|
|
|
การเปลี่ยนผ่านอำนาจในรัสเซีย |
|
|
|
การเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียผ่านไปแล้วเมื่อ มีนาคม 2551 โดยนายดีมิตรี เมดเวเดฟ ม้าจากคอกพรรคสหรัสเซีย ที่อดีตประธานาธิบดีปูติน ส่งเข้าแข่ง ได้ชัยชนะอย่างท่วมท้นตามความคาดหมาย โดยเข้าเส้นชัยทิ้งคู่แข่งจากทุกพรรคหลายช่วงตัว ทั้งนี้ เขาได้คะแนนเสียงถึงร้อยละ 70 เกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น เพราะหมอดูหมอเดาฟันธงไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า อย่างไรเสีย นายเมดเวเดฟ ต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน
การเมืองรัสเซียนั้น สังคมโลกรู้จักประธานาธิบดีปูตินเป็นสำคัญ ชื่อของนายเมดเวเดฟ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีแทบไม่มีใครรู้จัก แต่เนื่องจากปูตินดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบ 2 วาระตามรัฐธรรมนูญแล้ว เขาไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีต่อเนื่องเป็นสมัยที่สามได้ จึงผลักดันให้เด็กในคาถา คือ นายเมดเวเดฟ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และตนเองจะไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการวางแผนไว้แล้วว่า เมื่อนายเมดเวเดฟ เป็นประธานาธิบดี ก็จะแต่งตั้งปูตินให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน
เป็นที่น่าสังเกตว่า สมัยเยลต์ซินเป็นประธานาธิบดี ปูตินเป็นนายกรัฐมนตรี และเยลต์ซินเป็นคนสนับสนุนให้ปูตินขึ้นเป็นประธานาธิบดี ครั้งนี้ก็เช่นกัน ปูตินสนับสนุนให้เมดเวเดฟเป็นประธานาธิบดี และตัวเขาจะไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจน้อยกว่าแทน
คำถามคือ ว่าที่ประธานาธิบดีเมดเวเดฟจะมีอิสระในการปกครองประเทศเต็มที่หรือเปล่า และว่าที่นายกรัฐมนตรีปูตินจะยอมตัวเป็นเบอร์สอง และค่อย ๆ ถอยห่างจากการเมืองจริงหรือ
ย้อนเวลากลับไปเมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2542 เมื่ออดีตประธานาธิบดีเยลต์ประกาศต่อสาธารณะชนลาออกจากตำแหน่ง และให้ปูติน ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้เพียง 4 เดือน ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน ประธานาธิบดีปูตินขึ้นมาในช่วงเวลาที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติที่สุด เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำที่สุด ค่าเงินรูเบิลอ่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ รัสเซียแทบล้มละลายจากการเป็นหนี้ต่างประเทศ ประชาชนเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า รัสเซียมีปัญหากลุ่มก่อการร้ายเชซเนีย ความยิ่งใหญ่ของรัสเซียสมัยสหภาพโซเวียดแทบไม่เหลือ คนรัสเซียไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากกับประธานาธิบดีคนใหม่ทื่ชื่อปูตินแต่อย่างใด
พอขึ้นรับตำแหน่งไม่เท่าใด ปูตินก็เจอกับกรณีเรือดำน้ำนิวเคลียระเบิดและจมสู่ก้นทะเล ทำให้ลูกเรือ 118 คนตายหมด เขาถูกโจมตีว่าปล่อยให้ลูกเรือตายโดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากตะวันตกที่เสนอตัวเข้าช่วยเหลือ
