วิเคราะห์ข่าว
ไม่มีที่ยืนสำหรับคนโกง

นี่คือหลักการที่สหประชาชาติได้กำหนดไว้และยอมรับกันเป็นสากล โดยหน่วยงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ง.ของประเทศต่าง ๆ จะร่วมมือกันขุดคุ้ย ค้นหา ร่วมกับสืบสวนสอบสวนเอาคนโกงที่หนีไปอยู่ประเทศอื่นมาลงโทษและเอาทรัพย์สินของชาติที่โกงไปซุกซ่อนไว้ในต่างประเทศส่งกลับคืนประเทศเจ้าของให้จงได้ ส่วนจะทำได้มากน้อยเพียงใดเป็นอีกเรื่อง

วันนี้ มีข่าวเกี่ยวกับบุคคลชั้นนำของจีนและบังคลาเทศถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาคอรัปชั่น ซึ่งแสดงว่าประเทศเหล่านี้เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มากขึ้น โดยเฉพาะรัฐบาลจีนได้ลงโทษเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปแล้วหลายคน บางคนถูกประหารชีวิต บางคนติดคุกตลอดชีวิต คนล่าสุดที่ตกเป็นข่าว คือ นายเฉินเหลียงหยู อดีตหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เมืองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถูกจับกุมรอดำเนินคดีที่อาจมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต

คนระดับหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครเซี่ยงไฮ้นี่ไม่ใช่ธรรมดา เพราะเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ใหญ่และมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วจนเป็นแบบอย่างของการพัฒนาในจีน และเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศ ใครไปเยือนจีนนอกจากไปปักกิ่งแล้ว ต้องไปที่เซี่ยงไฮ้ ยิ่งมีโครงการพัฒนามากเพียงไร โอกาสที่จะผู้บริหารจะคอรัปชั่นก็มีมากขึ้นเพียงนั้นหากจิตใจไม่มั่นคงพอ

นายเฉินถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ( พคจ.) และถูกปลดออกจากตำแหน่งราชการทุกตำแหน่งเมื่อ 26 กรกฎาคม 2550 ในข้อหาคอรัปชั่น ล่าสุด ถูกปลดออกจากตำแหน่งรองประธานสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 10 ทั้งที่เขาเคยเป็นถึงสมาชิกโปลิตบูโร หรือกรมการเมืองของ พคจ. และถูกจับได้ว่าคอรัปชั่น โดยใช้อำนาจในทางที่ผิด อาทิ อนุมัติให้กองทุนประกันสังคมให้เงินกู้ยืมจำนวนมหาศาลแก่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอย่างผิดกฎหมาย รวมทั้งช่วยเหลือบริษัทเอกชนซื้อหุ้นรัฐวิสาหกิจซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินสาธารณะ รวมทั้งการแสวงหากำไรในทางที่ผิดในการอนุมัติโครงการ ให้เงินกู้ รวมทั้งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่ฝีมือไม่ถึงขั้นขึ้นดำรงตำแหน่งสูงขึ้น การกระทำทั้งหมดนี้ ทำให้นายเฉินและครอบครัวได้รับเงินสินบนตอบแทนเป็นจำนวนเงินมหาศาล ซึ่งข่าวไม่ได้แจ้งว่าเป็นเงินเท่าใด

นายเฉินยังโดนกล่าวหาด้วยว่าเป็นผู้ “เสื่อมโทรมทางจริยธรรม” เนื่องจากใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานแสวงประโยชน์และใช้อำนาจในการหาผู้หญิงมาเป็นคู่นอน

เจอข้อหาตามที่บรรยายมาข้างต้น นายเฉินคงติดคุกหัวโตเป็นอย่างน้อย ดีไม่ดีอาจถูกประหารชีวิตด้วยซ้ำ เพราะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคหลายคนที่เคยมีพฤติกรรมเช่นนี้ถูกประหารชีวิตไปแล้ว เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างไม่ให้คนอื่นทำตาม

เมื่อไรนะที่นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจเมืองไทยที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าทุจริตคอรัปชั่น จะโดนแบบเมืองจีนบ้าง เพราะสอบสวนทีไรมักจะได้ปลาซิวปลาสร้อย ส่วนปลาตัวใหญ่ ๆ หลุดรอดไปเสียทุกที

