|
|
|
วีซีดีฉาวของนักการเมือง |
|
|
|
วันนี้ผมจะเขียนเรื่องสนุกๆ สบายๆ แต่บางคนอาจไม่สนุกด้วย โดยเฉพาะคนที่เป็นตัวละครเอกในเรื่องนี้การหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนก็เพื่อให้เป็นอุทาหารณ์สำหรับนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเมืองไทยว่าหากพลาดพลั้งขึ้นมา ขายขี้หน้าประชาชีจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนที่เดียว
ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยคงสนุกน่าดู สื่อมวลชนโดยเฉพาะหนังสือพิมพ์คงได้พาดหัวข่าวหน้า 1 หากินไปได้หลายวัน เพราะเป็นข่าวเอ็กซ์คลูซีพไม่แพ้ข่าวดารา ความจริงตัวละครในเรื่องก็เป็นดาราเหมือนกัน แต่เป็นดาราจำเป็นในวีดีโอโป๊ ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาคงไม่เท่าไร แต่ดาราจำเป็นคนนี้เป็นถึงรัฐมนตรีที่มีผลงานเพียงเรื่องเดียวก็แจ้งเกิดทันที แจ้งเกิดในเวทีหนังโป๊แต่ตายในเวทีการเมือง
เรื่องนี้เกิดขึ้นในมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง เมื่อมีวีซีดีโป๊เผยแพร่เริ่มจากเมืองมัวร์ รัฐยะโฮร์ทางตอนใต้สุดของมาเลเซียติดกับสิงคโปร์ จากนั้นก็แพร่หลายไปทั่วประเทศเพราะคนมาเลเซียก็คล้ายกับคนชาติอื่นๆ ทั้งหนุ่มและแก่ต่างกระหายใคร่รู้เห็นว่าผู้แสดงนำฝ่ายชายคือใคร เพราะมีข่าวในหนังสือพิมพ์และคนที่ดูวีดีโอแล้วบอกว่าฝ่ายชายหน้าเหมือนรัฐมนตรีคนหนึ่งในรัฐบาลมาเลเซียปัจจุบัน
พอข่าวนี้ออกไปได้ไม่นาน นายฉั่ว ซอย เล็ก รัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งเป็นตัวแทนจากพรรคชาวจีนมาเลเซียหรือเอ็มซีเอ ซึ่งร่วมในรัฐบาลพันธมิตรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี ออกมายอมรับว่าผู้ชายในวีซีดีคือตัวเขาเอง ส่วนผู้หญิงก็คือเพื่อนสาวของเขา ช่วงแรกนายฉั่วทำท่ายึกยักจะไม่ยอมลาออกโดยอ้างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทำความเข้าใจกับลูกเมียของตนของตนเรียบร้อยแล้ว แต่ในที่สุดก็ประกาศลาออก และได้ไปขอโทษนายอับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรี เพราะการกระทำดังกล่าวอาจกระทบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลในการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้
ที่มีการเผยแพร่วีซีดีโป๊ในเมืองมัวร์ รัฐยะโฮร์ เป็นจุดแรกก็เพราะนายฉั่วเป็น ส.ส. มาจากเขตเลือกตั้งในรัฐดังกล่าว ผู้เผยแพร่คงมีเจตนาให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งได้ทราบว่าคนที่พวกเขาเลือกเข้าไปมีพฤติกรรมอย่างไร นายฉั่วจะอ้างว่าเป็นความลับส่วนตัวคงไม่ได้ เพราะนายฉั่วเป็นนักการเมืองเป็นบุคคลสาธารณะหรือเป็นคนของประชาชน เพราะฉะนั้นประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้พฤติกรรมทั้งลับและแจ้งของคนที่เลือกเข้าไปเป็นตัวแทนของเขา อีกทั้งนายฉั่วมีเมียและมีลูกสามคนแต่ยังไปมีกิ๊กกับหญิงอื่นซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมและผิดจรรยาบรรณของนักการเมืองที่ดี
บางคนสงสัยว่านายฉั่วถ่ายวิดีโอไว้ดูเองหรือเปล่า เหมือนกับพฤติกรรมที่ผู้ชายสมัยนี้ชอบกระทำกัน แต่นายฉั่วอ้างว่าไม่ได้ถ่ายวิดีโอไว้ดูเอง อีกทั้งคนที่ดูวีซีดีชุดนี้แล้วบอกว่าไม่น่าจะเป็นการตั้งกล้องถ่ายตัวเอง น่าจะถูกแอบถ่ายมากกว่า
