วิเคราะห์ข่าว
การลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง

การลงทุนจากต่างประเทศโดยตรง คือ การที่นักลงทุนเอาเงินไปลงทุนนอกประเทศ ซึ่งมักจะทำโดยบรรษัทข้ามชาติ โดยสำนักงานใหญ่ต้องสามารถควบคุมการทำงานของสาขาในต่างประเทศได้ ด้วยการถือหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 10 ขึ้นไป หรือมีอำนาจในการออกเสียง ดังจะเห็นได้ชัดจากการที่บรรษัทข้ามชาติมาลงทุนในไทย ที่สามารถถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 แต่มีลูกเล่นโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทน ทำให้สามารถมีสิทธิออกเสียงได้มากกว่าคนอื่นโดยทางพฤตินัย

ประเทศต่างๆ ต้องการเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพราะทุกประเทศไม่มีเงินในประเทศเพียงพอที่จะขยายกิจการ ธุรกิจ และเศรษฐกิจของประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศเท่ากับช่วยสร้างงานเพิ่มให้กับประชาชนในประเทศที่ไปลงทุนด้วย ดังนั้น การลงทุนจากต่างประเทศจึงเป็นเครื่องจักรตัวหนึ่งที่ทำให้ จีดีพี.ขยายตัวมากขึ้น

ในปี 2550 มีเงินลงทุนต่างประเทศโดยตรง หรือ เอฟ.ดี.ไอ.ไหลข้ามพรมแดนไปลงทุนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมกันประมาณ 1,537,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 17.8 ส่วนใหญ่ลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 1,001,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 16.8 โดยเงินลงทุนต่างประเทศไหลเข้าสหรัฐมากที่สุด 192,900 ล้านดอลลาร์ ถ้าคิดเป็นภูมิภาค ยุโรป (25 ประเทศ) มีเงินลงทุนต่างประเทศโดยตรงไหลเข้าไปมากที่สุด 610,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี มีข้อมูลขัดแย้งกันสำหรับประเทศที่มีเงินลงทุนต่างประเทศโดยตรงไหลเข้ามากที่สุด บางแหล่งบอกว่าคือสหรัฐ แต่อีกแหล่งบอกว่า จีนมาเป็นอันดับหนึ่งโดยพิจารณาจากจำนวนโครงการ แต่เงินไหลเข้าน้อยกว่าปีที่แล้วเหลือ 90,400 ล้านดอลลาร์ ส่วนอินเดียมีเงินลงทุนไหลเข้ามาเป็นอันดับสองแต่จำนวนโครงการเป็นอันดับสาม และสหรัฐเป็นอันดับสามในมูลค่า แต่จำนวนโครงการเป็นอันดับสอง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากแหล่งใด แต่สรุปได้ว่า จีน สหรัฐ อินเดีย เป็นประเทศที่นักลงทุนต่างประเทศสนใจเอาเงินไปลงทุนมากที่สุด

เงินลงทุนต่างประเทศโดยตรงที่ไหลเข้าประเทศกำลังพัฒนาที่ยากจนในทุกทวีปรวมกันมีเพียง 438,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 15.7 ทวีปแอฟริกายังมีเงินลงทุนต่างประเทศไหลเข้า 36,000 ล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะไปลงทุนด้านอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร อียิปต์ มอรอคโค แอฟริกาใต้ มีเงินลงทุนไหลเข้ามากที่สุด

ทวีปละตินอเมริกาและคาริบเบียน เงินทุนต่างประเทศโดยตรงไหลเข้าเพิ่มร้อยละ 50 มูลค่า 126 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ไปที่บราซิล เม็กซิโก ชิลี ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า

เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เงินทุนต่างประเทศโดยตรงไหลเข้าเพิ่มร้อยละ 12 ทำสถิติใหม่ 224 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ไปที่จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ส่วนเอเชียตะวันตกเพิ่มร้อยละ 12 ตุรกีได้รับเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อการไหลเข้าภูมิภาคนี้ไม่น้อย

ยุโรปตะวันออกเฉียงใต้และอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียด เงินทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41 ทำสถิติใหม่เป็น 98 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าเงินทุนต่างประเทศโดยตรงข้ามแดนมาที่ภูมิภาคนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยรัสเซียได้รับมากที่สุด นอกจากนั้นก็มีคาซัคสถาน โรมาเนีย

เป็นที่น่าสังเกตว่า สำหรับประเทศเอเชียนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่เงินไหลเข้าที่จีนมากที่สุด รองลงมาคือฮ่องกง ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของจีน ตามด้วยสิงคโปร์ อินเดีย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แสดงว่า บรรยากาศการลงทุนของไทยถือว่าได้ โดยปี 2550 การลงทุนจากต่างประเทศโดยตรงเพิ่มจากปี 2549 ร้อยละ 2.3 จาก 9.8 พันล้านดอลลาร์ เป็น 10.0 พันล้านดอลลาร์

แนวโน้มในปี 2551 นั้น มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่จะกระทบต่อเงินลงทุนต่างประเทศโดยตรง ปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างไม่ใช่ของใหม่ เช่น ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ และความไม่แน่นอนในหลายพื้นที่ของโลกที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างประเทศ