วิเคราะห์ข่าว
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนโลก

องค์กรเฝ้าตรวจสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน หรือที่รู้จักกันในนาม Human Right Watch (HRW) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐ ได้เผยแพร่รายงานประจำปี 2551 เมื่อ 31 มกราคม 2551 เกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนกว่า 75 ประเทศทั่วโลกในปี 2550 ที่ผ่านมา โดยสรุปว่า โลกควรให้การเอาใจใส่ต่อปัญหาสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสงครามกลางเมือง การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในประเทศชาด โคลอมเบีย สาธารณะรัฐประชาธิปไตยคองโก ภาคโอกาเดนของเอธิโอเปีย อิรัก โซมาเลีย ศรีลังกา ภาคดาร์ฟัวของซูดาน รวมทั้งสถานการณ์ที่รัฐบาลกดขี่ประชาชน เช่น ในพม่า คิวบา เอริเตรีย ลิเบีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซาอุดิอาราเบีย และเวียดนาม ตลอดจนการใช้อำนาจที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในสงครามต่อสู้การก่อการร้ายในฝรั่งเศส ปากีสถาน สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และอื่น ๆ

องค์กรฯ มองการพัฒนาประชาธิปไตยในโลกว่า ในปี 2550 หลายประเทศในโลก รวมทั้งประเทศไทย ที่มีการเลือกตั้ง แต่ปรากฎว่า มีการโกงกันอย่างกว้างขวาง ควบคุมกลไกการเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล สะกัดกั้นผู้สมัครฝ่ายค้าน ก่อความรุนแรงทางการเมือง เช่น สังหารคู่แข่ง คุกคามสื่อ และบ่อนทำลายหลักนิติธรรม โดยเฉพาะประธานาธิบดีมูชาราฟแห่งปากีสถานถึงกับแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์กับตนเองและพวกในการเลือกตั้ง องค์กรฯ ได้วิจารณ์ประเทศไทยที่ไม่ยอมลงนามในบันทึกความเข้าใจกับสหภาพยุโรปที่ฝ่ายหลังจะส่งตัวแทนมาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทย

ดังนั้น ไม่ใช่มีเฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่มีการโกง การซื้อสิทธิขายเสียง การใช้กลยุทธทุกรูปแบบทั้งผิดกฎหมายและถูกกฎหมาย เพื่อให้ตนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้วต่างก็มีการโกงการเลือกตั้งในรูปแบบต่าง ๆ จนเป็นเอกลักษณ์ของประเทศกำลังพัฒนาไปเสียแล้ว

องค์กรฯ มองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป ทั้งที่รู้ก็ไม่ทำอะไร โดยเกรงว่าจะเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น หรือกลัวว่าจะเสียโอกาสในการเข้าไปแสวงประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศนั้น หรือเสียโอกาสในการค้าขาย หรือเกรงว่าจะไม่ได้รับความร่วมมือจากประเทศนั้นในการต่อสู้กับลัทธิก่อการร้าย ดังนั้น องค์กรฯจึงเรียกร้องให้สหรัฐ สหภาพยุโรปกดดันให้ประเทศต่างๆ จัดให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรี บริสุทธิ์ ยุติธรรม ประชาชนมีเสรีภาพในการชุมนุม สื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และจัดให้มีการออกเสียงทางลับ อย่างไรก็ดี ปี 2550 ยังมีดีที่มีการนำอดีตผู้นำเปรู และไลบีเรีย ซึ่งคอรัปชั่นและละเมิดสิทธิมนุษยชน ฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีการสืบพยานกันครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2551

ท่านผู้อ่านคงสนใจว่า องค์กรฯ ได้รายงานเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างไรบ้าง รายงานในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยปีนี้ถือยาวพอสมควร องค์กรฯ ได้วิจารณ์ภาครัฐทั้งด้านบวกและลบ กล่าวคือ ด้านบวก องค์กรมองว่ารัฐบาลสุรยุทธ์ได้ดำเนินการหลายมาตรการในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในไทย ส่วนด้านลบนั้น องค์กร วิจารณ์ว่ารัฐบาลไทยกดดันสำนักงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ยกเลิกการให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่พวกม้งลาว รวมทั้งยังติดใจที่ไม่มีความคืบหน้าในกรณีฆ่าตัดตอนยาเสพติดสมัยรัฐบาลทักษิณ

องค์กรยังวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการตรวจสอบสื่อและอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะต่อ ทีไอทีวี. วิจารณ์การออกกฎหมายว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ซึ่งองค์กรฯ มองว่าเป็นการคุกคามเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชน กฎหมายความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตกเป็นเป้าหมายโจมตีโดยองค์กรฯ ซึ่งมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน รวมทั้งวิจารณ์การที่ คมช.ยังคงกฎอัยการศึกไว้ในหลายพื้นที่ซึ่งให้อำนาจทหารในการดูแลความสงบเรียบร้อย

องค์กรได้วิจารณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนและความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยไว้ค่อนข้างยาว โดยกล่าวหาว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนต้องรับผิดชอบต่อการที่พลเรือนทั้งไทยพุทธและมุสลิมกว่า 2,000 คนต้องเสียชีวิตจากการก่อการร้ายช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มแบ่งแยกดินแดนสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์บนความเกลียดชังด้านเผ่าพันธ์ เช่น โจมตีรถโดยสารที่จังหวัดยะลาและสังหารผู้โดยสารที่เป็นชาวไทยพุทธทั้งหมด มีการฆ่าตัดคอเหยื่อหรือเผาเหยื่ออย่างทารุณโหดร้ายเพื่อสร้างความหวาดกลัว กลุ่มแบ่งแยกดินแดนได้สังหารครูไปแล้วกว่า 80 คนในขณะที่ครูอีกกว่า 70 คนได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งมีการเผาโรงเรียนกว่า 200 โรง ครูกว่า 1,600 คนขอย้ายออกจากพื้นที่ มีการเผาที่ทำการอนามัยและสังหารเจ้าหน้าที่อนามัย ซึ่งกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณะสุขแก่ประชาชนในพื้นที่ การกระทำของขบวนการแบ่งแยกดินแดนถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

อย่างไรก็ดี องค์กรฯ ยังติดใจกรณีกรือเซะและตากใบอยู่เช่นเดิม รวมทั้งวิจารณ์การที่ทหารได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.สถานการณ์ฉุกเฉินที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้ ซึ่งบางส่วนถูกส่งไปฝึกอบรมอาชีพ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะหลัง องค์กรฯ เริ่มยอมรับว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นไม่ใช่มีแต่เฉพาะภาครัฐเท่านั้น แต่การที่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนทำร้ายพลเรือนผู้บริสุทธิ์จนบาดเจ็บล้มตาย ทำลายระบบการศึกษาและสาธารณะสุข เป็นสิ่งที่องค์กรฯ หยิบมาวิจารณ์อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มุ่งโจมตีแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐประการเดียว