|
|
|
บุชกับภารกิจแห่งความเมตตา |
|
|
|
ประธานาธิบดีบุชแห่งสหรัฐเยือนแอฟริกา 5 ประเทศคือ เบนิน แทนซาเนีย รวันดา กาน่าและไลบีเรีย เป็นเวลา 6 วันระหว่างวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2551 เพื่อเน้นให้เห็นว่า นโยบายต่างประเทศของสหรัฐไม่ใช่อยู่ที่อิรักเท่านั้น แต่สหรัฐยังเป็นผู้นำด้านมนุษยธรรม ผู้นำในการต่อสู้กับความยากจนและโรคระบาดร้ายแรง เช่น เอดส์ มาเลเรีย โดยใช้ทวีปแอฟริกาเป็นเวทีทดลองใช้นโยบายด้านมนุษยธรรม เชื่อกันว่า การเยือนแอฟริกาเป็นครั้งที่สองในปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง นอกจากเป็นการย้ำผลประโยชน์ของสหรัฐในแอฟริกาแล้ว น่าจะเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีให้กับพรรครีปับลิกันด้วย เพื่อให้คนอเมริกันเห็นว่า นโยบายต่างประเทศของบุชไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องอิรัก อัฟกานิสถาน อิหร่าน เกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังเน้นด้านมนุษยธรรมต่อประเทศยากจนด้วย
ที่เบนิน บุชได้ให้สัญญากับผู้นำเบนินว่า สหรัฐจะพยายามเอาใจเกษตรกรแอฟริกันตะวันตกที่ปลูกฝ้ายซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลบุชที่ให้การสนับสนุนเกษตรกรอเมริกัน แต่บุชมีข้อแม้ว่า จะลดการสนับสนุนเกษตรกรอเมริกันถ้าประเทศในแอฟริกายอมให้สหรัฐส่งสินค้าเข้ามาขายได้
ที่แทนซาเนีย บุชบริจาคมุ้งซึ่งคนไทยรู้จักดีให้กับชาวแทนซาเนีย เพื่อป้องกันไข้มาเลเรีย ซึ่งฆ่าเด็กชาวแทนซาเนียอายุต่ำกว่า 5 ขวบตายปีละกว่า 1 ล้านคน และบริจาคเงินเพิ่มให้แทนซาเนียเป็นสองเท่านั้นสำหรับ 5 ปีข้างหน้าในการป้องกันโรคเอดส์
จากแทนซาเนีย บุชเดินทางต่อไปยังประเทศรวันดา ประเทศที่สหรัฐให้ความช่วยเหลือในการฝึกอบรมทหารรวันดาประมาณ 7,000 คน รวมทั้งมอบอาวุธประจำกายและช่วยเหลือในการลำเลียงทหารรวันดาไปประจำอยู่ในซูดานในฐานะกองกำลังสหประชาชาติดูแลความวุ่นวายที่เมืองดาฟัวร์ ที่มีสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลและฝ่ายกบฎซึ่งทำให้คนเสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2 แสนคน โดยสหรัฐมองว่า นี่คือการฆ่าล้างเผ่าพันธ์
จากรวันดา บุชเดินทางต่อไปยังกานา ซึ่งเป็นขุมทองและเพชร ประเทศที่ประชาธิปไตยมั่นคง และไม่มีปัญหาความขัดแย้งด้านเผ่าพันธ์ และยังมีบทบาทในการช่วยเหลือรักษาสันติภาพในแอฟริกา รัฐบาลกานาพัฒนาเศรษฐกิจก้าวหน้าด้วยดีและลดความยากจนในประเทศได้อยางน่าสนใจ ดังนั้น สหรัฐจึงให้ความช่วยเหลือเงินต่อสู้กับโรคร้าย การสร้างถนน อบรมครูและเป็นตลาดสินค้าเกษตรของสหรัฐ สหรัฐเป็นคู่ค้าใหญ่ของกานา ปี 2550 กานาได้รับความช่วยเหลือด้านการพัฒนาจากสหรัฐ 55 ล้านดอลลาร์ ส่วนปี 2509 ได้รับความช่วยเหลือแพคเกจโครงการต่อเนื่อง 5 ปีถึง 547 ล้านดอลลาร์
ทริพนี้ของบุชจบลงที่ไลบีเรีย ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่เสนอให้สหรัฐย้ายฐานของ บ.ก.แอฟริคอม มาตั้งที่ไลบีเรีย ประเทศนี้มีประวัติศาสตร์ใกล้ชิดกับสหรัฐและคนไลบีเรียดำเนินชีวิตตามแบบคนอเมริกัน พูดภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน แม้แต่ธงก็เลียนแบบธงอเมริกา แต่มีดาวเพียงดวงเดียว ประชาธิปไตยมั่นคง
การเยือนแอฟริกาครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า บุชเลือกไปยังประเทศที่มีผู้นำเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นนักประชาธิปไตย โดยสหรัฐให้การสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา สาธาณะสุขและการทหาร แต่หลีกเลี่ยงไปยังซึ่งมีปัญหาด้านประชาธิปไตย เช่น เคนยาซึ่งมีการจลาจลทางการเมืองอยู่ขณะนี้ เพราะฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลโกงการเลือกตั้ง ซิมบับเวซึ่งมีผู้ปกครองเป็นเผด็จการ ซูดานซึ่งมีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ และไนจีเรียซึ่งมีการปะทะกันระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มก่อการร้าย
สหรัฐประกาศตัวเป็นผู้นำโลกด้านสิทธิมนุษยชนในการต่อสู้กับความยากจน และโรคระบาดร้ายแรง เช่น เอดส์ มาเลเรีย แอฟริกาเป็นทวีปที่สหรัฐให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากที่สุด สหรัฐให้ความสนใจแอฟริกาซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของตน สหรัฐต้องการหาความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ในการต่อต้านลัทธิก่อการร้าย ลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่งจากกลุ่มนักรบอิสลาม ที่เป็นเป็นเครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มอัล กออิดะ สุดท้ายคือ แอฟริกาเป็นอีกเวทีหนึ่งในการแข่งอิทธิพลระหว่างสหรัฐ รัสเซียและจีน โดยเฉพาะการคานอิทธิพลจีนซึ่งขยายมากขึ้นในแอฟริกา
บุชเรียกการเยือนแอฟริกาของตนครั้งนี้ว่า เป็น ภารกิจแห่งความเมตตา หรือ Mission of Mercy ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับการหาเสียงให้กับพรรครีปับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้ และเพื่อตนเองด้วย เพราะนโยบายอิรักทำให้คะแนนนิยมของบุชตกต่ำมากในสมัยสองของการครองอำนาจ เขาจึงต้องแสดงให้คนอเมริกันเห็นว่า นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลบุชไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องอิรัก อิหร่าน อัฟกานิสถาน และเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังมีนโยบายต่างประเทศด้านมนุษยธรรม บุชพยายามใช้ประเด็นมนุษยธรรมสร้างความชอบธรรมให้กับตน
อย่างไรก็ดี การเยือนแอฟริกาครั้งนี้ ผู้นำบางชาติ เช่น ลิเบีย ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ ระแวงว่า สหรัฐจะขยายอิทธิพลของตนเข้าไปในแอฟริกามากขึ้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านพลังงาน จากการที่บุชมีแผนจะย้าย บ.ก.แอฟริคอม ซึ่งมีภารกิจสร้างสันติสุขและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเยอรมนีไปอยู่ในแอฟริกา คล้ายกับไปตั้งฐานทัพในแอฟริกา ผู้นำกานาถึงกับถามเรื่องนี้ตรง ๆ กับบุช ซึ่งบุชชี้แจงว่า ทั้งหมดเป็นข่าวลือ สหรัฐไม่ต้องการขยายอิทธิพลในแอฟริกาแต่อย่างใด หากจะย้าย บ.ก. แอฟริคอม มาอยู่ที่แอฟริกาซึ่งอาจเป็นที่ไลบีเรีย ก็เพื่อให้การทำงานภารกิจเพื่อช่วยเหลือชาวแอฟริกาสะดวกขึ้นเท่านั้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นเป็นอย่างอื่น
ทำไมผมจึงวิเคราะห์เรื่องบุชเยือนแอฟริกา ทั้งที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับไทยโดยตรงหรืออ้อม แต่ที่เขียนเรื่องนี้ เพราะผู้นำไทยอาจใช้เป็นกรณีศึกษาว่า ในบางครั้ง การแสดงตนว่าเป็นนักมนุษยธรรม และใช้นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน เป็นสื่งที่ช่วยสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองให้กับตนได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน
|
|
|
|