป ราคาอาหารโดยเฉพาะอาหารประเภทธัญญพืชมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับสูง เพราะประชากรโลกจะมีมากขึ้นที่มาแย่งกันกินกันใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่ดิน น้ำ น้ำมัน อาหาร บรรยากาศโลกที่แปรปรวนจะทำการผลิตอาหารมีปัญหามากขึ้น การที่ราคาน้ำมันแพงขึ้นจนหลายประเทศหันไปผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ไบโอดีเซล เอทานอล ทำให้ต้องแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไปปลูกพืชน้ำมัน พื้นที่ปลูกอาหารจะลดลง นอกจากนั้น พฤติกรรมของคนรวยจะกินมากกว่าคนจน คนชั้นกลางจะซื้อเนื้อสัตว์และอาหารสำเร็จรูปกินมากขึ้น องค์การอาหารและเกษตรของสหประชาชาติประเมินว่า ปัจจุบัน มีอาหารสำเร็จรูปรวมทั้งเครื่องดื่มคิดเป็นร้อยละ 80 ของปริมาณอาหารทั้งหมด

จากการที่ราคาอาหารในตลาดโลกแพงขึ้นนำไปสู่การชุมนุมประท้วงรัฐบาลในหลายประเทศ เช่น อียิปต์ ไอวอรี่โคสต์ เอธิโอเปีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ส่วนที่เฮตินั้น เกิดการจลาจลของประชาชนเพราะอาหารขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น เจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังเข้าสลายฝูงชน ทำให้ประชาชน 5 คนเสียชีวิต แต่รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

การขาดแคลนอาหารและการที่อาหารมีราคาสูงขึ้นมากได้กลายเป็นปัญหาของโลกไปแล้ว ธนาคารโลกเรียกร้องให้เร่งกันช่วยส่งอาหารไปให้ประชาชนในประเทศที่ยากจน และช่วยชาวนารายย่อย ทั้งในรูปของเงินลงทุนและพันธ์ธัญญพืชสำหรับฤดูเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึง และเรียกร้องให้ประเทศร่ำรวยช่วยบริจาคเงินซึ่งขณะนี้โครงการอาหารโลกต้องการเงินเพิ่มอีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารและอาหารมีราคาแพงขึ้น ซึ่งสหรัฐประกาศช่วยเหลือแล้ว 200 ล้านดอลลาร์ ส่วนในระยะยาวนั้น ธนาคารโลกและองค์การระหว่างประเทศจะสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาให้ผลิตอาหารมากขึ้น โดยจะช่วยชาวไร่ชาวนาโดยตรง

ฝรั่งเศสซึ่งกำลังจะเป็นประธานสหภาพยุโรปกำลังผลักดันให้ยุโรปให้มาเน้นเรื่องความมั่นคงด้านอาหารมากขึ้น เพราะเริ่มตระหนักแล้วว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร เนื่องจากเห็นการจลาจลเรื่องอาหารเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ สหภาพยุโรปคงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ สหภาพยุโรปอาจต้องกลับมาคิดใหม่ว่า จะปลูกพืชให้รถกินหรือให้คนกิน เพราะน้ำมันราคาก็แพงขึ้น จึงต้องหาพลังงานชีวภาพมาทดแทนบางส่วน ซึ่งต้องจัดพื้นที่ส่วนหนึ่งสำหรับปลูกพืชเพื่อทำเชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้เสียพื้นที่ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารคน ดังนั้น จะจัดพื้นที่ปลูกพืชให้รถกินกับปลูกพืชให้คนกินให้ได้สัดส่วนกันอย่างไร ในเมื่ออาหารก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น

ในการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม หรือ จี.8 ซึ่งถึงคราวที่ญี่ปุ่นจะเป็นประธาน ญี่ปุ่นคงจะมีการหยิบยกเรื่องราคาอาหารแพงขึ้นมาพูดเช่นกัน เพราะราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น จะทำให้โครงการแก้ไขความยากจนโลกที่ จี.8 ผลักดันอยู่ต้องย้อนกลับไปตั้งต้นใหม่ ดังนั้น ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ สหประชาชาติ ต้องรีบเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน ทั้งวางแผนระยะสั้นและระยะยาว การประชุมองค์การการค้าโลกรอบโดฮาครั้งต่อไป คงมีการนำเรื่องวิกฤติอาหารโลกมาพูดกัน

สหประชาชาติตำหนิการที่นำพืชอาหารไปผลิตเชื้อเพลิงว่าเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เพราะเป็นสาเหตุทำให้อาหารราคาสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การนำพื้นที่ไปปลูกพืชเพื่อทำเชื้อเพลิงชีวภาพ เท่ากับเป็นการแย่งพื้นที่ปลูกอาหาร สหประชาชาติได้เรียกร้องให้ ไอ.เอ็ม.เอฟ เลิการให้เงินอุดหนุนภาคการเกษตรเพื่อลดหนี้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างหลักประกันเรื่องอาหารพอเพียงด้วย และตำหนิสหภาพยุโรปที่ทุ่มตลาดสินค้าเกษตรในทวีปแอฟริกาในราคาที่ต่ำมากเกินไปเนื่องจากได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

มีการประเมินว่า คนทั่วไปจ่ายเงินประมาณ 60% ของรายได้สำหรับอาหาร และร้อยละ 40 ของจำนวนนี้ซื้อข้าวมาบริโภค เพราะฉนั้น ถ้าราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้นมาก ย่อมกระทบต่อรายได้ของประชากร เนื่องจากรายได้เพิ่มไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร และถ้าประเทศใดมีประชากรที่เข้าคิวรอซื้ออาหารราคาถูกกว่า รัฐบาลประเทศนั้นย่อมมีปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองแน่นอน