แต่หลังจากนั้น ปูตินได้แสดงความเป็นผู้นำที่เด็ดเดี่ยว สัญชาติญานของอดีตหัวหน้าใหญ่ เค.จี.บี. ได้ปรากฎขึ้น เมื่อเขาเข้ายึดสถานีโทรทัศน์ที่มีอิทธิพลที่สุดมาเป็นของรัฐ ปูตินสั่งจับนักธุรกิจการเมืองที่มีอิทธิพลอย่างนายมิคาย โคโดคอฟสกี้ เจ้าพ่อน้ำมันขังคุกได้อย่างไม่หวั่นเกรงอิทธิพลแต่อย่างใด ซ้ำยังจัดการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มก่อการร้ายเชซเนียที่เข้ายึดโรงละคอนในมอสโคว์ และยึดโรงเรียนพร้อมกับจับนักเรียนและครูเป็นตัวประกัน โดยผู้ก่อการร้ายไม่รอดชีวิตกลับไปแม้แต่คนเดียว แม้จะต้องแลกกับชีวิตของผู้บริสุทธิ์เป็นร้อยคนก็ตาม แม้จะถูกวิจารณ์จากตะวันตกบ้างก็ตาม แต่ตะวันตกก็พอใจที่ปูตินไม่ยอมประนีประนอมกับกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งเป็นท่าทีของตะวันตก ส่วนนักหนังสือพิมพ์รัสเซียที่วิจารณ์การกระทำของรัฐบาลปูตินอย่างรุนแรง ถูกยิงตายในอพาตเม็นต์ของเธอ
ภายใต้การบริหารของปูตินซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ลัทธิทุนนิยม เศรษฐกิจรัสเซียดีขึ้นเรื่อย ๆ นักลงทุนต่างประเทศ มหาเศรษฐีพันล้านจากนิวยอร์ค บริษัทรถเมอร์ซีดีส เบนซ์ จากเยอรมนี แห่กันมาลงทุนในรัสเซีย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คอนโดสูงสำหรับคนรวยผุดขึ้นชานเมืองรอบกรุงมอสโคว์ ที่เศรษฐีรัสเซียแห่กันไปจับจอง ปูตินเริ่มเป็นที่นิยมของคนรัสเซียมากขึ้น เมื่อคนรัสเซียเริ่มมองเห็นว่า ผู้นำคนนี้จะนำรัสเซียกลับสู่ความยิ่งใหญ่เช่นสมัยสหภาพโซเวียดอีกครั้งหนึ่ง
หากดูเส้นกร๊าฟสถิติ จะเห็นว่า เศรษฐกิจของรัสเซียสมัยเยลต์ซินต่ำมาตลอด จนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2541 และถึงจุดต่ำสุดเมื่อปี 2542 แต่เริ่มเงยหัวขึ้นเมื่อปี 2543 เพราะรายได้จากภาษีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เมื่อปูตินเข้ามา เส้นกร๊าฟสูงขึ้นเรื่อย ๆ แบบ 45 องศา จีดีพี.ของรัสเซียปี 2548 อยู่ในอันดับ 10 ของโลก ปี 2549 ซึ่งต่ำกว่าประเทศอุตสาหกรรมร่ำรวยทั้ง 8 จีดีพี.ของรัสเซียโตขึ้นร้อยละ 6.7 จากที่ตะวันตกมองรัสเซียแบบดูถูก แต่วันนี้ ตะวันตกต้องเฝ้าจับตาดูเศรษฐกิจของรัสเซียเป็นพิเศษ
เมื่อสหรัฐถูกกลุ่มก่อการร้ายโจมตีในกรณี 11 กันยายน 2544 ปูตินเป็นคนแรกที่โทรศัพท์ไปหาประธานาธิบดีบุชแสดงความเห็นใจและเสนอพร้อมจะช่วยเหลือ และไม่ขัดข้องในกรณีที่สหรัฐจะรื้อฟื้นตั้งฐานทัพอากาศในประเทศเอเชียกลาง แต่เมื่อสหรัฐปลุกระดมให้ประเทศอดีตสหภาพโซเวียดลุกฮือขึ้นขจัดอิทธิพลของรัสเซียออกไปภายใต้การปฏิวัติประชาธิปไตย การที่สหรัฐเข้ามาแทรกแซงกรณีโคโซโว และการที่สหรัฐพยายามตั้งโครงการขีปนาวุธเพื่อปิดล้อมรัสเซีย ทำให้ปูตินไม่พอใจสหรัฐอย่างแรง
8 ปีภายใต้การบริหารของปูติน เศรษฐกิจรัสเซียฟื้นตัวจนกลับสู่ความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน รัสเซียสามารถใช้หนี้ต่างประเทศได้หมดในเวลาอันรวดเร็ว รัสเซียเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนอกกลุ่มโอเปค ที่ใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาตเป็นเครื่องมือสนองนโยบายต่างประเทศของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปูตินรื้อฟื้นความเป็นมหาอำนาจทางทหารของสหภาพโซเวียดกลับคืนมาอีกครั้ง ปูตินพร้อมที่จะทุบโต๊ะตอบโต้สหรัฐได้ทุกเมื่อทุกเวลา
ในขณะที่ปูตินไม่อาจครองตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ได้ ปูตินจำเป็นต้องวางแผนเพื่อให้การฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของรัสเซียสะดุด นั่นคือ เอาคนที่ไว้ใจได้ที่สุด นายดมิตรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรี ขึ้นไปนั่งในตำแหน่งประธานาธิบดี โดยที่นายเมดเวเดฟถูกบังคับให้แต่งตั้งปูติน เป็นนายกรัฐมนตรี
ปูตินจำเป็นต้องถือบังเหียนนำพารถที่ชื่อรัสเซียไปสู่จุดหมายที่วางไว้ นั่นคือ ความยิ่งใหญ่ของรัสเซียที่ดีกว่าสมัยสหภาพโซเวียด คำถามคือ ปูตินจะกุมอำนาจไว้ได้ต่อไป และเมดเวเดฟจะยอมเป็น นอมินี อยู่ภายใต้การบงการของปูตินตลอดไป หรือไม่อย่างไร
|
|
|
|