วิเคราะห์ข่าว
แนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงโลกปี 2551

วันนี้เป็นวันที่ 3 มกราคม 2551 ปีใหม่ผ่านไปแล้วสองวัน แต่เป็นวันแรกของคอลัมน์ “คิดทันโลก” สำหรับปีใหม่นี้ ดังนั้น วันนี้ เราจะวิเคราะห์ถึงแนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงโลกปี 2551 ที่ส่วนใหญ่จะเป็นการต่อเนื่องจากปี 2550 และเป็นการคาดเดาว่าน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในโลกใบนี้บ้างในปี 2551 ในภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์

การเมืองของโลกที่เคยมีขั้วเดียว โดยสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลาง เป็นเอกอัครอภิมหาอำนาจ หรือ Hyper Power หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียดโดยไม่มีใครทาบได้มาหลายปี แต่โลกปี 2551 สหรัฐจะทำให้การเมืองโลกเป็นขั้วเดียวอีกต่อไปคงยากขึ้น ในเมื่อมหาอำนาจอื่นไม่ว่าจะเป็นรัสเซียที่ฟื้นฟูอำนาจของตนขึ้นมา และจีนซึ่งเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในทุกด้าน กำลังขึ้นมาท้าทายความยิ่งใหญ่ของสหรัฐ แม้ว่าอาจสู้สหรัฐไม่ได้ตัวต่อตัว แต่หากประเทศเหล่านี้รวมตัวกันได้ดังที่ได้ทำมาแล้วเพื่อให้การเมืองโลกเป็นหลายขั้ว ก็สามารถเป็นดุลถ่วงสหรัฐได้เช่นเดียวกัน ทั้งในเวทีโลกและเวทีระดับภูมิภาค การที่สหรัฐจะบอกว่าไม่แคร์รัสเซียและจีนอีกต่อไปคงไม่ได้ อีกทั้งอภิมหาอำนาจทั้งสองคงไม่ยอมให้สหรัฐข่มกันได้ง่าย ๆ

รัสเซียได้สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ทางเศรษฐกิจและการทหาร และฟื้นฟูอิทธิพลเหนือพื้นที่ที่เคยเป็นเขตอิทธิพลของสหภาพโซเวียดมาก่อน รัสเซียจะกลายเป็นอีกมหาอำนาจทางพลังงานนอกโอเปค และจะแสดงบทบาทในเวทีการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเดียวกับจีนที่ด้านหนึ่งยอมประนีประนอมกับสหรัฐในระดับหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่ง จีนกำลังพุ่งแรงแซงประเทศอื่นขึ้นมายืนแถวแนวหน้าด้านเศรษฐกิจโลก ที่ทุกประเทศต้องเกรงใจ เช่นเดียวกับอินเดียที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศในเอเชีย

ปี 2551 เป็นปีที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียและสหรัฐ โดยทั่วไปก่อนการเลือกตั้งหนึ่งปี สหรัฐจะไม่กล้าเปิดสนามรบใหม่ เพราะฉนั้น สหรัฐคงไม่กล้าบุกอิหร่าน แต่จะคงรักษาตัวในสนามอิรักและอัฟกานิสถานต่อไป ในรัสเซียนั้น แม้ประธานาธิบดีปูตินก้าวลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี และถ้าเขาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างที่มีข่าว ผู้นำตัวจริงเสียงจริงในรัสเซียจะยังคงเป็นปูตินต่อไป ส่วนจีนนั้นจะพยายามอดทนกับการยั่วยุของไต้หวันเพื่อรักษาภาพพจน์ของเจ้าภาพโอลิมปิคปี 2551 และให้กีฬาโอลิมปิคให้ผ่านไปด้วยดีเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของจีน

โครงการติดตั้งจรวดต่อต้านจรวด ( TMD) ที่สหรัฐมีโครงการติดตั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่จีน และที่ยุโรปตะวันออกโดยมีเป้าหมายหลักที่รัสเซีย จะเป็นกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน และสหรัฐกับรัสเซียต่อไป แต่จะขัดแย้งมากน้อยเพียงใดอยู่ที่สหรัฐจะเดินหน้าโครงการนี้มากน้อยขนาดไหน แต่ปี 2551 สหรัฐไม่น่าจะเคลื่อนไหวเชิงรุกมากนักเนื่องจากการทหารผูกโยงกับการเมืองการเลือกตั้งประธานาธิบดีในประเทศ

ปัญหาการแพร่กระจายอาวุธที่มีอำนาจทำลายร้ายแรง โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียในกรณีอิหร่านจะยังคงเป็นประเด็นร้อนเช่นในปี 2550 ในขณะที่การแพร่กระจายอาวุธขนาดเล็กจะมีมากในประเทศที่มีความขัดแย้งและมีสงครามกลางเมืองโดยเฉพาะในแอฟริกา ศูนย์กลางความขัดแย้งจะกระจุกอยู่ที่ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเป็นสำคัญ อาจมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นระหว่างตุรกีกับกลุ่มเคิร์ดในอิรัก สันติภาพในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์จะยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังมีกลุ่มที่คอยขัดขวางกระบวนการสันติภาพตลอดเวลา

