|
|
|
การก่อการร้ายกับกีฬาโอลิมปิค |
|
|
|
ตำรวจจีนได้สังหารผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายที่วางแผนโจมตีกีฬาโอลิมปิคที่จีนเป็นเจ้าภาพ โดยตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งที่เมืองอูลุมกิ เมืองหลวงของมณทลซินเจียงเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2551 และยึดวัสดุอุปกรณ์ อาทิ ปืน ระเบิดทำเอง วัสดุเพื่อการฝึกก่อการร้าย และเอกสารเผยแพร่อุดมการณ์กลุ่มคลั่งศาสนา ที่ผู้ต้องสงสัยเตรียมการไว้เพื่อก่อวินาศกรรมกีฬาโอลิมปิค ตำรวจสามารถสังหารผู้ต้องสัยที่ต่อสู้ได้ 2 คน และอีก 15 คนถูกจับกุม ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มที่ถูกจับได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์ที่ต้องการแยกบางส่วนของมณทลซินเจียงเป็นเอกราช ส่วนอีกกรณีหนึ่งเกิดเมื่อ 7 มีนาคม 2551 คือ ลูกเรือบนเครื่องบินโดยสารเซาเทอร์นไชน่าซึ่งบินจากเมืองอูลิมกิสามารถป้องกันผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายวางแผนระเบิดเครื่องบิน และกัปตันสามารถนำเครื่องบินร่อนลงฉุกเฉินที่เมืองลานซู โดยผู้โดยสารทุกคนปลอดภัย
จีนเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิคที่จะมีขึ้นในเดือนสิงหาคม 2551 นอกจากเตรียมการด้านกีฬาแล้ว หน่วยงานด้านความมั่นคงของจีนได้เตรียมมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศเข้ามาก่อเหตุร้ายได้
ทุกประเทศที่เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค ย่อมให้ความสำคัญเร่งด่วนด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการก่อการร้าย เพราะทุกประเทศต่างมีประสบการณ์จากกที่กลุ่มก่อการร้ายปาเลสไตน์ที่โจมตีนักกีฬาอิสราเอลระหว่างกีฬาโอลิมปิคที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ประมาณปี 2515 ยิ่งเมื่อกลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศอาละวาดมากขึ้น ทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ทุกประเทศเจ้าภาพโอลิมปิคจึงต้องกำหนดมาตรการอย่างเข้มงวดด้าน รปภ. เพื่อป้องกันการก่อการร้าย
ในช่วงเตรียมการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของประเทศเจ้าภาพจะเดินทางไปเยือนประเทศที่เคยเป็นเจ้าภาพมาก่อน เพื่อศึกษามาตรการด้าน รปภ. ที่นำใช้ช่วงก่อน ระหว่าง และหลังกีฬาโอลิมปิค และขอความร่วมมือจากหน่วยงานความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ ช่วยแจ้งข่าวสารหากมีกลุ่มใดคิดจะมาก่อการร้ายในช่วงที่ตนเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค
ออสเตรเลียเคยเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคมาก่อนจีน ช่วงเวลานั้น หน่วยงานด้านความมั่นคงของออสเตรเลียทำงานหนักมาก เพราะต้องรับผิดชอบด้าน รปภ. เพื่อให้งานโอลิมปิคดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย แต่ปัจจัยเสี่ยงจากด้านการก่อการร้ายค่อนข้างสูง เพราะมีข่าวว่าผู้ก่อการร้ายวางแผนจะเข้าไปก่อเหตุร้ายในออสเตรเลีย ออสเตรเลียซึ่งเป็นเกาะใหญ่มีชายฝั่ง 25,760 กิโลเมตร ดังนั้น ทางการออสเตรเลียจึงต้องวางมาตรการป้องกันผู้ก่อการร้ายลักลอบเข้าประเทศทั้งทางบกและทางทะเล ซึ่งมีจุดอ่อนในการป้องกันมากมาย จากการใช้ระดมกำลังทั้งตำรวจ ทหาร หน่วยป้องกันทางเรือ อากาศแล้ว สำคัญที่สุดคือการขอความร่วมมือด้านการข่าวกรองจากประเทศพันธมิตร ทั้งจากสหรัฐ อังกฤษ และอาเซียน
โดยเฉพาะอาเซียนซึ่งถือว่าเป็นด่านหน้าของออสเตรเลีย เพราะผู้ก่อการร้ายจากตะวันออกกลางจะเข้าออสเตรเลียได้ก็ต้องผ่านอาเซียนก่อน ที่สำคัญคือ ในกลุ่มประเทศมุสลิมอาเซียนเอง มีกลุ่มหัวรุนแรงที่หน่วยงานความมั่นคงของประเทศนั้นเฝ้าจับตาดูอยู่ การแสวงหาความร่วมมือจากอาเซียนจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก
ทางการจีนถือว่า ลัทธิก่อการร้าย ลัทธิแบ่งแยกดินแดนและลัทธิรุนแรงสุดโต่งทางศาสนา เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อกีฬาโอลิมปิคที่จีนเป็นเจ้าภาพ หน่วยงานความมั่นคงของจีนจับตาดูเป็นพิเศษ คือ กลุ่มแบ่งแยกดินแดนอุยกูร์ในมณทลซินเจียง หรือ ขบวนการอิสลามเติร์กตะวันออก ( อี.ที.ไอ.เอ็ม) ซึ่งเป็นคนจีนมุสลิมเชื้อสายเติร์กเมนิสถานที่มีเผ่าพันธ์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างจากคนจีนซึ่งมีเชื้อสายฮั่น โดยใช้ปากีสถานและอัฟกานิสถานเป็นฐาน ทางการจีนเกรงว่า กลุ่มนี้อาจฉวยโอกาสนี้ก่อเหตุร้ายในกีฬาโอลิมปิค เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ขบวนการตนเองให้รู้จักไปทั่วโลก
นอกจากกลุ่มก่อการร้ายภายในประเทศแล้ว ทางการจีนยังต้องจับตาดูกลุ่มก่อการร้ายนอกประเทศด้วย โดยเฉพาะจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจฉวยโอกาสเข้ามาทำร้ายนักกีฬาประเทศอื่นในช่วงแข่งขันกีฬาโอลิมปิค เช่นที่เคยเกิดขึ้นในมิวนิคได้ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อตัวเอง แต่ทำให้จีนเสียชื่อในฐานะเจ้าภาพ ดังนั้น ทางการจีนจึงต้องขอความร่วมมือด้านข่าวกรองจากมิตรประเทศเพื่อช่วยกันป้องกันการโจมตีจากกลุ่มก่อการร้าย
ในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคครั้งนี้ ไม่เพียงแต่การก่อการร้ายเท่านั้นที่สร้างความกังวลให้กับทางการจีน ประเทศอื่นยังฉวยโอกาสก่อกวนจีนด้วย เพราะรู้ว่าในช่วงปี 2550-2551 ทางการจีนคงไม่กล้าตอบโต้การยั่วยุอย่างรุนแรงเพื่อรักษาภาพพจน์ที่ดีของเจ้าภาพโอลิมปิคไว้ ประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน แห่งไต้หวัน ซึ่งเป็นคนจีนเช่นกันและอ่านความรู้สึกนึกคิดของผู้นำจีนออก ได้ใช้วิธีการยั่วยุต่างๆ นา ๆ อีกทั้งกลุ่มแบ่งแยกดินแดนธิเบต ได้ส่งหนังสือไปยังประเทศอื่นกล่าวหาทางการจีนว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนในธิเบต ทำให้ผู้นำจีนรู้สึกรำคาญในระดับหนึ่ง แต่ก็พยายามไม่ตอบโต้
ส่วนกลุ่ม เอ็น.จี.โอ.ตะวันตกได้ถือโอกาสนี้โจมตีรัฐบาลจีนในปัญหาสิทธิมนุษยชน ปัญหาประชาธิปไตย รวมทั้งโจมตีการที่จีนส่งอาวุธไปให้รัฐบาลในแอฟริกาที่ถูกมองว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ในสงครามกลางเมือง เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของจีนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ
ดังนั้น การเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคของจีนซึ่งเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของประเทศ ยังต้องเสี่ยงต่อสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้ รวมทั้งถูกประเทศและเอ็น.จี.โอ.ที่ไม่ชอบถือโอกาสทำลายความน่าเชื่อถือไปด้วย ดังเช่นที่จีนโดนมาแล้ว
|
|
|
|