|
|
|
ใครสังหารเบนาซีร์ ภุตโต |
|
|
|
แม้แต่รัฐบาลปากีสถานก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นใครแน่ นอกจากสงสัยโดยประมวลข่าวจากสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ฆาตกรอาจเป็นได้ทั้งสมาชิกกลุ่มอัล กออิดะ หรือ กลุ่มก่อการร้ายชนกลุ่มน้อยของปากีสถานที่อยู่แถวชายแดนปากีสถาน อัฟกานิสถาน หรือสองฝ่ายร่วมมือกัน ในขณะที่กลุ่มคนที่สนับสนุนนางเบนาซีร์ ภุตโตกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของประธานาธิบดีมูชาราฟ
หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า กลุ่มคนที่วางแผนและสังหารนางเบนาซีร์ ภุตโตเมื่อ 27 ธันวาคม 2550 น่าจะเป็นคนกลุ่มเดียวกับคนที่พยายามสังหารนางเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2550 ย้อนหลังกลับไปดูหลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อ 18 ธันวาคม นางเบนาซีร์ ภุตโต ได้ออกมาประนามว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอัล กออิดะ ร่วมกับกลุ่มตอลิบันและกลุ่มก่อการร้ายชนกลุ่มน้อยปากีสถาน ขณะเดียวกัน นางก็ได้กล่าวหาว่า มีคนในรัฐบาลมูชาราฟซึ่งเป็นพวกหัวรุนแรงสนับสนุนความพยายามของกลุ่มข้างต้นที่จะเอาชีวิตนาง นางได้เปิดเผยด้วยว่า ชาวปากีสถานหลายคนที่ถูกจับในความพยายามลอบสังหารนางในกลางคริสตทศวรรษ 1990 ระหว่างที่นางเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง รับสารภาพว่า การปฏิบัติการครั้งนี้พวกตนได้ทำตามคำสั่งของนายอูซามะ บิน ลาเดน ซึ่งแสดงว่า ความคิดที่จะลอบสังหารนางจากกลุ่มอัล กออิดะและเครือข่ายมีมานานแล้ว และครั้งนี้นางก็รู้ตัวดีว่าตกเป็นเป้าของการสังหาร
อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองคนหนึ่งของหน่วยข่าวปากีสถานซึ่งรู้จักดีกับนายอูซามะ บิน ลาเดน เปิดเผยว่า นางเบนาซีร์ ภุตโต ประกาศตัวเป็นปฏิปักษ์กับขบวนการก่อการร้ายชนกลุ่มน้อยพวกนี้อย่างเปิดเผย จึงตกเป็นเป้าสังหารของกลุ่มอัล กออิดะ เขากล่าวต่อไปว่า ผู้นำกลุ่มก่อการร้ายบางคนเคยบอกตนว่า นางเบนาซีร์ ภุตโตสมควรตายเพราะนางเป็นภัยคุกคามต่อกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง
เช่นเดียวกับกลุ่มก่อการร้ายอิสลามหลายกลุ่มที่หน่วยข่าวกรองปากีสถานให้การสนับสนุนอยู่ ตราหน้าว่านางเบนาซีร์ ภุตโต เป็น พวกนอกศาสนา กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ต่อมาเข้าร่วมเป็นเครือข่ายของอัล กออิดะ ซึ่งประกาศไม่เพียงจะสู้กับทหารต่างชาติในอัฟกานิสถานเท่านั้น แต่จะต่อสู้กับกองทัพปากีสถานที่เป็น สมุนรับใช้ อเมริกันในการปราบปรามการก่อการร้ายอย่างถึงที่สุด ขณะที่นางเบนาซีร์ ถูกมองว่ารับนโยบายอเมริกันมาปราบปรามกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงและกลุ่มก่อการร้ายอิสลาม
มีข่าวว่า นายอัยมัน อัล ซาวาฮารี ผู้นำหมายเลข 2 ของกลุ่มอัล กออิดะ ได้กล่าวในคำเทปวิดีโอเรียกร้องให้โจมตีทุกคนที่ลงสมัครแข่งขันรับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งกำหนดไว้เดิมในวันที่ 8 มกราคม 2551 ซึ่งน่าจะหมายความรวมถึงนางเบนาซีร์ ภุตโตด้วย
ส่วนประธานาธิบดีมูชาราฟก็กล่าวหาว่า กลุ่มก่อการร้ายอิสลามเป็นตัวการในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับประธานาธิบดีบุช กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และ เอฟบีไอ. ของสหรัฐ กล่าวหาว่า กลุ่มอัล กออิดะมีส่วนรู้เห็น และอ้างว่าเว็บไซต์อิสลามเปิดเผยว่า อัล กออิดะประกาศความรับผิดชอบและว่า นายอัยมัน อัล ซาวาหะรี บุคคลหมายเลข 2 เป็นผู้วางแผน