บางคนอาจบอกว่า จีนทำได้เพราะมีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น การปกครองระบอบใดก็แล้วแต่หากผู้นำมีเจตนาแน่วแน่ที่จะให้มีการบริหารอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ ตามหลักธรรมาภิบาล และไม่ลูกหน้าปะจมูก ก็สามารถปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นได้ เพียงแต่การปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจเช่นคอมมิวนิสต์อาจทำให้การสืบสวนสอบสวนสะดวกรวดเร็วขึ้น

หันกลับมายังประเทศกำลังพัฒนาที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตยประเทศหนึ่ง คือ บังคลาเทศ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2550 ศาลพิเศษซึ่งอาจเทียบกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของไทยก็ได้ เพิ่งตัดสินจำคุกนายโมฮัมหมัด นาซิม อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย และหัวหน้าพรรคสันติบาตอวามิ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2550 รวม 13 ปี โดยติดคุก 10 ปีในข้อหา “ร่ำรวยผิดปกติ” และอีก 3 ปีในข้อหา “ ปกปิดการแจ้งข้อมูลทรัพย์สิน” ตามการฟ้องของ ป.ป.ช.บังคลาเทศ

นอกจากเจอคุกเข้าไป 13 ปีแล้ว นายนาซิมยังเจออีกคดีหนึ่งซึ่งเขาถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่นจากโครงการติดตั้งโทรศัพท์ดิจิตอลที่คดีจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 23 ตุลาคม 2550 นี้

ไม่เพียงแต่นายนาซิมโดนเข้าไป 13 ปี แม้แต่นางไลลา ภรรยาของเขายังโดนพิพากษาติดคุก 3 ปี ในข้อหาสนับสนุนให้สามีหาเงินโดยวิธีที่ผิดกฎหมาย แม้ไม่สนับสนุน แต่ภรรยาก็มีส่วนได้ใช้เงินที่ได้มาจากการคอรัปชั่นเพื่อความสุขของตนและครอบครัวด้วยเช่นกัน จึงต้องถูกลงโทษด้วย (คล้ายกับคดียุบพรรคในเมืองไทย) ต้องขอปรบมือให้กับศาลบังคลาเทศที่สร้างมาตรฐานใหม่ลงโทษคนโกงกิน

ไม่เพียงแต่เมืองไทยเท่านั้นที่กำลังฮิตเรื่องนักการเมืองต้องมี “คุณธรรมและจริยธรรม” และมีคดีนักการเมืองถูกกล่าวหาว่า “ร่ำรวยผิดปกติ” และ “ปกปิดการแจ้งทรัพย์สินไม่ตรงความจริง” ในประเทศอื่น นักการเมืองของเขาก็มีปัญหาการร่ำรวยผิดปกติและปกปิดบัญชีทรัพย์ การทุจริตคอรัปชั่นในโครงการขนาดใหญ่ เช่นกัน

แตกต่างกันตรงที่ประเทศเหล่านั้นสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ ที่สำคัญคือภรรยาที่สนับสนุนให้สามีทำผิดยังติดคุกด้วย แต่เมืองไทยยังเอาคนผิดมาลงโทษไม่ได้เสียที ไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงชาติหน้าตอนบ่ายหรือไม่อย่างไร

ผมนำเรื่องการคอรัปชั่นของประเทศอื่นมาเขียนบ่อยครั้ง ด้วยมีวัตถุประสงค์ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า บ้านเมืองอื่นก็มีปัญหานักการเมือง ข้าราชการคอรัปชั่น แต่บ้านเขาเอาจริงเอาจังและเอาคนผิดที่เป็น “ปลาใหญ่” มาลงโทษได้ คนไทยควรให้กำลังใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ง. ตำรวจ อัยการ ศาล เพื่อสร้างผลงานให้ประชาชนได้ชื่นใจ และพวกเราต้องช่วยกันคัดค้าน ประนามนักการเมือง ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ที่ทุจริตคอรัปชั่นในทุกระดับ ถ้าเมืองไทยมีการคอรัปชั่นน้อยลง บ้านเมืองคงพัฒนาไปมากกว่านี้