วิเคราะห์ข่าว
สงครามเย็นไซเบอร์ศตวรรษที่ 21
ขณะนี้ชาติตะวันตกกล่าวหาจีนว่าลักลอบเจาะเข้าข้อมูลความลับของตน จนทำให้ประเทศเหล่านั้นตกอยู่ในความเสี่ยงที่ความลับทั้งภาครัฐและเอกชนอาจตกไปอยู่ในมือของสปายจีน ในขณะที่จีนออกมาตอบโต้โดยทันทีว่าไม่ได้เจาะข้อมูลของต่างชาติแต่อย่างใด เพราะข้อมูลของตนเองก็ถูกต่างชาติเจาะเช่นกัน
เรื่องนี้เริ่มต้นจากรัฐสภาสหรัฐ เมื่อคณะกรรมาธิการศึกษาเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับจีนได้จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐสภาเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2550 โดยตอนหนึ่งของรายงานกล่าวว่า การจารกรรมของจีนในสหรัฐมีเครือข่ายอย่างกว้างขวาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของสหรัฐ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐสภาและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิหาทางเฝ้าตรวจ และป้องกันข้อมูลความลับและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของประเทศไม่ให้จีนเจาะเข้าไปได้ หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์จากการโจมตีของจีน ตลอดจนให้หน่วยข่าวสหรัฐหาทางตรวจสอบว่าจีนลักลอบนำความลับด้านเทคโนโลยีทางทหารจากการวิจัยของหน่วยงานสหรัฐในจีนไปได้บ้างหรือไม่อย่างไร
คณะกรรมาธิการชุดนี้ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐสภาเมื่อปี 2543 เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบภัยคุกคามของจีนต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2550 หน่วยงานด้านความปลอดภัยและต่อต้านข่าวกรองของอังกฤษหรือเอ็มไอ 5 ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า Security Service (S.S.) ได้ส่งจดหมายไปยังบริษัทภาคเอกชน ตลอดจนธนาคารและสถาบันการเงิน 300 แห่งทั่วประเทศ เตือนว่า บริษัทต่างๆอาจตกเป็นเป้าหมายของหน่วยงานจีนที่พยายามเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของภาคเอกชนอังกฤษ เพื่อจารกรรมข้อมูลด้านการค้าและการเงิน ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการเอ็มไอ 5 เคยเตือนว่า ประเทศกำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการจารกรรมดิจิตอลหรือ “สงครามไซเบอร์” (Cyber War)
หลายประเทศได้กล่าวหาจีนว่าพยายามเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของชาติต่างๆ โดยในรอบปีที่แล้วมีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์กว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และหน่วยราชการของเยอรมนี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมทั้งมีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ด้านการเงิน การจราจรทางอากาศ และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ มีการกล่าวหาว่าจีนสร้างซอฟต์แวร์ “ทรอยจัน” เพื่อแฮคเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของคนอื่นและดึงข้อมูลลับออกมา
แน่นอนจีนได้ออกมาโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริง โดยอ้างว่าระบบคอมพิวเตอร์ของจีนเองก็ถูกแฮคเกอร์ต่างชาติเจาะเช่นกัน อีกทั้งบางทีพวกแฮคเกอร์ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในจีนเพื่อซ่อนที่ตั้งที่แท้จริงของตน พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐบาลจีนพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาชาติในการปราบปรามพวกแฮคเกอร์เหล่านี้
ในโลกแห่งความเป็นจริงประเทศใหญ่ๆในโลกนี้ต่างพยายามเจาะข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะสหรัฐและประเทศตะวันตกซึ่งเป็นผู้คิดค้นและเชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์มากกว่าคนอื่น ได้พยายามเจาะเข้าข้อมูลลับของชาติต่างๆตลอดมา นอกจากหน่วยงานของรัฐจะทำสงครามไซเบอร์แล้ว ภาคเอกชนยังเจอกับอาชญากรรมไซเบอร์ในแต่ละวันด้วย
แม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวหรือพีซีที่คนทั่วไปใช้ในปัจจุบัน ยังเจอโปรแกรมมากมายที่เป็นอันตรายที่ส่งผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ ถ้าผู้ใช้เผลอไปกดดูอีเมล์แปลกๆ หรือเว็บไซต์พิลึกๆ เครื่องอาจแฮงก์ก็ได้ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หลายกรณีไม่ใช่เรื่องการจารกรรมไซเบอร์แต่อย่างใด เป็นเพียงอาชญากรรมไซเบอร์ หรือมีพวกอัจฉริยะบางคนต้องการทดสอบความเก่งของตน การโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงมีพวก “หนอน” หรือ “ไวรัส” แปลกๆแทรกซึมเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดยไม่รู้สึกตัว บริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ต่างเร่งผลิตโปรแกรมเพื่อสู้กับไวรัสเหล่านี้
อุปกรณ์หนึ่งที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีคือ “ซอฟต์แวร์ต่อต้านไวรัส” (Anti Virus) ซึ่งจะมีการอัพเดทเสมอเพื่อปกป้องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจากไวรัสรุ่นล่าสุด เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุดมักจะติดตั้งซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสมาพร้อมเสร็จ ถ้าใครไม่มีก็ต้องหามาติดตั้งให้ได้ เพราะนี่คือมาตรการสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์
นอกจากนี้ผู้ใช้ควรติดตั้ง “ไฟร์วอลล์” (Firewall) เป็นกำแพงกั้นป้องกันการบุกรุกโดยไม่ถูกต้องจากผู้ไม่หวังดี เครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรุ่นเอกซ์พีจะติดตั้งอุปกรณ์นี้มาพร้อมเสร็จ นอกจากนั้นถ้าเครื่องใดไม่ได้ติดตั้งมา ผู้ใช้ก็สามารถหาของฟรีมาใช้ได้
คอมพิวเตอร์ของเรามักจะเจอมือดีที่แอบเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว หรือลักลอบเอาข้อมูลของเราออกไป ดังนั้น เราต้องติดตั้งอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งที่จำเป็นมากคือ “แอนตี้สปายแวร์” (Anti-spyware) ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาว่ามีใครส่งสิ่งที่ไม่ปรารถนามาซ่อนอยู่บ้าง ซึ่งแม้จะไม่รบกวนไฟล์ของเรา แต่อาจสร้างความรำคาญหรือแอบดูดความลับออกไป
ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์แนะนำว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทุกเครื่องควรติดตั้งโปรแกรมแอนตี้สปายแวร์ แอนตี้ไวรัส ไฟร์วอลล์ และต้องมีการอัพเดททุกอาทิตย์ ข้อสำคัญผู้ใช้ต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์หรือพวกมือบอนเหล่านี้ และต้องคอยเฝ้าตรวจสอบและตื่นตัวอยู่เสมอ
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวหามาตรการป้องกันเพียงเท่านี้ก็คงจะพอ ส่วนเรื่องการเจาะข้อมูลหาความลับทางราชการ หรือความลับทางการค้าการเงิน ฯลฯ ปล่อยให้เป็นเรื่องของหน่วยงานข่าวที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศว่ากันไป โดยหน่วยงานเหล่านี้จะใช้กลยุทธ์สู้กันที่ไม่เพียงเจาะเข้าแค่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ต้องการเจาะเข้าถึงระบบเมนเฟรมเลยทีเดียว
จะเรียกว่าเป็น “สงครามเย็นไซเบอร์” (Cyber Cold War) ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ก็คงได้ (พฤหัสบดี 6 ธันวาคม 2550)