|
|
|
โปรดช่วยเหลือคนจนที่หิวโหย |
|
|
|
วันที่ 14-20 ตุลาคม 2550 สหประชาชาติกำหนดให้เป็น สัปดาห์ต่อสู้กับความหิวโหยของโลก เพราะแต่ละวันมีคนประมาณ 854 ล้านคนที่กำลังต่อสู้กับความหิวโหย พวกเขาต้องการอาหารที่พอประทังชีวิต ความยากจนและความหิวโหยเป็นของคู่กัน เมื่อจนก็ไม่มีอาหารกิน เมื่อไม่มีอาหารกินก็หิว เมื่อหิวก็รู้สึกระโหยอ่อนแรง ภาษาไทยจึงใช้คำว่าหิวโหย เราน่าจะศึกษาถึงสภาพการณ์ของความยากจนและความหิวโหยของคนส่วนหนึ่งในโลกบ้าง เพราะคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักความยากจนและความหิวโหย แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยากจนข้นแค้น แม้แต่อาหารที่จะกินยังไม่พอ คนจำนวนไม่น้อยที่ตายเพราะความหิวโหย
โลกใบนี้มีประชากรทั้งหมดประมาณ 6,550 ล้านคน ปีนี้มีคนประมาณ 854 ล้านคนทั่วโลก ที่ประสบกับความอดอยากเพิ่มจากปีที่แล้วซึ่งมี 852 ล้านคน ทุกวันจะมีเด็ก 16,000 คน เสียชีวิตจากความหิวโหยทั้งโดยตรงและโดยอ้อม นัยหนึ่งทั่วโลกจะมีเด็กตายหนึ่งคนในทุกวินาที เมื่อพูดถึงความยากจนเราไม่ได้คิดถึงแค่รายได้เท่านั้น แต่หมายถึงความหิวโหย ความอดอยาก และสภาวะขาดแคลนอาหาร รวมทั้งประชากรที่มีกินแต่ไม่มีสารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอ ขาดวิตามิน เกลือแร่ ฯลฯ และขาดอาหารปลอดภัย ทำให้เด็กเติบโตช้า อ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อย
ไม่ว่าประเทศร่ำรวยหรือประเทศยากจนล้วนแต่มีคนจนที่ประสบความหิวโหยด้วยกันทั้งสิ้น ประเทศร่ำรวยที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศอุตสาหกรรมปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 57 ประเทศ มีประชากรรวมกันประมาณ 1,000 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 6 ของประชากรโลก ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้สูง ส่วนประเทศยากจนกำลังพัฒนา 125 ประเทศ มีประชากรรวมกันประมาณ 5,100 ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำจนถึงปานกลาง ที่เหลือเป็นประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่าน เช่น รัฐในกลุ่มบอลติค ยุโรปตะวันออก และอดีตประเทศสหภาพโซเวียต มีประชากรรวมกันประมาณ 400 ล้านคน
จากสถิติล่าสุดที่ค้นได้พบว่า ปี 2547 ประชากรโลกประมาณ 1,000 ล้านคน มีรายได้ต่ำกว่าเส้นยากจน หรือน้อยกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (35 บาท) โดยมีอาหารไม่เพียงพอหรือได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ มีคนประมาณ 820 คนในโลก ที่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตไม่พอในแต่ละวัน ซึ่งมีผลกระทบต่อการเติบโตทั้งทางร่างกายและสมอง ถ้าเป็นหญิงมีครรภ์หรือมีบุตร ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อบุตรด้วย
ปี 2548 เด็กประมาณ 10.1 ล้านคน เสียชีวิตก่อนอายุครบ 5 ขวบ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศยากจนกำลังพัฒนา 3 ใน 4 อยู่ในทวีปแอฟริกาและเอเชียใต้ ซึ่งถือว่าเป็น 2 ภูมิภาคของโลกที่มีความยากจนและอดอยากมากที่สุด ในแต่ละปีมีเด็กที่น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐานเกิดมาประมาณ 20 ล้านคน ในประเทศกำลังพัฒนาและยากจน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ร้อยละ 27 มีน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน เด็กเหล่านี้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร นอกจากได้รับสารอาหารไม่พอแล้วยังเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บนานาประการ ความยากจนทำให้พ่อแม่ไม่สามารถพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาลได้
แม้แต่ประเทศที่ร่ำรวย ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงในลำดับต้นๆของโลก เช่น สหรัฐอเมริกาก็มีคนจนที่หิวโหยเช่นกัน เพียงแต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมีจำนวนน้อย
ความยากจนกับโรคภัยไข้เจ็บมักเป็นของคู่กัน เมื่อยากจนโอกาสที่จะได้รับการศึกษาและมีความรู้เท่าคนอื่นก็น้อย การดูแลรักษาตัวเองย่อมไม่ดีพอ และการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของรัฐมีปัญหา ทำให้เกิดเจ็บป่วยด้วยโรคทั้งที่มีโอกาสรักษาหายและรักษาไม่หาย เช่น โรคเอดส์มีมากขึ้น จนถึงปี 2509 มีประชากรโลก (อายุ 15-49 ปี) 2.9 ล้านคน ตายเพราะโรคเอดส์ เหลืออีก 4.3 ล้านคน เป็นโรคเอดส์ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา เมื่อคนเป็นเอดส์มากขึ้นกำลังในการผลิตก็ลดลง การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศก็ลดลงเป็นเงาตามตัว เช่น บางประเทศในแอฟริกาที่ประชากรจำนวนมากป่วยด้วยโรคเอดส์ ทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศลดลงปีละ 0.5-1.2%
ประเทศที่ประชากรยากจนมากย่อมมีเด็กกำพร้ามาก เพราะพ่อแม่ตายด้วยความยากจนและโรคภัยไข้เจ็บก่อนเวลาอันควร ตั้งแต่โรคเอดส์ระบาดเป็นครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน มีคนตายเพราะเอดส์ไปแล้ว 25 ล้านคน ในปี 2546 มีเด็กกำพร้าพ่อหรือแม่หรือทั้ง 2 คนจำนวน 12 ล้านคนในแอฟริกาตอนใต้ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 18 ล้านคนในปี 2553
คนไทยนับว่าเป็นคนโชคดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะเรามีอาหารการกินเหลือเฟือ จนกล่าวกันว่าไทยเป็น ครัวโลก เพราะประเทศมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารนานาประการ คนไทยไม่ว่าจะยากจนเพียงไรก็มีข้าวกิน เก็บผักเก็บหญ้า ขุดหัวมันหัวกลอยกิน บวกกับการที่คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารี เมตตากรุณา ใครที่ไม่มีกินจริงๆชาวบ้านก็คอยช่วยเหลือ หรือแวะกินข้าววัดก็ได้
อย่างไรก็ดี ถ้าฟังข่าวทางวิทยุและโทรทัศน์จะพบว่า ยังมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ยากจนข้นแค้น อดอยาก เข้าไม่ถึงการศึกษา และการรักษาพยาบาล ยังมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่คอยรับน้ำใจจากพี่น้องร่วมชาติ ใครที่มีกินมีใช้เหลือเฟือควรอนุเคราะห์เพื่อนร่วมชาติที่ขาดแคลนด้วย (จันทร์ 22 ตุลาคม 2550)
|
|
|
|