ภัยคุกคามในปี 2551 อีกด้านหนึ่งจะมาจากกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ บรรยากาศของความขัดแย้งด้านเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ และศาสนายังดำรงอยู่ในหลายพื้นที่ ที่นำไปสู่ลัทธิแบ่งแยกดินแดน (Seperatism) ในบางพื้นที่ ลัทธิรุนแรงสุดโต่ง (Extremism) ซึ่งเป็นพวกกลุ่มน้อยแต่นิยมใช้การก่อการร้าย (Terorism) เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุความต้องการของตน กับกลุ่มสายกลาง ( Moderates) ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น มีความพยายามสร้างสงครามศาสนาแต่คงไม่สำเร็จ กลุ่มก่อการร้ายที่มีกลุ่มอัล กออิดะและเครือข่ายพันธมิตรเป็นภัยคุกคามหลักต่อสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกต่อไป ไม่มีประเทศใดในโลกที่ปลอดจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศและกลุ่มก่อการร้ายในประเทศ

ปากีสถานจะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่จะก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในภูมิภาค นอกจากปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศแล้ว ปากีสถานยังขัดแย้งสำหรับระหว่างกลุ่มตอลิบัน / อัล กออิดะกับทหารปากีสถาน ขณะเดียวกัน ปากีสถานจะกลายเป็นแหล่งเพาะผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ และเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวอย่างปลอดภัยของกลุ่มก่อการร้าย การโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของกลุ่มก่อการร้าย และมีแนวโน้มว่าการโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพจะระบาดมากขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก

เศรษฐกิจโลกปี 2551 จะเผชิญกับปัญหาความไม่แน่นอนในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหา ราคาน้ำมันยังไม่นิ่งและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นตลอดเวลา บางสถาบันคาดว่าจะสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมัน แต่ด้านหนึ่งก็ผลักดันให้มีการเร่งและลงมือทำอย่างจริงจังมากขึ้นในการหาพลังงานทดแทน น้ำมันเป็นอาวุธสำคัญที่กลุ่มก่อการร้ายจะใช้สู้กับตะวันตก ดังนั้น อาจเกิดการระเบิดแหล่งผลิตและท่อส่งน้ำมัน ซึ่งจะทำให้การซัพพลายน้ำมันมีปัญหาและทำให้ราคาสูงขึ้น ในขณะที่น้ำมันมีแนวโน้มราคาสูงขึ้นอีก แต่เงินดอลลาร์ยังอ่อนต่อไป เงินเฟ้อจะแพร่กระจายไปทั่วโลก นักลงทุนจะหันไปซื้อทองคำ น้ำมัน และหุ้น เป็นหลัก หลายฝ่ายมองว่า เศรษฐกิจของสหรัฐจะเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจโลกหากสหรัฐแก้ปัญหาภายในของตนเองไม่ได้ เศรษฐกิจโลกปี 2551 ดูจะไม่ค่อยดีนัก บางสถาบันประเมินว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกจะลดจากปี 2550 จากร้อยละ 2.7 เหลือร้อยละ 2.3

โลกร้อนจะยังคงเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดกันมากที่สุด เพราะโลกจะเผชิญกับภาวะแปรปรวนทางภูมิอากาศต่อไป การเริ่มต้นเอาจริงเอาจังในการลดการปล่อยก๊าซพิษสู่โลกซึ่งต้องใช้เวลาอีกนาน แต่ปีหน้าโลกจะเผชิญกับภัยคุกคามจากการแปรปรวนของอากาศอันเป็นผลจากภาวะโลกร้อนต่อไป ทั้งอากาศร้อนผิดปกติในบางพื้น หนาวมากผิดปกติในบางพื้นที่ ภัยแล้งในบางพื้นที่ขณะที่มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โลกจะเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติแต่บอกกันไม่ได้ว่าจะรุนแรงเพียงใด

เช่นเดียวกับปัญหายาเสพติดที่ยังเป็นภัยคุกคามโลก และอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบอื่นที่ยังเป็นสิ่งท้าทายสำหรับปี 2551

เมื่อเรารู้ว่า แนวโน้มของโลกน่าจะเป็นไปในแนวทางใด จะกระทบต่อไทยมากน้อยเพียงใด ถ้ามาแรง ไทยจะหลบหลีกได้อย่างไร จะสู้หรือหนี จะสู้คนเดียวหรือหาเพื่อนมาร่วมมือด้วย มีจุดใดบ้างที่เราจะหาประโยชน์เข้าประเทศได้บ้าง ผู้บริหารต้องมองไปข้างหน้า และคิดวางแผนทางหนีทีไล่ไว้ก่อน สิ่งเลวร้ายที่คาดว่าอาจเกิดขึ้นจะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จะทำอย่างไรให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ฯลฯ นี่คือประโยชน์ของการทำนายสถานการณ์ล่วงหน้าโดยศาสตร์ของการข่าว