|
|
|
จีนบนเส้นทางสู่ความสำเร็จ |
|
|
|
ผลจากการการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 17 สะท้อนให้เห็นว่า ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา คุมอำนาจทางการเมืองและการทหารในประเทศได้อย่างเด็ดขาด และจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศในทุกด้านต่อไปอีก 5 ปีข้างหน้า แต่จีนยังเผชิญกับสิ่งท้าทายอีกหลายประการบนเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ
จีนวันนี้เป็นจีนที่มีความเชื่อมั่นและมีความทะเยอทะยานที่จะไปสู่เป้าหมายของการเป็นอภิมหาอำนาจของโลก ที่มีสถานะทัดเทียมกับอภิมหาอำนาจอื่นๆ แม้ว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ทศวรรษก็ตาม อย่างไรก็ดี จีนประกาศเสมอมาว่าชาติต่างๆไม่ควรวิตกกับการเจริญเติบโตของจีนอย่างรวดเร็ว เพราะนั่นเป็นการ โตอย่างสันติ
จีนประสบความสำเร็จอย่างสำคัญในแนวรบด้านเศรษฐกิจ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าหัตถกรรมของประเทศต่างๆ ขณะนี้ไปผลิตในประเทศจีนเกือบทั้งสิ้น เศรษฐกิจจีนถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ใช้ ลัทธิทุนนิยมอยู่ภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์ นัยหนึ่งใช้ระบบเศรษฐกิจการตลาดแบบทุนนิยม แต่ใช้ระบบการเมืองแบบคอมมิวนิสต์ในการปกครองประเทศ
นโยบายของจีนถูกประเทศต่างๆเฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดและถูกวิจารณ์บ่อยครั้ง ด้านหนึ่งเศรษฐกิจจีนยังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเกณฑ์สูง จีดีพีของจีนในไตรมาส 3 ของปี 2550 ยังคงโตสูงถึงร้อยละ 11.5 ลดลงจากไตรมาส 2 ซึ่งโตร้อยละ 11.9 เล็กน้อย การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านสินทรัพย์ถาวรยังขยายตัวสูง ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายควบคุมเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างร้อนแรงเกินไปก็ตาม มีการจำกัดการปล่อยสินเชื่อ รัฐบาลจีนดำเนินการตรวจสอบตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างหลักประกันว่าประเทศจะมีทรัพยากรใช้เพียงพอ สินค้ามีคุณภาพ ราคาสินค้ามีเสถียรภาพและไม่สูงเกินไป รวมทั้งราคาที่อยู่อาศัย
อย่างไรก็ดี ด้านเศรษฐกิจ จีนถูกวิจารณ์และกดดันจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐและสหภาพยุโรปให้เพิ่มค่าเงินหยวนสอดคล้องกับความเป็นจริง ชาติตะวันตกมองว่าเงินหยวนของจีนมีค่าต่ำกว่าความเป็นจริงทำให้สินค้าออกของจีนมีราคาถูกกว่าชาติอื่น ซึ่งเป็นการไม่ยุติธรรม ประเทศคู่ค้าของจีนต้องการให้จีนเคารพในกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการค้า แม้จีนได้ยืดหยุ่นโดยปรับค่าเงินหยวนแข็งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะสหรัฐและสหภาพยุโรป ซึ่งขาดดุลการค้ากับจีนอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันจีนยังถูกกล่าวหาว่าเป็นประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกันการที่จีนได้กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วและมีการใช้พลังงานอย่างมหาศาล จนกลายเป็นประเทศที่ใช้พลังงานมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐเท่านั้น จีนยังคงใช้ถ่านหินจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าถ่านหินก่อให้เกิดมลภาวะ ทำให้จีนถูกประเทศตะวันตกวิจารณ์ด้านสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องให้รับผิดชอบมากขึ้นต่อการก่อให้เกิดมลภาวะที่จะทำให้โลกร้อน จีนได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของโลกโดยการออกมาตรการเข้มงวดต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานและก่อมลภาวะสูง และควบคุมการส่งออกสินค้าที่ใช้พลังงานมาก
