วิเคราะห์ข่าว
แนวโน้มการเมืองในภูมิภาคนี้ปี 2551

ผลการเยือนเกาหลีเหนือของประธานาธิบดีโนห์มูเฮียนแห่งเกาหลีใต้ นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ดีต้องรอดูผลที่จะเกิดขึ้นตามมา เพราะสิ่งใดที่เกี่ยวโยงกับเกาหลีเหนือเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน ในเมื่อทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้หากผู้นำเกาหลีใต้ทำอะไรที่ไม่ถูกอารมณ์ของผู้นำเกาหลีเหนือ

ผลการเยือนครั้งนี้ สองผู้นำในลงนามในคำประกาศร่วมกันในความพยายามนำสันติภาพถาวรกลับคืนสู่คาบสมุทรเกาหลี เพื่อยุติสงครามเย็น ที่บางครั้งก็กลายเป็นสงครามร้อนระหว่างสองเกาหลีตั้งแต่สงครามเกาหลี (2493-2496) เป็นต้นมา แม้ว่าได้มีการลงนามในสัญญาสงบศึกระหว่างสหรัฐ จีน เกาหลีเหนือ แล้วก็ตาม ส่วนเกาหลีใต้ไม่ได้ลงนามด้วย เพราะฉนั้น ในทางเทคนิค สองเกาหลียังเป็นคู่ศึกกันอยู่ ข้อตกลงครั้งนี้เท่ากับเป็นความพยายามลดความเป็นปรปักษ์ระหว่างกันลง

นอกจากนั้น คิมจองอิลและโนห์มูเฮียนยังตกลงที่จะรื้อฟื้นโครงการขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟเหนือใต้หลังจากที่หยุดไปร่วม 50 ปี จัดตั้งพื้นที่ประมงร่วมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อขัดแย้งการแย่งจับปลาและการรุกล้ำเขตน่านน้ำจากชาวประมงสองฝ่าย ผู้นำทั้งสองยังตกลงกันด้วยว่า จะมีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และให้ครอบครัวเกาหลีที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่สงครามเกาหลีมีโอกาสได้พบปะกันได้มากขึ้น

นักสิทธิมนุษยชนตะวันตกวิจารณ์ว่า ประธานาธิบดีโนห์มูเฮียนน่าจะถือโอกาสนี้พูดจากับคิมจองอิลเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโนห์น่าจะรู้จังหวะดีว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด กล่าวคือ นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เพราะฉนั้นไม่ควรไปแตะเรื่องที่เป็นค่อนละเอียดอ่อนสำหรับผู้นำเกาหลีเหนือ สู้พูดเฉพาะเรื่องสำคัญ ๆ ก่อนจะดีกว่า

เป็นที่เข้าใจกันว่า การเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองภายในเกาหลีใต้ด้วย เพราะจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปลายปีนี้ในขณะที่คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโนห์ไม่ค่อยดีนัก ผลการเยือนครั้งนี้น่าจะมีส่วนช่วยให้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโนห์ดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อยจากคนเกาหลีใต้รุ่นใหม่ที่เห็นว่าผู้นำทั้งสองควรพูดคุยกันดีกว่า ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของเกาหลีใต้มีเสถียรภาพหากไม่มีภัยคุกคามทางทหาร อย่างไรก็ดี คนเกาหลีใต้รุ่นเก่าที่มีชีวิตอยู่เห็นและได้รับความลำบากจากสงครามเกาหลี ไม่ค่อยพอใจเพราะมองว่า ประธานาธิบดีโนห์ยอมอ่อนข้อให้กับคิมจองอิลมากเกินไป โดยเอาเงินภาษีของประชาชนไปให้เกาหลีเหนือ แต่คนรุ่นใหม่บางคนเห็นว่า เงินที่ให้นั้นเป็นจำนวนเล็กน้อยเพราะเศรษฐกิจเกาหลีใต้ใหญ่โตมาก