คำถามต่อมาคือโรงแรมนั้นแอบตั้งกล้องซ่อนไว้เพื่อถ่ายพฤติกรรมของคนที่มาใช้บริการหรือไม่ เพราะข่าวไม่ได้บอกว่าโรงแรมที่นายฉั่วไปใช้บริการเป็นโรงแรมระดับใหญ่ระดับไหน หรือเป็นโรงแรมม่านรูดแบบเมืองไทย ถ้าเป็นโรงแรมม่านรูดนายฉั่วมีโอกาสถูกแอบถ่ายภาพไว้เช่นเดียวกับผู้ไปใช้บริการคนอื่นๆ หรือมีคู่แข่งหรือศัตรูทางการเมืองของนายฉั่วที่ติดตามพฤติกรรมของเขามานานจนรู้ว่าชอบไปใช้บริการของโรงแรมแห่งนี้ จึงแอบจ้างพนักงานให้ไปซ่อนกล้องไว้ถ่ายภาพนายฉั่วเพื่อนำมาแบล็กเมล็ภายหลัง ส่วนจะเป็นการแบล็กเมล์ทางการเมืองหรือเพื่อเรียกเงินเป็นการปิดปากไม่มีใครทราบ
อย่างไรก็ดี โรงแรมนี้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเต็มตัว ที่สำคัญคงไม่มีลูกค้าอยากไปใช้บริการของโรงแรมแห่งนี้อีก เพราะความเป็นส่วนตัวระหว่างใช้บริการโรงแรมอาจถูกถ่ายวิดีโอไว้และนำไปเปิดโปงดังเช่นกรณีของนายฉั่วก็เป็นได้
กรณีของนายฉั่วเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักการเมืองในเมืองไทย ครั้งหนึ่งนายมาแล้วเคยมีกรณีที่คนใหญ่คนโตของไทยถูกแอบถ่ายภาพขณะมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตนเอง ซ้ำยังเป็นภรรยาของคนอื่นด้วยซ้ำในบ้านพักของฝ่ายหญิงโดยคิดว่าคงไม่มีใครแอบมาซ่อนกล้องไว้แต่หารู้ไม่ว่าสามีของฝ่ายหญิงจ้างคนเอากล้องขนาดจิ๋วที่ไปซื้อจากอเมริกามาซ่อนไว้ในเครื่องปรับอากาศ ต่อมาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองได้นำวิดีโอชุดนี้ไปฉายเผยแพร่พร้อมกับวิจารณ์ลีลาและสรีระของทั้งสองฝ่ายกันอย่างสนุกสนาน
วันนี้ถ้านักการเมืองไทยไปใช้บริการโรงแรมม่านรูดมีสิทธิที่จะถูกถ่ายรูปได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากปัจจุบันมีกล้องขนาดจิ๋ววางขายเกลื่อนในตลาดที่ใครก็สามารถซื้อได้ ดังนั้น ส่วนใหญ่จึงมักจะมีที่ลับเฉพาะของตนเอง โดยไปซื้อบ้านแอบเก็บไว้ หรือใช้บริการโรงแรมขนาด 5 ดาวซึ่งมีทางขึ้นลงเฉพาะที่แยกกันขึ้นและลง เพื่อป้องกันผู้สื่อข่าวหรือผู้คนพบเห็นโดยบังเอิญ หรือบางทีก็ใช้วิธีนัดเจอกันในต่างประเทศ
การดับไฟมืดไม่ได้หมายถึงปลอดภัยจากการถูกแอบถ่ายภาพ 100% เพราะปัจจุบันมีกล้องที่ใช้แสงอินฟราเรดถ่ายในความมืดได้ ถ้าใครอยากปลอดภัยอาจใช้วิธีการข้างล่างนี้ก็ได้
มีเรื่องเล่ากันว่าในสมัยสงครามเย็น นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันคนหนึ่งได้รับเชิญให้ไปเยือนสหภาพโซเวียตก่อนไปเจ้าหน้าที่ซีไอเอมาบรรยายสรุปว่าควรระมัดระวังเคจีบีจะส่งผู้หญิงสาวสวยมาเป็นคู่นอนและแอบถ่ายรูปไว้เพื่อแบล็กเมล์ให้ขายความลับ ดังนั้น จึงไม่ควรรับข้อเสนอไม่ว่าหญิงสาวนั้นจะสวยเพียงใด เมื่อนักวิทยาศาสตร์อเมริกันเดินทางกลับจากสหภาพโซเวียตเจ้าหน้าที่ซีไอเอรีบไปพบเพื่อซักถาม นักวิทยาศาสตร์คนดังกล่าวเล่าให้ฟังว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ซีไอเอบอกไว้ทุกประการ กล่าวคือ ฝ่ายเจ้าภาพส่งสาวรัสเซียสวยระดับนางงามโลกมาเป็นคู่นอนเพราะกลัวแขกจะเหงา เจ้าหน้าที่ซีไอเอรีบดักคอว่าท่านคงไม่รับข้อเสนอนั้นใช่ไหม แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันบอกว่าตรงกันข้าม ผมรับหญิงสวยนั้นเป็นคู่นอน สวยขนาดนั้นใครจะอดใจไหว เจ้าหน้าที่ซีไอเอตกใจมาก นักวิทยาศาสตร์จึงบอกว่าอย่ากลัวไปเลย เพราะอย่างไรเสียเคจีบีถ่ายรูปเขาไว้แบล็กเมล์ไม่ได้แน่ เพราะเขาใช้ผ้าห่มคลุมโปงตั้งแต่หัวจดเท้าทั้งสองคน แม้กล้องของเคจีบีจะจับภาพได้แต่ก็ไม่เห็นหน้าของคนใต้ผ้าห่มเพราะยังไม่มีกล้องถ่ายทะลุผ้าห่มได้
อย่างนี้คนไทยเรียกว่า ผีผ้าห่ม (วันอังคารที่ 8 มกราคม 2551)
|
|
|
|