|
|
|
การวางตัวผู้นำจีนรุ่นที่ 5 |
|
|
|
สถานะทางการเมืองของนายหู จิ่นเทา เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นทั้งในพรรคและในกองทัพ เพราะสามารถเอาคนของนายเจียง เจ๋อ หมิน อดีตประธานาธิบดีและอดีตเลขาธิการพรรค ออกไปได้ เพราะคนเหล่านี้คอยขวางการทำงานของนายหู จิ่นเทา บ่อยครั้ง แต่เพื่อไม่เป็นการเปิดศึกกับนายเจียง เจ๋อ หมิน มากเกินไป จึงยอมเอาคนของนายเจียง เจ๋อ หมิน บางคนเข้ามาแทน ผสมกับคนของตนที่วางตัวไว้ให้เป็นผู้นำรุ่นต่อไป
คนทั่วโลกจะไม่สนใจจีนอีกต่อไปคงไม่ได้ เพราะจีนกำลังก้าวขึ้นสู่ประเทศอภิมหาอำนาจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ก็ตาม จีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก จีนเป็นประเทศที่ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา บัดนี้น่าจะก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 4 ของโลกแล้ว หากพิจารณาจากหนังสือ Factbook of the world ของซี.ไอ.เอ. จีนมีจีดีพีสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ หากมองในแง่อำนาจการซื้อจีนเป็นประเทศที่มีการค้าขายใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ประเทศผู้ผลิตอื่นๆ แสวงหา กองทัพจีนมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีการพัฒนาด้านอาวุธอย่างไม่หยุดยั้ง และจีนกำลังก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจอวกาศของโลก ฯลฯ แล้วเราจะมองข้ามจีนไปได้อย่างไร
กล่าวกันว่าเมื่ออเมริกาจาม โลกสะเทือนไปทั้งใบ แต่วันนี้เมื่อจีนขยับตัว โลกก็คงสะดุ้งเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราจะมองข้ามบทบาทของจีนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศคงไม่ได้ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศย่อมเป็นที่สนใจของโลกเช่นกัน
คงไม่ช้าเกินไปถ้าจะเขียนถึงผลการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 17 เมื่อ 15-21 ตุลาคม 2550 โดยจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี มีผู้เข้าประชุม 2,223 คน มีการเลือกคณะกรรมการกลาง 204 คน กรรมการสำรองอีก 371 คน คณะกรรมการกรมการเมือง 25 คน และคณะกรรมการประจำกรมการเมือง 9 คน ที่ทุกอย่างกำหนดมาเรียบร้อยแล้วในระบบคอมมิวนิสต์
ท่านผู้อ่านบางท่านอาจสงสัยว่าทำไมคณะกรรมการกลางและกรรมการสำรองพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงมีจำนวนมากถึง 371 คน ในขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ไทยระยะที่ยังดำรงอยู่มีคณะกรรมการกลางเพียง 35 คนเท่านั้น อย่าลืมว่าจีนมีประชากร 1,300 ล้านคน มีสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นพรรคปกครองประเทศหลายสิบล้านคน ดังนั้น จำนวนคณะกรรมการกลางจึงเป็นสัดส่วนกับจำนวนสมาชิกพรรค
ในประเทศที่มีการปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ คณะกรรมการประจำกรมการเมืองเป็นองค์กรสูงสุดในการตัดสินใจ กำหนดนโยบายพรรค และมอบนโยบายให้รัฐบาลไปบริหารประเทศ คณะกรรมการประจำจำนวน 9 คนนี้ ถือว่าเป็นคณะผู้นำร่วมที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศ
การเลือกตั้งคณะกรรมการประจำพรรคหรือคณะผู้นำร่วมกระทำกันทุก 5 ปี ในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงเป็นจุดสนใจของนักสังเกตการณ์การเมืองระหว่างประเทศ การประชุมครั้งนี้ก็เช่นกัน นายหู จิ่นเทา ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคและประธานคณะกรรมาธิการทหาร ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการ เตี๊ยม กันไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาจะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่ง หรืออีก 5 ปี ในการประชุมสภาประชาชนที่จะมีต่อไปเช่นเดียวกับนายเหวิน เจีย เป่า ซึ่งยังคงอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการประจำเช่นเดิม และคงได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปอีกสมัยหนึ่งเช่นกัน
คณะกรรมการประจำครั้งนี้เป็นคนเก่า 5 คน และมีคนใหม่อีก 4 คน ในจำนวนนี้ 2 คน คือนายสี จินผิง เลขาธิการพรรคเซี่ยงไฮ้ และนายหลี่เค่อเฉียง เลขาธิการพรรคมณฑลเหลียวหนิง ซึ่งเป็นคนหนุ่มอายุ 52-53 ปี เป็นผู้ที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดโดยเฉพาะในหลี่เค่อเฉียง ซึ่งเคยเป็นอดีตหัวหน้าสันนิบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์และใกล้ชิดกับนายหู จิ่นเทา มาก คนจีนและคนต่างประเทศมองว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดในอนาคต เขาน่าจะได้รับเลือกเป็นผู้นำรุ่นที่ 5 ที่ขึ้นมาแทนนายหู จิ่นเทา ในอีก 5 ปีข้างหน้า
ผลการประชุมสมัชชาพรรคครั้งนี้ทำให้สถานะทางการเมืองของนายหู จิ่นเทา เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นทั้งในพรรคและในกองทัพ เพราะสามารถเอาคนของนายเจียง เจ๋อ หมิน อดีตประธานาธิบดีและอดีตเลขาธิการพรรคออกไปได้ เพราะคนเหล่านี้คอยขวางการทำงานของนายหู จิ่นเทา อยู่บ่อยครั้ง แต่เพื่อไม่เป็นการเปิดศึกกับนายเจียง เจ๋อ หมิน มากเกินไป จึงยอมเอาคนของนายเจียง เจ๋อ หมิน บางคนเข้ามาแทน ผสมกับคนของตนที่วางตัวไว้ให้เป็นผู้นำรุ่นต่อไป ทั้งนี้ นายหู จิ่นเทา และนายเหวิน เจีย เป่า พยายามรักษาดุลอำนาจระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มปฏิรูป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงในกลุ่มผู้นำจีนในอนาคต
ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา และนายกรัฐมนตรีเหวิน เจีย เป่า เป็นคู่ผสมที่ลงตัวพอดี ที่ 2 คนจะทำงานร่วมกันต่อไปในการสานต่อนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาก้าวหน้าต่อเนื่องและมั่นคง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะสร้างจีนให้เป็นสังคมกินดีอยู่ดีรอบด้านภายในปี 2563
วันพรุ่งนี้เราจะวิเคราะห์ถึงบทบาทและความรับผิดชอบของจีนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ในช่วง 5 ปี ที่ 2 ของหู จิ่นเทา-เหวิน เจีย เป่า (อังคาร 6 พฤศจิกายน 2550)
|
|
|
|