แม้จะเป็นสัญญานที่ดี แต่คนเกาหลีใต้หลายคนมองว่า ข้อตกลงสันติภาพเป็นเพียง “สัญญลักษณ์” เท่านั้น อย่าไปคาดหวังมากนักกับคิมจองอิลซึ่งคุมอำนาจเด็ดขาดและตัดสินใจแต่ผู้เดียวในเกาหลีเหนือ หลายคนตั้งคำถามว่า นี่คือเจตนาดีของผู้นำเกาหลีเหนือ หรือเป็นเพียงเกมการเมืองหนึ่งของผู้นำเกาหลีเหนือเท่านั้น เพราะที่ผ่านมา คิมจองอิลเคยสัญญาไว้หลายอย่างและผิดคำสัญญาเสมอ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ประธานาธิบดีคิมจองอิลของเกาหลีเหนือมีท่าทีผ่อนปรนขึ้นในหลายด้าน ไม่เพียงกับเกาหลีใต้เท่านั้นที่เขาอยากให้ประธานาธิบดีโนห์ได้รับเลือกอีกครั้งหนึ่ง เพราะโนห์สัญญาที่จะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่เกาหลีเหนือ หากเป็นคนอื่น เขายังไม่แน่ใจนัก แต่ยังผ่อนปรนในการเจรจา 6 ฝ่ายว่าด้วยโครงการอาวุธนิวเคลียด้วยโดยเกาหลีเหนือยอมรับที่จะเลิกโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียในปลายปีนี้ แต่มีเสียงวิจารณ์ว่า โรงงานดังกล่าวเก่ามากจนแทบไม่เหลือสภาพแล้ว เกาหลีเหนือจะไม่ยอมทิ้ง “ ไพ่นิวเคลีย” ใบนี้เป็นอันขาด เพราะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เกาหลีเหนือมีไว้ต่อรอง แสดงว่าเกาหลีเหนือผลิตอาวุธนิวเคลียได้มากเพียงพอแล้ว และมีโรงงานอื่นที่พร้อมจะทดแทนได้ในทันที

ในขณะที่เกาหลีใต้จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้ สหรัฐก็จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปลายปี 2551 ดังนั้น ประธานาธิบดีบุชคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นกรณีอิหร่าน หรือเกาหลีเหนือ และจะมีท่าทางผ่อนปรนมากขึ้นในระดับหนึ่ง ส่วนจีนนั้นจะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคในปี 2551 จีนก็ไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์ที่กระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของจีน จีนคงมีท่าทีประนีประนอมมากขึ้นเช่นกัน เมื่อเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้เจรจากันได้ในระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับการเจรจา 6 ฝ่ายว่าด้วยอาวุธนิวเคลียของเกาหลีเหนือมีความคืบหน้าไปด้วยดี จีนก็สบายใจด้วย เราหวังว่า การเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนับแต่นี้เป็นต้นไปไม่น่าจะมีอะไรรุนแรงมากนัก

อย่างไรก็ดี ต้องจับตาดูไต้หวัน ซึ่งเป็นคนจีนเหมือนกันและอ่านเกมของปักกิ่งออก ตั้งแต่นี้ไป ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยนอาจเปิดเกมรุกปักกิ่งมากขึ้นเพราะรู้ดีว่าปักกิ่งจะไม่กล้าทำอะไรรุนแรงในช่วงนี้ มิฉนั้น ภาพลักษณ์ของตนจะเสียหาย ไต้หวันใช้จุดนี้เปิดประเด็น “ยั่วยุ” ปักกิ่งในหลายด้าน โดยเฉพาะการใช้ประเด็นแยกตัวออกมาจากจีนซึ่งจีนไม่อาจยอมได้ เพื่อให้ปักกิ่งมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรง ซึ่งจะทำลายภาพลักษณ์ของปักกิ่งเอง แต่ไต้หวันก็รู้ดีว่า จะก้าวไปไกลไม่ควรเกินจุดไหน

ปัญหาเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ กับปัญหาจีนแผ่นดินใหญ่กับจีนไต้หวัน ต่างก็เป็นปัญหาของคนในครอบครัวเดียวกัน ที่อ่านความคิดของกันและกันออก เพราะฉนั้น คนนอกอย่าไปยุ่งให้มากนัก เพราะสุดท้าย พี่น้องเขาก็จะดีกันเอง แม้ว่าต้องใช้เวลาหลายทศวรรษก็ตาม