วิเคราะห์ข่าว
เสรีภาพของสื่อทั่วโลก

ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรของไทยและสื่อมวลชนกำลังถกแถลงกันเรื่องเสรีภาพของสื่อมวลชนว่าถูกคุกคามจากรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่อย่างไรนั้น เอ็น.จี.โอ ฝรั่งซึ่งเรียกตัวเองว่าเป็น “ผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน” ได้เปิดเผยรายงานประจำปี 2551 ซึ่งเป็นการสำรวจประเทศที่ให้เสรีภาพทางสื่อมากที่สุดจนถึงน้อยที่สุด ในช่วงปี 2551 ที่ผ่านมา โดยเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ อยู่ใน 6 อันดับแรก ส่วนท้ายสุดคือ เกาหลีเหนือ เป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศที่มีเสรีภาพสื่อมากที่สุด มีปัญหาด้านสื่อเพียงร้อยละ 0.50 ส่วนประเทศที่ให้เสรีภาพสื่อน้อยที่สุดคือเกาหลีเหนือ มีปัญหาคุกคามสื่อถึงร้อยละ 107.5 ถือว่าห่างกันมาก รองบ๊วยคือ คิวบา

ประเทศที่มีการคุกคามสื่อมากที่สุดส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกและตะวันออกกลาง ประเทศที่ถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับแย่ที่สุด เป็นประเทศในทวีปเอเชียถึง 8 ประเทศ คือ เกาหลีเหนือ พม่า จีน เวียดนาม ภูตาน ลาว ซาอุดิอาราเบีย อิหร่าน ซิมบับเว ซีเรีย

ประเทศที่สื่อมวลชนมีเสรีภาพมากที่สุดในกลุ่มแรก ๆ เป็นประเทศฝรั่งในยุโรปตะวันตก คือ เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ เนเธอแลนด์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมนี สวีเดน ออสเตรีย แคนาดา ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม ส่วนฝรั่งที่อยู่นอกยุโรปคือ นิวซีแลนด์ แคนาดา เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศเหล่านี้ให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชนมาก ส่วนสเปนและอิตาลีอยู่ลำดับที่ 39 เท่ากัน เป็นที่น่าสังเกตว่า ฝรั่งยุโรปตะวันออกซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปแทรกอยู่ในลำดับต้นๆ เช่น สโลวาเกีย ลัตเวีย เอสโตเนีย สโลวีเนีย เช็ค บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า ฮังการี โปแลนด์ ส่วนสหรัฐอยู่ในลำดับที่ 22 เท่าเบลเยี่ยม อังกฤษอยู่ลำดับ 28 เท่าฮังการี ส่วนรัสเซียนั้นอยู่ในลำดับที่ 140

หากดูประเทศในเอเชียตะวันออก ประเทศที่ให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชนมากที่สุดเรียงตามลำดับคือ ฮ่องกง (34) ญี่ปุ่น (42) เกาหลีใต้ (48) ไต้หวัน (60) มองโกเลีย (73) ศรีลังกา (109) อินเดีย(120) ปากีสถาน (150) จีน (162) ส่วนเกาหลีเหนืออยู่ในลำดับโหล่สุด (167) ติดต่อกันมาสามปีแล้ว

สำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียนนั้น เรียงตามลำดับดังนี้ ไทย มีเสรีภาพสื่อมากที่สุด ( ลำดับที่ 59 ดีขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ลำดับ 82 ) กัมพูชา (109) ฟิลิปปินส์ (111) อินโดนีเซีย (117) มาเลเซีย (122) สิงคโปร์ (147) ลาว (153) เวียดนาม (161) พม่า (165) ทั้งนี้ ไม่รวมบรูไน อย่างไรก็ดี

เรื่องนี้ต้องย้อนไปดูวิธีการสำรวจขององค์กรนี้ ซึ่งเปิดเผยว่า ได้ใช้วิธีออกแบบสอบถามนักหนังสือพิมพ์ นักวิจัย นักกฎหมายและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อในประเทศนั้น ๆ รวม 167ประเทศ ส่วนประเทศที่ไม่รวมอยู่ในจำนวนนี้ องค์กรอ้างว่าเพราะขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้สนับสนุนอย่างเพียงพอ อาจเป็นเพราะผู้ถูกสอบถามไม่กล้าตอบคำถามก็ได้

องค์กรได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ความร่ำรวยของประเทศนั้นไม่เกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อ กล่าวคือ ไม่ได้หมายถึงว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องให้เสรีภาพแก่สื่อมากที่สุดเสมอไป น่าจะขึ้นอยู่ที่ว่าประเทศนั้นเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใดมากกว่า เช่น สื่อในประเทศร่ำรวยน้ำมันในตะวันออกกลางถูกจำกัดเสรีภาพอย่างมาก เพราะประเทศเหล่านั้นยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ประเทศที่มีรัฐบาลประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งไม่ได้หมายถึงว่าจะให้เสรีภาพแก่สื่อมวลชนเต็มที่ บางทีเจ้าของสื่อก็ต้องระมัดระวังการเสนอข่าวของฝ่ายข่าวเพราะกลัวกระทบต่อธุรกิจของตน บางทีสื่อมวลชนก็ถูกคุกคามจากองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ เช่น ถูกคุกคามจากพรรคการเมือง แก๊งค์อันธพาล ผู้มีอิทธิพล และกลุ่มกองโจรภายในประเทศ สำหรับประเทศที่มีการสู้รบกัน ผู้สื่อข่าวตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงบ่อยครั้ง

ไทยกระโดดจากอันดับที่ 82 ในปีก่อนมาอยู่อันดับที่ 59 ในรายงานปีนี้ แสดงว่า เสรีภาพของสื่อไทยปี 2550 ในสายตาขององค์กรนี้ดีขึ้นมาก แม้ว่าในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจก็ตาม ในขณะที่รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ถูกวิจารณ์ว่า แม้ไม่มีการเซ็นเซอร์ข่าว แต่ได้ใช้มาตรการอย่างอื่นแทน เช่น กดดันเจ้าของสื่อ เจ้าของรายการ โดยการข่มขู่ตัดโฆษณาจากสปอนเซอร์รายใหญ่ เป็นต้น ส่วนรัฐบาลใหม่ก็เริ่มโดนกล่าวหาว่าคุกคามเสรีภาพของการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเป็นหัวข้อวิวาทะหนึ่งในขณะนี้

แม้เสรีภาพของสื่อมวลชนได้รับการประกันโดยรัฐธรรมนูญ มิได้หมายถึงว่า สื่อมวลชนมีเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ การที่สื่อได้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวถือว่า มีอำนาจไม่แพ้ผู้ถือกฎหมายทีเดียว บางคนมองว่า ปากกามีอำนาจมากกว่าปากกระบอกปืนด้วยซ้ำ ดังนั้น สื่อมวลชนจึงต้องมี “จรรยาบรรณ” และความรับผิดชอบเป็นสิ่งกำกับพฤติกรรม มิฉนั้น อาจมีการใช้เสรีภาพเกินขอบเขตหรือใช้อำนาจในทางที่ผิดก็ได้ สื่อต้องตระหนักเสมอว่า อำนาจที่สังคมให้มานั้น สื่อต้องใช้ไปเพื่อประโยชน์ของสังคม ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง