วิเคราะห์ข่าว
ประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษ

เมื่อเขียนถึงประเทศที่ถูกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐมองว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทำให้นึกถึงประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษ ( Countries of Particular Concern) เพราะการจัดลำดับประเทศทั้งสองประเภทนี้กระทำโดยกระทรวงต่างประเทศอเมริกันเหมือนกัน และประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษลำดับต้น ๆ ก็อยู่ในท้อปเท็นของประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นพิเศษเหมือนกัน การจัดลำดับของประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษ แตกต่างกันอย่างไร เพราะรายชื่อที่อยู่ในลำดับต้น ๆ มักจะคล้ายกัน

บางคนตั้งคำถามว่า ทำไมสหรัฐไม่จัดประเทศซาอุดิอาราเบียไว้ในท็อปเท็นของประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุดในโลกในสายตาของสหรัฐ แต่กลับไปใส่ซาอุดิอาราเบียไว้ในประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษแทน

ประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษ นั้น สหรัฐมองเฉพาะในการเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพทางศาสนาซึ่งถือว่าเป็นนโยบายต่างประเทศที่สหรัฐให้ความสำคัญไว้ในลำดับต้น ๆ อีกทั้งสหรัฐเองมี “กฎหมายเฉพาะว่าด้วยสิทธิเสรีภาพทางศาสนาระหว่างประเทศ ปี 2531” กระทรวงต่างประเทศสหรัฐจึงต้องเฝ้าจับตาดูประเทศต่าง ๆ ว่าได้ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือศาสนา เรื่องความเชื่อทางศาสนาและการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อมากน้อยเพียงใด แต่ละปี กระทรวงต่างประเทศหรัฐได้จัดทำรายงานประจำปีว่าด้วยการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาของประเทศต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ “ ประเทศที่สหรัฐมีความกังวลเป็นพิเศษ” เพื่อรายงานรัฐสภา และรัฐบาลสหรัฐจะใช้มาตรการต่าง ๆ กดดันรัฐบาลประเทศที่เกี่ยวข้อง รัฐสภาอาจไม่อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือแก่รัฐบาลต่างชาติที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพทางศาสนาของประชาชนของตนได้

ปี 2546 สหรัฐกำหนดประเทศที่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางศาสนาอย่างร้ายแรง คือ พม่า จีน อิหร่าน อิรัก เกาหลีเหนือ และซูดาน
ปี 2547 ประเทศที่มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางศาสนาอย่างร้ายแรง คือ จีน เกาหลีเหนือ พม่า อิหร่าน ซูดาน อีริตเตรีย ซาอุดิอาราเบีย และเวียดนาม
ปี 2548 มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นเช่นเดิม คือ พม่า จีน อีริตเตรีย อิหร่าน เกาหลีเหนือ ซาอุดิอาราเบีย ซูดาน เวียดนาม
ปี 2549 มีซาอุดิอาราเบีย จีน เกาหลีเหนือ ซูดาน อิหร่าน อีริตเตรีย และพม่า ปากีสถาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน เข้ามาแทน
ปี 2550 มีทั้งหมด 11 ประเทศ คือ พม่า เกาหลีเหนือ อีริตเตรีย อิหร่าน ปากีสถาน จีน ซาอุดิอาราเบีย ซูดาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน และเวียดนาม และมีประเทศที่ถูกจับตามอง คือ อัฟกานิสถาน เบลารุส อียิปต์ บังคลาเทศ คิวบา อินโดนีเซีย ไนจีเรีย อิรัก

เป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศต่างๆ ที่สหรัฐระบุว่ามีการละเมิดเสรีภาพทางการศาสนาอย่างรุนแรงมักวนเวียนอยู่ในกลุ่มเดิม ๆ โดยตำแหน่งสลับกันไปบ้างในแต่ละปี แต่จะเป็นหน้าเดิมทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี หากรัฐมนตรีต่างประเทศเห็นว่ารัฐบาลประเทศใดมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก็อาจลดลำดับหรือตัดออกจากกลุ่มที่ละเมิดเสรีภาพทางศาสนาอย่างร้ายแรง ไปอยู่ในประเทศที่ถูกจับตามอง ( Watch List) ก็ได้ ประเทศที่มีการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาอย่างรุนแรงมักจะอยู่ลำดับต้น ๆ ของประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงเช่นกัน

ในรายงานปี 2550 ได้ระบุถึงประเทศในทวีปต่าง ๆ ที่มีการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาของประชาชนในประเทศอย่างร้ายแรง เช่นทวีปแอฟริกา มีอีริตเตรีย ไนจีเรีย ในยุโรปและยูเรเชีย มีเบลารุส จอร์เจีย รัสเซีย เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน ในตะวันออกกลางมีอียิปต์ อิหร่าน ซาอุดิอาราเบีย เอเชียใต้มีอัฟกานิสถาน บังคาเทศ อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา ที่น่าสนใจคือในเอเชีย มีพม่า จีน อินโดนีเซีย เกาหลีเหนือ ลาว เวียดนาม โดยไม่มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย เพราะถ้าสหรัฐใส่ประเทศไทยไว้ในบัญชีประเทศที่มีการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาอย่างรุนแรง หรืออยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง รัฐบาลไทยและประชาชนไทยคงออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง

เพราะไทยเป็นประเทศที่ให้เสรีภาพทางศาสนาแก่ประชาชนและชาวต่างชาติในไทยอย่างเต็มที่ ทั้งศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์ และลัทธิความเชื่อต่าง ๆ รวมทั้งให้เสรีภาพในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างเต็มที่ ตราบใดที่ไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชาวต่างชาติที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในไทย หรือเข้ามาทำงานในประเทศ ต่างมีเสรีภาพในการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของตน คนไทยและชาวต่างชาติในไทยแม้จะมีความแตกต่างในการนับถือศาสนาและความเชื่อ ต่างอยู่ด้วยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา อาจกล่าวได้ว่า ไทยเป็นประเทศหนึ่งในจำนวนน้อยประเทศที่ให้เสรีภาพด้านการนับถือและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่ออย่างเต็มที่

จนกระทั่งมีพวกหัวรุนแรงสุดโต่งกลุ่มหนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่พยายามใช้ความแตกต่างทางศาสนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ก่อให้เกิดความรุนแรงจนถึงขณะนี้ ซึ่งได้รับการประนามไม่เพียงจากคนไทยในประเทศเท่านั้น แต่ยังถูกประนามจากสังคมโลกด้วย