วิเคราะห์ข่าว
แผนสันติภาพตะวันออกกลางของ’บุช’
เมื่อผู้นำประเทศเอกอัครอภิมหาอำนาจเช่นสหรัฐเคลื่อนไหว ย่อมเป็นที่จับตาดูอย่างใกล้ชิดจากนักสังเกตการณ์การเมืองระหว่างประเทศ เพราะการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งคำพูดแต่ละคำย่อมมีนัยทางการเมืองไม่มากก็น้อยการเยือนประเทศในตะวันออกกลางคือ อิสราเอล คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย และอียิปต์เป็นเวลา 8 วัน ของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐ ในกลางเดือนมกราคม 2551 ก็เช่นกัน แม้จะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปลายปีนี้ แต่ก็มีความหมายต่อความพยายามสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งบางคนอาจมองว่าน่าจะเป็นการสร้างความยุ่งยากเพิ่มขี้นในตะวันออกกลาง และทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากกว่า
เพียงเริ่มต้นการเยือน บุชก็เปิดฉากโจมตีอิหร่านทันที โดยกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลก พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าเพราะอิหร่านเป็นรัฐที่ให้การสนับสนุนลัทธิก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรง สนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่มก่อการร้าย ให้อาวุธกับกลุ่มตอลิบาน บ่อนทำลายสันติภาพในเลบานอน คุกคามประเทศเพื่อนบ้านทำลายเกียรติภูมิของสหประชาชาติ ทำให้เสถียรภาพของภูมิภาคมีปัญหาเพราะไม่ยอมเปิดเผยโครงการนิวเคลียร์ต่อประชาคมโลก
เรียกว่าบุชกล่าวหาอิหร่านเป็นชุด เหมือนกับที่เคยกล่าวหาอิรักมาก่อนที่จะส่งทหารบุกอิรักแต่ครั้งนี้บุชคงไม่กล้าลงมือทำอะไรอิหร่านเพราะในประวัติศาสตร์ยังไม่มีประธานาธิบดีอเมริกันคนไหนที่เที่ยวไปรังแกประเทศอื่นในช่วง 1 ปีก่อนการเลือกตั้ง
แผนสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์เป็นหัวใจของการเยือนครั้งนี้ บุชได้เรียกร้องให้ผู้นำปาเลสไตน์ต่อต้านกลุ่มหัวรุนแรงสุดโต่ง แม้ไม่เอ่ยชื่อแต่เป็นที่เข้าใจว่าบุชหมายถึงกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากซีเรียและอิหร่าน และเป็นตัวการสำคัญในการขัดขวางกระบวนการสร้างสันติภาพระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอล โดยสหรัฐใส่ชื่อฮามาสไว้ในบัญชีรายชื่อองค์การก่อการร้ายที่สหรัฐต้องหาทางปราบปรามเต็มที่ สหรัฐหวังจะได้รับการสนับสนุนจากประเทศในตะวันออกกลางต่อแผนสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์ อย่างไรก็ดี อิหร่านและซีเรียซึ่งสนับสนุนกลุ่มฮามาสมาโดยตลอดคงทำหูทวนลม
บุชได้เรียกร้องให้ผู้นำอิสราเอลถอนทหารออกจากพื้นที่ยึดครองในปี 2510 ทั้งหมด ในขณะที่เรียกร้องให้รัฐบาลปาเลสไตน์ทำลายโครงสร้างขบวนการก่อการร้ายฮามาส ซึ่งเป็นประเด็นเดิมๆ และไม่มีความคืบหน้านัก แม้อิสราเอลได้ถอนทหารออกจากพื้นที่ยึดครองส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องการหลักประกันว่าจะไม่ถูกกลุ่มก่อการร้ายปาเลสไตน์โจมตี ตรงนี้ใครจะเป็นคนให้หลักประกันได้ ขณะที่รัฐบาลปาเลสไตน์ไม่สามารถควบคุมกลุ่มฮามาสได้ เพราะฮามาสมีศักยภาพทางทหารสูงกว่ารัฐบาลเสียอืก
ขณะเดียวกันผู้นำอเมริกันพยายามเรียกร้องให้พันธมิตรในตะวันออกกลางที่มีการปกครองแบบเจ้าผู้ครองนครตามประเพณีของเผ่าพันธุ์เร่ร่อนในทะเลทราย เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ เป็นต้น หันมาปกครองแบบประชาธิปไตยตะวันตกอย่างจริงจัง อย่าไปใช้วิธีการจับกุมคุมขังฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหรือใช้วิธีกดขี่ประชาชน หากคนเหล่านั้นเห็นค้านกับรัฐบาลและแสดงออกอย่างสันติแต่ควรปล่อยให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพวิจารณ์รัฐบาลได้อย่างเสรี ไม่เพียงแต่เท่านั้นสหรัฐยังพยายามกดดันให้ประเทศเหล่านี้โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียเลิกประเพณีลงโทษแบบสมัยโบราณ ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าสหรัฐจะทำได้หรือไม่
ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของสหรัฐที่พยายามทำตัวเองเป็น “แชมเปี้ยนประชาธิปไตยโลก” ที่พยายามให้ประเทศอื่นต้องเป็นประชาธิปไตยด้วย โดยอ้างว่าประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่นำมาซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพอย่างถาวร นอกจากนั้นสหรัฐอาจมองว่าประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายตามที่นักวิจัยอเมริกันชอบอ้างถึง สหรัฐจึงเที่ยวไปบอกประเทศต่างๆ ให้ “ปฏิรูปประชาธิปไตย” ซ้ำยังคุยว่า ที่ส่งทหารเข้ายึดครองอิรักก็เพื่อขับไล่ระบบเผด็จการภายใต้ ประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน และไปสร้างประชาธิปไตยให้กับประชาชนอิรักเพราะไปอ้างเรื่องอื่น เช่น ซัดดัมผลิตอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้แล้ว เนื่องจากไม่เป็นความจริง เลยต้องหันมาแก้เกี้ยวว่าเข้าไปช่วยประชาชนอิรักให้พ้นจากลัทธิเผด็จการของซัดดัม และสร้างประชาธิปไตยให้กับอิรักแทน
ประเทศในภูมิภาคไม่ได้ค้านสิ่งที่สหรัฐพูดเรื่องประชาธิปไตย เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน เพียงแต่บอกว่าขณะนี้ประเทศเหล่านั้นก็ค่อยๆ ปฏิรูปประชาธิปไตยอยู่แล้ว แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปที่ละน้อย อาจจะช้าไปบ้าง สหรัฐไม่ควรจะเร่งรัดกันมากเกินไป
เพียงเริ่มการเยือนประเทศแรกบุชก็แสดงความแข็งกร้าวออกมาแล้วกว่าจะครบทุกประเทศเราก็ได้ฟังท่าทีของบุชต่อประเด็นต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเยือนซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรที่ระยะหลังค่อนข้างจะมีปัญหากับสหรัฐ บุชอาจคุยกับผู้นำซาอุดีอาระเบียในเรื่องราคาน้ำมัน และเรื่องอื่นๆ (วันอังคารที่ 15 มกราคม 2551)