จากข้อมูลแวดล้อมที่ถูกเปิดเผยมาจนถึงวันนี้ ความสงสัยได้พุ่งไปที่กลุ่มก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง ที่เป็นเครือข่ายของอัล กออิดะ ซึ่งกลุ่มอัล กออิดะต้องมีส่วนรู้เห็นไม่มากก็น้อย ขณะเดียวกัน รัฐบาลนายพลมูชาราฟก็ถูกโจมตีว่าไม่ได้ดูแล รปภ.แก่นางเบนาซีร์ เท่าที่ควร โดยเฉพาะนายพลกัล อดีต ผอ.หน่วยข่าวกรองปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้คัดค้านการที่ปากีสถานทำตัวเป็น ลูกมือ อเมริกันมากเกินไปในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย ติติงรัฐบาลว่า ง่ายเกินไปที่จะกล่าวหา กลุ่มอัล กออิดะและกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงสุดโต่งอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แต่ควรพิจารณาความเป็นไปได้ในแนวทางอื่นด้วย เขาได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ทางการ ปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายเข้าถึงนางเบนาซีร์ ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ตำรวจรักษาการณ์อย่างแข็งแรงรอบสวนสาธารณะที่นางกล่าวคำปราศรัย อย่างไรก็ดี เรื่องนี้จะไปโทษรัฐบาลคงไม่ได้ เพราะคนจ้องที่จะโจมตี กับคนที่เป็นเป้าหมายถูกโจมตี ฝ่ายหลังมีโอกาสพลาดพลั้งมากกว่า
นอกจากนั้น อดีตหัวหน้ากลุ่มก่อการร้ายกลุ่มหนึ่งที่หน่วยข่าวปากีสถานเคยให้การสนับสนุนให้ต่อสู้กับอินเดียในแคชเมียร์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ข่าวกรองปากีสถานบางนายไม่ค่อยพอใจที่ผู้หญิงขึ้นบริหารปากีสถานซึ่งเป็นชาติมุสลิม ในหน่วยข่าวกรองและกองทัพปากีสถาน มีพวกคลั่งศาสนาจำนวนไม่น้อยที่อาจมีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนมือสังหารได้
ดังนั้น จนถึงขณะนี้ มี ความเป็นไปได้ 2 ประการว่าใครน่าจะเกี่ยวข้องกับการสังหารนางเบนาซีร์ ภุตโต
ความเป็นไปได้ที่ 1 เป็นฝีมือของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงหรือพวกคลั่งศาสนา ซึ่งอาจเป็นกลุ่มอัล กออิดะร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายปากีสถาน เพราะเห็นว่า นางเบนาซีร์ ภุตโต เป็นนักต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายและประกาศที่จะปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย โดยทำตัวเป็นสมุนรับใช้นโยบายของอเมริกันที่เป็นสัตรูสำคัญของอัล กออิดะและเครือข่ายทั่วโลก ซึ่งกลุ่มนี้เคยลอบสังหารนางมาก่อนแล้ว และล่าสุดคือเมื่อ 18 ตุลาคม 2550 ที่นางรอดมาได้ แต่มีคนบริสุทธิ์ต้องตายไปกว่า 100 คน
ความเป็นไปได้ที่ 2 เป็นฝีมือของกลุ่มหัวรุนแรงในหน่วยข่าวกรองและในกองทัพปากีสถานที่มีความไม่พอใจนางเบนาซีร์ ที่จะปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายที่หน่วยเหล่านี้สนับสนุนอยู่ในการสู้กับอินเดีย แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือไม่ต้องการให้นางขึ้นมาบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว อาจท้าทายอำนาจของนายพลมูชาราฟในตำแหน่งประธานาธิบดีในโอกาสต่อไป เพราะพวกหัวรุนแรงในหน่วยข่าวและในกองทัพไม่ต้องการให้ผู้หญิงขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งนี้ ประธานาธิบดีมูชาราฟอาจมีส่วนรู้เห็น หรือไม่มีส่วนรู้เห็นเลยก็ได้
ความเป็นไปได้ที่ 3 กลุ่มก่อการร้ายและคนในหน่วยข่าวกรองกับกองทัพปากีสถาน ร่วมมือกันอย่างลับ ๆ โดยหน่วยข่าวกรองและกองทัพต้องการกำจัดนางเบนาซีร์ และยืมมือกลุ่มก่อการร้ายและมุสลิมหัวรุนแรงทำการแทน
จนถึงขณะนี้ ความเป็นไปได้ในข้อ 1 ได้รับความสนใจมากที่สุด จนกว่าจะมีข้อมูลอื่นมาหักล้างในภายหลัง อย่างไรก็ดี เราไม่ควรปักใจเชื่อความเป็นไปได้ที่ 1 ร้อยเปอร์เซ็นต์
|
|
|
|