ด้านการทูต จีนซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวร 5 ชาติ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและมีสิทธิวีโต้ วันนี้ไม่อาจทำอะไรลับๆล่อๆได้อีกต่อไป จีนต้องแสดงบทบาทรับผิดชอบต่อโลกมากขึ้น หลักสำคัญของการทูตจีนคือการอยู่ร่วมกันโดยสันติและเป็นมิตรกับทุกประเทศ เพื่อสร้างบรรยากาศสันติเพื่อให้จีนได้มีเวลาในการพัฒนาประเทศต่อไป อย่างน้อยผู้นำสหรัฐก็ไม่เคยเรียกจีนว่าเป็น คู่ปรับทางยุทธศาสตร์ อีกต่อไป
ส่วนยุโรปมองว่าจีนเป็น หุ้นส่วน ซึ่งสหรัฐมีแนวโน้มว่าจะใช้คำนี้ด้วย จีนใช้กีฬาโอลิมปิกปี 2551 ที่ตนเป็นเจ้าภาพเป็นสัญลักษณ์ในการแสดงบทบาทของตนในเวทีโลก และพยายามลดความหวาดระแวงของประเทศอื่นที่เกรงว่าจีนจะใช้กำลังตัดสินปัญหา แม้ปีนี้จีนจะเจอกับการยั่วยุจากผู้นำไต้หวันบ่อยขึ้น แต่ผู้นำจีนก็ไม่ยอมหลงกลอุบายของไต้หวัน เพราะคนจีนย่อมอ่านกลอุบายคนจีนด้วยกันออก
จีนได้แสดงบทบาทรับผิดชอบต่อความมั่นคงของโลกและภูมิภาคมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือกรณีเกาหลีเหนือ จีนได้ร่วมมือกับสหรัฐกดดันเกาหลีเหนือในระดับหนึ่ง จนสามารถนำไปสู่ข้อตกลงที่เกาหลีเหนือยอมปิดโรงงานนิวเคลียร์ที่ยองเบียน และยอมให้ข้อมูลรายละเอียดแก่สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศมากขึ้น แลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและมนุษยธรรม ทุกฝ่ายยอมรับว่าการที่ผู้นำเกาหลีเหนือยอมอ่อนข้อในระดับหนึ่งเป็นเพราะบทบาทของจีน
กรณีของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่แคว้นดาร์ฟัวร์ ประเทศซูดาน จีนถูกกดดันไม่ให้สนับสนุนรัฐบาลซูดานซึ่งทำให้จีนอยู่ในสถานะลำบาก เพราะด้านหนึ่งจีนไม่เห็นด้วยกับการเข่นฆ่ากันที่ดาร์ฟัวร์ แต่อีกด้านหนึ่งจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลซูดาน เพราะจีนต้องการน้ำมันดิบจากประเทศนี้ ในที่สุดจีนใช้ท่าทีคัดค้านการแซงชั่นอย่างรุนแรงต่อซูดาน แต่สนับสนุนให้ใช้แนวทางสันติแก้ไขปัญหาแทน
จีนใช้ท่าทีนี้ต่ออิหร่านเช่นกัน เพราะจีนต้องการน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากอิหร่าน ดังนั้น จีนจึงคัดค้านการที่สหประชาชาติจะออกมาตรการที่รุนแรงเกินไปต่ออิหร่าน แต่ก็ยอมให้ในระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้ค้านกระแสโลก
จีนไม่เห็นด้วยหากคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจะแซงชั่นทางเศรษฐกิจต่อพม่า โดยจีนอ้างว่าสถานการณ์ในพม่าเป็นกิจการภายใน ซึ่งไม่ได้ก่อให้เกิดวิกฤตต่อความมั่นคงในภูมิภาคพอที่สหประชาชาติจะหยิบยกขึ้นมาพิจารณา จีนไม่ยอมกดดันพม่าตามที่หลายฝ่ายเรียกร้อง เพราะไม่ต้องการแทรกแซงกิจการภายในของพม่า ทำให้จีนถูกวิจารณ์มากพอสมควรถึงกับมีการเสนอให้บอยคอตกีฬาโอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพด้วย
ด้านการทหาร จีนกำหนดงบประมาณด้านการทหารปี 2550 จำนวน 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าสหรัฐมองว่าตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าความเป็นจริง 2-3 เท่า จีนมีโครงการอวกาศสำคัญในช่วงต่อไปคือ การส่งยานพร้อมมนุษย์อวกาศจีนไปสำรวจดวงจันทร์ หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาขีปนาวุธทำลายดาวเทียมเมื่อต้นปี 2550 และผลิตเครื่องบินขับไล่ด้วยตนเองได้แล้ว อย่างไรก็ดี จีนพยายามลดความหวาดระแวงจากประเทศอื่น โดยถือว่าเป็นการพัฒนากองทัพเพื่อป้องกันตนเอง ไม่ใช่เพื่อไว้รุกรานประเทศใด
แม้นายหู จิ่นเทา และคณะปฏิรูปจะมีสถานะทางการเมืองในประเทศมั่นคงมากขึ้นหลังการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 17 แต่ยังมีภาระอันหนักอึ้งที่หู จิ่นเทา จะต้องเผชิญในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์ของชาติรักสันติ การเป็นมิตรและผูกพันผลประโยชน์กับเพื่อนบ้าน พร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนถนนแห่งความสำเร็จ จีนจะเจออุปสรรคอีกไม่น้อย (พุธ 7 พฤศจิกายน 2550)
|
|
|
|